ตอนที่ 1389
บทที่ 1389 รีบเลี้ยง, ทำตามอำเภอใจ
October 21, 2026
การที่ตระกูลเซี่ยตามหาซุนเจิ้งเต้านั้นเกี่ยวข้องกับประวัติของนางหรือไม่?
ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้น เฟิ่งชิงเฉินก็รีบปัดมันออกไป
นางกังวลจนประสาทหลอนไปหมดแล้ว ทันทีที่เกิดเรื่องขึ้นก็คิดว่าเกี่ยวข้องกับประวัติของตนเอง เห็นได้ชัดว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ชาติกำเนิดของนาง หากมันอยู่ใกล้ชิดและเปิดเผยถึงเพียงนี้ มันคง.......
เฟิ่งชิงเฉินส่ายหน้า เตือนตัวเองว่าอย่าคิดมากเกินไป เก็บข้อมูลที่จั่วอั้นเป็นคนหามาเอาไว้ ในตอนที่กำลังจะนำมันเข้าไปในกระเป๋าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะ ด้านนอกก็มีเสียงเท้าดังขึ้น เฟิ่งชิงเฉินผงะอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ได้ยินเสียงของทงจือ “คุณหนู คุณชายใหญ่มาหา”
จิ่นหลิง?
เฟิ่งชิงเฉินมองข้อมูลที่อยู่ในมือ ลังเลว่าควรจะนำติดมือไปให้หวังจิ่นหลิงดูดีหรือไม่
“ชิงเฉิน......” หวังจิ่นหลิงยังคงหาเหตุผลอยู่ว่า เหตุใดจู่ ๆ เขาจึงเดินทางมายังจวนเฟิ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าแค่เอ่ยปาก เขาก็ได้ยินเสียงของเฟิ่งชิงเฉินดังขึ้นมาว่า “จิ่นหลิง เจ้ามาได้จังหวะพอดี ข้ากำลังอยากจะถามอะไรบางอย่างกับเจ้า”
ขณะที่พูดออกมา เฟิ่งชิงเฉินได้สั่งให้คนรับใช้ของนางออกไปหมดแล้ว ให้ทหารม้าสิบแปดเฝ้าอยู่ด้านนอก ห้ามไม่ให้ใครเข้ามารบกวนทั้งนั้น
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ?” หวังจิ่นหลิงมองมาที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร มันเป็นแค่ข้อมูลที่จั่วอั้นหามาให้ข้า ข้าคิดว่าข้อมูลพวกนี้นั้นอาจจะมีประโยชน์กับเจ้า” เฟิ่งชิงเฉินติดค้างหวังจิ่นหลิงไว้มากมาย ทำให้ตระกูลหวังต้องเสียสละเพื่อนางอยู่หลายครั้ง ในบางครั้งนางก็ต้องตอบแทนหวังจิ่นหลิงและตระกูลหวังกลับไปบ้าง
“อะไรอย่างนั้นหรือ?” หวังจิ่นหลิงรับข้อมูลไปจากมือของเฟิ่งชิงเฉิน จากนั้นพลิกมันดู ในตอนที่เขาอ่านทุกอย่างเรียบร้อย คิ้วของเขาขมวดขึ้นอย่างงดงาม “ตระกูลเซี่ย นี่พวกเขาคิดจะกบฏอย่างนั้นหรือ?”
