ตอนที่ 432
บทที่ 432 ลองใจ หลานจิ่วชิงหนักแน่น
October 21, 2026
“หลานจิ่วชิง ครั้งนี้เป็นเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือสหายเจ้ากันเล่าที่ได้รับบาดเจ็บ?”
พรูด......
หลานจิ่วชิงพ่นน้ำชาในปากของเขาออกมา โชคดีที่เฟิ่งชิงเฉินมีปฏิกิริยาค่อนข้างไวนางจึงหลบได้ทันและไม่ถูกน้ำลายของหลานจิ่วชิงสาดรดทั่วหน้า
“สกปรกยิ่งนัก” เฟิ่งชิงเฉินมองไปยังน้ำที่กระจายอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหันไปเหล่มองหลานจิ่วชิงด้วยแววตาอันดูถูก
หลานจิ่วชิงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมองดูเฟิ่งชิงเฉินแล้วค่อยๆ วางถ้วยน้ำชาในมือลง พร้อมกับตักเตือนตนเองว่า ครั้งหน้ายามสนทนากับเฟิ่งชิงเฉินอย่าได้ดื่มน้ำ
“ในเมื่อไม่มีใครบาดเจ็บแล้วเจ้ามาหาข้าเพื่อสิ่งใด?” เฟิ่งชิงเฉินไม่คิดหรอกว่าหลานจิ่วชิงเดินทางมาหานางเพราะว่าเขาว่าง หรือเพราะเป็นห่วงนาง กลัวว่านางจะได้รับแรงกดดันเกินไปก่อนการแข่ง
มาทำอะไรนะหรือ? วันนี้เขาไม่ได้มีแผนการใด ก็เพียงแค่คิดถึงเฟิ่งชิงเฉินเท่านั้น “ข้ามาคุยเล่น”
หลานจิ่วชิงมองไปทางเฟิ่งชิงเฉิน แววตาของเขาเป็นประกายซับซ้อนและคาดหวัง ดูเหมือนเขามีเรื่องต้องการจะกล่าว แต่ก็ไม่รู้ควรกล่าวจากตรงไหนก่อน
เมื่อถูกชายหนุ่มจับจ้องมองมาด้วยแววตาเช่นนั้น เฟิ่งชิงเฉินสัมผัสได้ถึงอาการขนหัวลุก หลานจิ่วชิงเป็นอะไรไปกัน?
เมื่อนางรออยู่เนิ่นนานแต่ไม่ได้คำตอบ ประกอบกับนางและหลานจิ่วชิงก็นับได้ว่าเป็นสหายสนิท เฟิ่งชิงเฉินจึงไม่ได้นั่งนิ่ง แต่เอ่ยถามออกมาโดยตรงว่า “หลานจิ่วชิง เจ้ามีเรื่องใดจงกล่าวออกมาตามตรงเถิด หากว่าข้าสามารถช่วยได้รับรองว่าข้าจะช่วย”
หลานจิ่วชิงช่วยนางเอาไว้หลายครั้งหลายครา อีกทั้งนางพอจะรู้สึกได้ว่าหลานจิ่วชิงมีความรู้สึกลึกซึ้งกับนาง เพียงแต่ว่า......นางตั้งใจกำหนดให้หลานจิ่วชิงอยู่ในฐานะของสหายเท่านั้น และหลานจิ่วชิงจะเป็นได้เพียงสหายของนาง
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟิ่งชิงเฉินก็นิ่งเงียบลง เรื่องของความรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะควบคุมได้ หากนางสามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ก็คงดี
“เฟิ่งชิงเฉิน หากข้าเอ่ยปากขอให้เจ้าช่วย เจ้าก็จะช่วยทำให้ข้าทุกอย่างหรือไม่?” หลานจิ่วชิงนั่งนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน แต่เมื่อเขาเอ่ยปากขึ้นก็เป็นประโยคที่ค่อนข้างจะหนักแน่น
เอ่อ......ในครั้งนี้เป็นเฟิ่งชิงเฉินที่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา เฟิ่งชิงเฉินขมวดคิ้วเข้าหากันดูเหมือนนางกำลังครุ่นคิดว่าควรจะตอบเขาเช่นไรดี
เมื่อมองกลับไปทางหลานจิ่วชิง บัดนี้สีหน้าของเขาค่อนข้างจะสงบเงียบดูเหมือนคนก่อนหน้าเมื่อครู่ไม่ใช่เขา คำถามนี้เขาก็เพียงถามออกไปเท่านั้น แต่ใบหูของเขากลับบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึก เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างที่จะเกร็งและให้ความสนใจกับคำตอบของเฟิ่งชิงเฉินยิ่งนัก
“ให้ข้าตอบบัดนี้เลยหรือ?” นางครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ท้ายที่สุดแล้วเฟิ่งชิงเฉินก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบเช่นไรดี จึงได้เอ่ยถามออกไปอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน
“ใช่ มันง่ายยิ่งนัก เพียงเจ้าตอบข้ามาว่าใช่หรือไม่ใช่” แววตาของหลานจิ่วชิงดูหนักแน่น
เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง “คำถามนี้ข้าตอบได้ยากยิ่งนัก เจ้ากำลังทำให้ข้าต้องลำบากใจ”
“ข้าจะถือว่าข้ากำลังทำให้เจ้าลำบากใจก็ย่อมได้” หลานจิ่วชิงไม่สนใจกับคำพูดว่าตนกำลังบังคับเฟิ่งชิงเฉินอยู่
“เจ้า......” เฟิ่งชิงเฉินเบิกตากว้างมองหลานจิ่วชิงด้วยความโมโห คนคนนี้เหตุใดจึงทำเช่นนั้นเล่า
คำถามเช่นนี้คนปกติทั่วไปคงไม่เอ่ยถามกันหรอก ตอนที่หลานจิ่วชิงเอ่ยถามคำถามนี้ก็เท่ากับว่าเห็นนางเป็นคนกันเอง สำหรับเฟิ่งชิงเฉินแล้วนางรู้สึกยินดียิ่งนัก แต่ว่า......
เมื่อเห็นหลานจิ่วชิงซึ่งมีท่าทางอันลึกลับเช่นนั้น เฟิ่งชิงเฉินไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าตัวตนของหลานจิ่วชิงนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เมื่อนางตอบออกไปว่า “ใช่” ก็เท่ากับนางก้าวขาลงไปในเรือโจร
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะช่วยเหลือหลานจิ่วชิงมาไม่น้อย แต่เรื่องราวแตกต่างกัน ก่อนหน้านี้ที่นางช่วยเหลือเขาล้วนแต่เป็นเหตุโดยบังเอิญ นางไม่เคยเข้าไปห้องเกี่ยวกับเรื่องของหลานจิ่วชิง และไม่เอ่ยถามถึงเรื่องของหลานจิ่วชิงเป็นการส่วนตัว
นางยืนอยู่ในมุมมองของคนนอก หากว่านางตอบไปว่าใช่ หลานจิ่วชิงก็คงไม่เห็นนางเป็นคนนอกอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่านางจะกลายเป็นหนึ่งในส่วนร่วมของชีวิตหลานจิ่วชิงอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง