ตอนที่ 559
บทที่ 559 การข่มขู่ ท่านจะทำอะไรข้าได้
October 21, 2026
ชุยห้าวถิงเริ่มจะเห็นใจพี่สามของตัวเองแล้วสิ เขาไปทำร้ายเฟิ่งชิงเฉิน เห็นทีคงจะต้องซวยแน่ คนนอกมองคุณชายตระกูลชุยว่าสูงส่ง แต่ความจริงแล้ว มีเพียงคุณชายตระกูลชุยเท่านั้นที่รู้จักสภาพที่แท้จริงของตัวเอง
เป็นคุณชายตระกูลชุยไม่ง่ายเลย ความสูงส่ง นั่นคือสิ่งที่คนนอกมองมา หากคุณชายตระกูลชุยออกมาใช้ชีวิตข้างนอกแล้ว ตระกูลชุยก็จะไม่มาสนใจไยดี จะเป็นจะตายก็ต้องดูแลตัวเอง
หากมีชีวิตรอดต่อไปได้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี คนผู้นี้จะได้รับการยอมรับจากตระกูล และได้รับทรัพย์สินเงินทองและความช่วยเหลือจากตระกูล
แต่ถ้าหากสิ้นชีพ นั่นหมายความว่าคนผู้นี้ไร้ความสามารถ ทางตระกูลจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย จะมีก็แต่ช่วยเขาล้างแค้นหลังจากที่เขาตายไปแล้ว เพื่อให้โลกรู้ว่าตระกูลชุยไม่ได้จะมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ และอำนาจตระกูลชุยก็มีมากกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด
เด็กที่โตมาในตระกูลนี้ จะได้รับการศึกษาอบรมอย่างดีเยี่ยม คนเก่งๆมีจำนวนไม่น้อย ให้ขาดคนไปสัก 2-3 คนจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดังนั้นคุณชายสิบหกผู้นี้จะถูกครอบครัวทอดทิ้งเมื่อไรก็ย่อมได้......
ชุยห้าวถิงจ้องมองเฟิ่งชิงเฉินด้วยแววตาชื่นชม เขานับถือความใจเด็ดของเฟิ่งชิงเฉินมาก น่าเสียดายที่หญิงแกร่งเช่นนี้มีเจ้าของแล้ว มิฉะนั้นเขาคงหาทางขอเฟิ่งชิงเฉินแต่งงาน ให้นางไปเป็นสะใภ้ตระกูลชุย
ผู้หญิงอย่างเฟิ่งชิงเฉินเหมาะที่จะใช้ชีวิตท่ามกลางกลอุบาย มีเพียงผู้หญิงเช่นนี้เท่านั้นที่จะสามารถเอาตัวรอดจากเล่ห์กลต่างๆได้ หรือไม่ก็ถึงขั้นสามารถแย่งชิงอำนาจได้......
เฟิ่งชิงเฉินกำมีดแน่นมาตลอด เจ้าเมืองเย่เฉิงร้อนใจยิ่งนัก เขาตั้งใจว่าจะเอ่ยปากให้คำมั่นกับเฟิ่งชิงเฉินว่า ขอเพียงเฟิ่งชิงเฉินวางมีด และรับปากที่จะช่วยรักษาเย่เย่ เจ้าเมืองเย่เฉิงก็พร้อมยอมทำทุกอย่างให้นางได้ แต่ซูหว่านก็ได้มาสะกิดแขนเสื้อเขา พร้อมกับกล่าวเตือนสติเบาๆว่า เสด็จอาเก้า!
เจ้าเมืองเย่เฉิงแววตาเป็นประกาย
จริงด้วย เขาลืมเสด็จอาเก้าไปได้อย่างไร เสด็จอาเก้ากังวลเรื่องความปลอดภัยของเฟิ่งชิงเฉินยิ่งกว่าเขาเสียอีก เจ้าเมืองเย่เฉิงตั้งสติแล้วจึงกล่าวออกไปว่า "เสด็จอาเก้า เฟิ่งชิงเฉินถือมีดไว้เช่นนั้นไม่ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ มันช่างเสี่ยงชีวิตเหลือเกิน เสด็จอาเก้าไม่ทรงห่วงนางหรือ?"
