ตอนที่ 579
บทที่ 579 ซวยมาก อย่าให้ข้ามีชีวิตรอดกลับไป
October 21, 2026
“ไม่ไปแล้วจะอยู่รอความตายที่นี่หรือไง?” เฟิ่งชิงเฉินชำเลืองมองฝู่หลินอย่างเย็นชา ความเยียบเย็นมากมายอย่างยิ่ง จากนั้นนางก็คิดได้ว่าฝู่หลินเป็นเพียงคนข้างทางเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะนาง เขาก็คงไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย
เฟิ่งชิงเฉินมองฝู่หลินอย่างขอโทษ น้ำเสียงของนางอ่อนลง “ฝู่หลิน ขอโทษ เรื่องนี้ข้าคิดไม่รอบคอบ ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเมืองอี้สุ่ยจะทำตัวเป็นศัตรูกับข้าเช่นนี้ การให้เจ้าต้องมาพัวพันด้วยเป็นความผิดของข้า ด้วยความสามารถของเจ้าแล้วสามารถออกไปได้อย่างสบายๆ เจ้าไม่ต้องสนใจข้า เจ้าไปเถอะ หากข้าตายลงตรงนี้ เช่นนั้นต้องขอโทษด้วยที่คงไม่อาจทำตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้กับเจ้าได้ หากข้าสามารถรอดชีวิตออกไปได้ก็ต้อนรับเจ้ามาหาข้าทุกเมื่อ ข้าจะต้องทำตามสัญญาให้ได้ ทำป้ายประจำตัวและหนังสือผ่านทางให้เจ้า
เฟิ่งชิงเฉินกระชับห่อผ้า สำรวจลูกกระสุน เสียงดังกริ๊ก ที่ใส่กระสุนหมุนครบรอบและกลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าฝู่หลินกำลังคิดอะไรอยู่จึงไม่ได้ยินคำพูดของเฟิ่งชิงเฉิน แต่กลับยืนจ้องมองเฟิ่งชิงเฉิน เมื่อเฟิ่งชิงเฉินเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจ “นี่คืออาวุธลับของเจ้าหรือ? ของที่วันนั้นเจ้าเตรียมจะใช้มันสังหารข้า?”
“ใช่แล้ว อาวุธลับของข้า” เฟิ่งชิงเฉินแอบฉายแววยินดี ยินดีที่วันนั้นนางไม่ได้ลงมือ ที่แท้อีกฝ่ายรู้อยู่ก่อนแล้ว
“ดูประหลาดนัก” ดวงตาของฝู่หลินฉายแววบ้าคลั่งแวบหนึ่ง เขาไม่รู้พลังทำลายล้างของมัน แต่ไม่ขัดขวางการเข้าหาอาวุธลับอันประณีตของเขา
เฟิ่งชิงเฉินยิ้มเล็กน้อยและไม่ได้กล่าวอะไรออกมา นางเดินออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่าฝู่หลินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เฟิ่งชิงเฉินก็เตือนอีกฝ่าย “เจ้ายังไม่ไปอีก จะอยู่ที่นี่หรือ?”
“ตกลง ข้าไปด้วย” ฝู่หลินตอบและหมุนตัวตามเฟิ่งชิงเฉินไปโดยไม่รอให้นางปฏิเสธ
เขาเองก็เตรียมตัวไว้แล้วเช่นกัน สิ่งของของเขาถูกนำติดตัวมาแล้ว มีเพียงเสี่ยวไป๋ที่อยู่ที่คอกม้า เมื่อพบเสี่ยวไปก็ไปด้วยกันได้…
ไปด้วยกันงั้นหรือ?
เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้ปฏิเสธ ฝู่หลินเก่งกาจกว่านาง การไปด้วยกันมีแต่นางที่จะเป็นตัวถ่วงของเขา
อีกอย่างนางต้องขอบคุณที่เขามาเตือนนาง มิฉะนั้นตอนนี้นางก็คงถูกคนเล่นงานไปแล้ว เป็นไปได้ถึงเก้าส่วนว่าตายอยู่ที่นี่
นางด้อยประสบการณ์ยิ่งนัก คิดไปว่าอยู่ในเมืองมีทางการคอยคุ้มครองแล้วนางจะปลอดภัย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าขุนนางแม้สามารถปกป้องประชาชน แต่ก็สังหารประชาชนได้เช่นกัน
เปรียบเสมือนเรือล่มในคลองระบายน้ำ นางเอาแต่หลบเลี่ยงการลอบสังหารระหว่างทาง แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะใช้กำลังทหารของทางการอย่างเปิดเผย
ให้ตายเถอะ สถานที่อันอยู่ห่างไกลจากอำนาจองค์จักรพรรดิ เพียงแค่เจ้าเมืองเล็กๆ ก็กล้าสังหารคนของจวนซู่ชินอ๋องได้ บังอาจเกินไปแล้ว
แน่นอนว่าเฟิ่งชิงเฉินรู้ดีว่าหากไม่มีผู้บงการ ต่อให้เจ้าเมืองผู้นั้นกินดีหมีสักพันชิ้นก็ไม่มีทางกล้าลงมือกับคนของจวนซู่ชินอ๋อง หากนางรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร นางจะต้อง…
ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นขันทีและทำให้เขาหมดหนทางสืบทอดตระกูล!
เฟิ่งชิงเฉินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางมุ่งหน้าไปยังคอกม้าพร้อมฝู่หลิน แต่กลับพบว่าคอกม้านั้นว่างเปล่า แท้จริงแล้วนอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ในจวนเจ้าเมืองก็ไร้เงาคน
“เสี่ยวไป๋หายไปแล้ว” เฟิ่งชิงเฉินหันไปมองฝู่หลินอย่างเห็นใจ
ม้าชั้นดีเกินไปก็เป็นความผิดอย่างหนึ่ง ม้าของฝู่หลินเข้าตาผู้อื่นเข้าเสียแล้ว
“ชาวตงหลิงเช่นพวกเจ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ขุนนางแต่ละคนล้วนชอบขโมยม้าของคนอื่น” ฝู่หลินโมโหจนขบกรามแน่น เขาผิวปากหนึ่งครั้ง เหยี่ยวก็บินมาจากมุมอับสายตา “เสี่ยวฮุยฮุย ดูหน่อยว่าที่นี่มีทางออกหรือไม่”
เสี่ยวฮุยฮุย?
จิตใจว้าวุ่นของเฟิ่งชิงเฉินถูกชื่อของเจ้าสายฟ้าผู้นี้ทำให้ผ่อนคลายลง
ฝู่หลิน… เจ้าอัจฉริยะปานใดจึงได้ตั้งชื่อม้าดำชางซานที่แข็งแกร่งเช่นนั้นว่าเสี่ยวไป๋และนกเหยี่ยวชาราแห่งท้องนภาผู้หยิ่งผยองว่าเสี่ยวฮุยฮุย