ตอนที่ 368
บทที่ 369 พบเจอยามวิกาล จะมีการแก้แค้นหรือไม่
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินยืนมองซากความเสียหายของจวนเฟิ่งด้วยอาการเหม่อลอย นัยน์ตาของนางเริ่มมีน้ำไหลคลอ นี่เป็นครั้งแรกที่นางมาที่จวนเฟิ่งหลังจากที่จวนเฟิ่งถูกไฟไหม้ ใช่ว่านางไม่อยากมา แต่เป็นเพราะนางไม่กล้ามา นางกลัว นางกลัวว่าจะต้องมาเห็นภาพที่น่าสังเวชของจวนเฟิ่ง......
หยาดน้ำตาค่อยๆรินไหลมาอาบแก้มเฟิ่งชิงเฉิน นางไม่รีบเช็ดน้ำตา แต่กลับค่อยๆหลับตา เพื่อกักเก็บหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูเอาไว้
แม้ว่าหลี่เซี่ยงจะตายแล้ว แต่จวนเฟิ่งก็ไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นดังในอดีตได้ ที่ผ่านมาแม้ว่าจวนเฟิ่งจะผุพังไปบ้าง ขาดชีวิตชีวาไปบ้าง แต่นั่นก็คือบ้านของนาง นางผูกพันกับจวนเฟิ่งแห่งนี้ แต่ทว่าตอนนี้กลับไม่เหลืออะไรแล้ว
เฟิ่งชิงเฉินยืนนิ่งไม่ไหวติง การที่นางมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อตามหาสิ่งของ กล่องไม้ปริศนาของจวนเฟิ่งอยู่ในมือนางแล้ว ที่นางมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อมายืนใช้ความคิดเท่านั้น
ตอนแรกนางก็อยากจัดการเรื่องในเมืองหลวงให้จบสิ้น แล้วออกไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านเล็กๆ แต่ว่าตอนนี้?
นางยังจะสามารถไปได้อยู่อีกหรือ?
เฟิ่งชิงเฉินค่อยๆลืมตา แม้ในตาของนางยังส่องประกายระยิบระยับ แต่สภาวะจิตใจนางเริ่มสงบลงแล้ว เฟิ่งชิงเฉินหาก้อนหินมา 1 ก้อนแล้วนั่งลงบนนั้นโดยไม่สนใจว่าจะเปื้อน จากนั้นนางก็แหงนหน้ามองฟ้า......
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านคิดว่าข้าควรทำเช่นไรดี? สืบค้นสถานะที่แท้จริงของพวกท่าน สืบหาสาเหตุการตายของพวกท่าน หรือว่าใช้ชีวิตไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางคะ?"
เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกเกลียดชัง แต่นางก็ไม่อยากแบกรับความรู้สึกนี้ไว้ ทว่าคำพูดของหวังจิ่นหลิงทำให้นางรู้ว่าการตายของท่านพ่อท่านแม่ไม่ใช่การตายธรรมดา หากทำการสืบค้นอย่างเจาะลึก คงได้พบกับบางสิ่งที่นางไม่อยากเจอ
เรื่องสถานะของท่านพ่อท่านแม่นาง หากเป็นไปตามที่หวังจิ่นหลิงพูด บวกกับการพิจารณากล่องไม้ในมือนาง นางก็ยิ่งมั่นใจว่าท่านพ่อท่านแม่ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วๆไป ชาติกำเนิดของพวกเขาจะต้องไม่ธรรมดา และไม่แน่ว่าชาติกำเนิดของลูกสาวของพวกเขาก็อาจจะไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน
หากนางสืบค้นข้อเท็จจริงได้แล้ว นางในฐานะทายาท จะต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้ นางไม่อยากมีภาระ หรือต้องแบกรับหน้าที่อันหนักอึ้ง
ใครต่อใครอาจใฝ่ฝันที่จะเกิดมาสูงส่ง แต่เฟิ่งชิงเฉินไม่ต้องการเช่นนั้น ยิ่งทุ่มเทมากเพียงใด ยิ่งเป็นที่เคารพนบนอบมากเท่าไร ผลกระทบที่ตามมาก็จะสาหัสมากเท่านั้น
หวังจิ่นหลิงรู้เรื่องพ่อแม่นางมานานแล้วแต่เพิ่งมาบอกนาง แถมยังกุลีกุจอในการสร้างจวนเฟิ่งขึ้นมาใหม่ เขาคงจะเห็นแล้วว่านางเหนื่อยหน่ายกับการต่อสู้ในเมืองหลวงเหลือเกิน
หวังจิ่นหลิงอยากให้นางอยู่ต่อ แต่ไม่อาจบอกนางตรงๆได้ เขาใช้วิธีนี้ในการเหนี่ยวรั้งนาง หวังจิ่นหลิงเข้าใจนางมาโดยตลอด จึงรู้วิธีเหนี่ยวรั้งหัวใจนาง เพื่อทำให้นางสามารถอยู่ใกล้ๆเขาได้ต่อไป
นางไม่โทษหวังจิ่นหลิง นางโทษตัวเองที่ผูกพันเสียจนวางไม่ลง
เฟิ่งชิงเฉินโน้มศีรษะลงไประหว่างเข่าทั้งสองข้าง และภาพความทรงจำเมื่อชาติก่อนก็ปรากฏ......
ภาพคนถือกล่องยาและสะพายเป้ทหารเดินเข้าไปในป่าลึก ภาพการกู้ชีพให้ผู้รอดชีวิตในดินแดนที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างความเป็นกับความตาย......
เป็นชีวิตที่โกลาหล แต่ก็ไม่ซับซ้อน หากเป็นไปได้นางก็อยากกลับไปที่สนามรบอีกครั้ง ไปเป็นหมอทหารธรรมดาๆ ที่นั่นไม่มีเล่ห์ลับหรือกลลวง ไม่มีความอิจฉาริษยา สิ่งที่นางต้องทำก็คือการช่วยชีวิตคน ต่อให้ที่นั่นจะมีคนเพียงคนเดียว แต่นางก็ไม่เคยรู้สึกเหงา อยู่ที่นี่นางเดียวดายเหลือเกิน......
"ถึงแม้ว่าข้าจะคุ้นเคยกับชีวิตที่เร่งรีบของการเป็นหมอในสนามรบ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าส่งเสริมให้มีการปะทะกัน ไม่ได้อยากเห็นภาพคนเจ็บ ตอนนี้ข้าเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ เป็นหมอในโรงหมอหลังเล็กๆ น้ำชาสักถ้วย หมอสักคน เด็กน้อยสัก 2 คน มีอาหารให้กินครบ 3 มื้อ นี่ข้าคาดหวังเกินไปหรือ?" เฟิ่งชิงเฉินถามท้องฟ้า แต่ท้องฟ้ากลับไม่มีคำตอบให้กับนาง......