คิดแผนได้ไม่เลว แต่ก็น่าเสียดายที่เจ้าเมืองเย่เฉิงยังรู้จักเสด็จอาเก้าไม่ดีพอ เดิมทีเสด็จอาเก้าก็เป็นคนโหดเหี้ยม หากสามารถใช้บาดแผลของตัวเองไปแลกกับความตายของฝ่ายตรงข้ามได้ เขาก็พร้อมจะทำร้ายตัวเองในทันที
อีกอย่าง แม้เขาจะเป็นห่วงเฟิ่งชิงเฉิน แต่เขาเชื่อใจเฟิ่งชิงเฉิน และไม่มีทางไปพังแผนของนาง
"เจ้าเมืองเย่เฉิง ข้าเชื่อมั่นในตัวเฟิ่งชิงเฉิน นางรู้จักขอบเขตดี แล้วอีกอย่าง นางขัดพระราชบัญชาก็สมควรได้รับโทษอยู่แล้ว มีดเล่มนี้ก็ถือเสียว่าเป็นการสั่งสอนนางโทษฐานฝืนพระราชบัญชา หากชิงเฉินจะแทงก็แทงแรงๆไปเลยนะ" ไม่เพียงแต่จะไม่เป็นห่วงนาง เสด็จอาเก้ายังตอกย้ำนางอีกด้วย
"ชิงเฉินเข้าใจแล้วเพคะ" เฟิ่งชิงเฉินรับคำอย่างว่าง่าย
ตี๋ตงหมิงเบิกตาโพลง เขาจ้องมองเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินด้วยความสงสัย สองคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่นะ
เสด็จอาเก้ากับเฟิ่งชิงเฉินเป็นบ้ากันทั้งคู่ มิน่าล่ะถึงไปด้วยกันได้
เจ้าเมืองเย่เฉิงหัวฟัดหัวเหวี่ยงยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยิ่งเขาหัวร้อนเท่าไร เฟิ่งชิงเฉินก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น
ในตอนนี้ ใครเอาจริงเอาจังคนนั้นเป็นฝ่ายแพ้ ยิ่งใส่ใจก็ยิ่งต้องชอกช้ำ
เจ้าเมืองเย่เฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจ จากนั้นจึงกล่าวว่า "เสด็จอาเก้า กระหม่อมจำผิดเอง แม่นางเฟิ่งมิได้ขัดพระราชบัญชา กระหม่อมลืมบอกนางเรื่องพระราชบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"
ณ จุดๆนี้เขาจำเป็นต้องถอยทัพ
"เจ้าเมืองเย่เฉิงพูดเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง คุณชายสิบหก คุณชายหยุน พวกท่านได้ยินที่เจ้าเมืองเย่เฉิงพูดแล้วใช่หรือไม่ หากหลังจากนี้เจ้าเมืองเย่เฉิงพูดโยกโย้ ท่านทั้งสองจะต้องเป็นพยานให้ชิงเฉิน" หลังจากที่เสด็จอาเก้ามาถึง ชุยห้าวถิงและหยุนเซียวก็ไม่ค่อยมีบทบาท ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อบีบให้เจ้าเมืองเย่เฉิงจนมุม
ไม่ต้องมีบทบาทน่ะดีแล้ว เพราะเฟิ่งชิงเฉินร้ายกาจมาก
"พ่ะย่ะค่ะ" หยุนเซียวและชุยห้าวถิงรับคำ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วย แต่เป็นเพราะไม่มีช่องว่างให้พวกเขาเข้าไปช่วยต่างหาก
"ชิงเฉินขอขอบคุณคุณชายทั้งสองล่วงหน้าด้วย" เฟิ่งชิงเฉินเก็บมีดแล้วน้อมตัวลง
เอามีดมาจ่อตัวเองเล่นถือเป็นการกระทำที่โง่เขลาสิ้นดี หากเจ้าเมืองเย่เฉิงไม่บีบบังคับนาง นางก็คงไม่ใช้ไม้ตายที่สิ้นคิดเช่นนี้