เขาไม่เคยดูถูกตระกูลเซี่ยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ตระกูลเซี่ยจะต้องพึ่งพาจักรพรรดิ เขาก็ไม่เคยคิดว่าตระกูลเซี่ยจะล่มสลาย ตระกูลที่สามารถยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับตระกูลหวังได้นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตระกูลเซี่ยจะเก็บซ่อนมันไว้ได้ลึกถึงเพียงนี้
ยึดครองอำนาจจักรพรรดิ นี่เป็นข้อห้ามอันยิ่งใหญ่ของตระกูลชั้นสูง โดยเฉพาะเมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าแผนการของตระกูลเซี่ยนั้นไม่ธรรมดา หากแผนการดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมา จักรพรรดิไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเป็นแน่
“อาจจะเป็นไปได้ ตระกูลเซี่ยต้องการให้สนมเอกเซี่ยให้กำเนิดองค์ชายมาโดยตลอดเลยไม่ใช่หรือ แต่เพียงเพราะก่อนหน้านี้องค์ชายแปดได้เกิดมาพร้อมกับโรคติดตัว จึงเป็นที่รังเกียจของจักรพรรดิ ตระกูลเซี่ยจึงไม่หวังอะไรกับสนมเอกเซี่ย แต่ในภายหลัง องค์ชายแปดกลับกลายเป็นที่รักของจักรพรรดิ กลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่สนมเอกเซี่ย องค์ชายแปดจึงเป็นตัวแทนอันยิ่งใหญ่ที่จะนำพาตระกูลเซี่ยขึ้นไปสู่ราชบัลลังก์” ในตอนแรกตระกูลเซี่ยพยายามอย่างหนักที่จะทำให้สนมเอกเซี่ยให้กำเนิดองค์ชายออกมา หากบอกว่าพวกเขาไม่ต้องการขึ้นไปยังตำแหน่งนั้น มันจะต้องเป็นเรื่องโกหกเป็นแน่
“บางทีอาจจะไม่ใช่เพียงแค่ตงหลิง แผนการของตระกูลเซี่ยนั้นยิ่งใหญ่ และอำนาจของตระกูลเซี่ยก็กระจัดกระจายไปอย่างกว้างขวาง” หวังจิ่นหลิงพลิกกระดาษอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า จากนั้นก็ชี้ลงไปในย่อหน้าหนึ่ง “เจ้าลองดูตรงนี้ กองกำลังของตระกูลเซี่ยในซีหลิงและหนานหลิงไม่ใช่เล็ก ๆ แม้แต่ในเป่ยหลิงก็มีคนของพวกเขาอยู่ เห็นได้ชัดว่าเครือข่ายของตระกูลเซี่ยนั้นยิ่งใหญ่มาก”
“ตระกูลเซี่ยนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่คิด พวกเขามีคนอยู่ทุกหนทุกแห่ง จักรพรรดิกวาดล้างตระกูลเซี่ยไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่อาจถอนรากถอนโคนตระกูลเซี่ยได้ รากฐานของตระกูลเซี่ยช่างหยั่งลึกเสียจริง” ตระกูลหวังถูกแบ่งแยกออกไปหลายสาขา มีเพียงตระกูลเซี่ยเท่านั้นที่ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์
“ตระกูลเซี่ยมีความสามารถจริง ๆ แต่คุณชายจั่วผู้นั้นช่างมีฝีมือยอดเยี่ยม ขนาดข้อมูลที่เป็นความลับขนาดนี้ยังสามารถรวบรวมมาได้” หวังจิ่นหลิงรู้สึกไม่พอใจในตัวจั่วอั้นเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะจั่วอั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เฟิ่งชิงเฉินก็คงไม่ถูกลักพาตัวไปเช่นนี้ แต่ดูจากข้อมูลที่ได้มาแล้ว ความโกรธของหวังจิ่นหลิงก็จางหายไป
เมื่อได้ข้อมูลพวกนี้มา เกรงว่าจั่วอั้นคงต้องแลกมาด้วยชีวิต นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้
“จั่วอั้นหาข้อมูลเหล่านี้มาโดยใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน เพื่อข้อมูลพวกนี้ เขาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด” จั่วอั้นต้องการอะไร เฟิ่งชิงเฉินเข้าใจดี นางกำลังคิดอยู่ว่าจะให้เด็กคนนั้นเป็นเด็กของจวนเฟิ่งดีหรือไม่
เฟิ่งชิงเฉินยังไม่ทันพูดอะไรออกมา หวังจิ่นหลิงก็เตรียมทุกอย่างไว้ให้กับนางแล้ว “ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเห็นคนแซ่เฟิ่งผู้หนึ่งในหมู่บ้านชิงหยวน ดูเหมือนว่าจะเป็นญาติของแม่ทัพเฟิ่ง ในครอบครัวของเขามีเด็กอยู่คนหนึ่ง ดูแล้วก็คล้ายกับเจ้า เจ้าอยากจะรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยงไว้ในจวนเฟิ่งหรือไม่”
ด้วยวิธีนี้ น้องชายของจั่วอั้นก็จะมีตัวตนที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครสอบสวนถึงความเป็นมาของเขา
ส่วนตำแหน่งบรรดาศักดิ์ในจวนเฟิ่ง แน่นอนว่าต้องตกอยู่กับเด็กคนนี้ แต่จั่วอั้นและเฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ได้สนใจตำแหน่งบรรดาศักดิ์อะไร พวกเขาสนใจเพียงแค่น้องชายของจั่วอั้น ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผย
“จิ่นหลิง เจ้าช่วยข้าไว้มากจริง ๆ เช่นนั้นเจ้าเป็นคนจัดการเรื่องนี้แล้วกัน เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เดือนหน้าข้าต้องเดินทางไปเป่ยหลิง ตอนที่ข้ากลับมาก็ไม่รู้ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว” ด้วยเหตุนี้ น้องชายของจั่วอั้นจึงได้กลายเป็นคุณชายของจวนเฟิ่ง คิดว่าจั่วอั้นน่าจะพอใจ