ตอนที่ 831
บทที่ 832 ชิงตัว ใครจริงใครปลอม
October 21, 2026
ทั้งในและนอกพระราชวัง ญาติของนางเซี่ยเหยียนไค สามี แต่ละคนล้วนอยากให้นางตาย และคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางก็คือเฟิ่งชิงเฉิน ซึ่งเฟิ่งชิงเฉินไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับนางเลยแม้แต่น้อย
นึกถึงญาติที่ไม่แยแส และนึกถึงเฟิ่งชิงเฉินที่ให้การช่วยเหลือนาง สนมเอกเซี่ยพบว่าตนเองได้พบเจอกับความทุกข์และโชคดีไปพร้อมกัน
ยิ่งคนพวกนั้นอยากให้นางตายมากเท่าไหร่ เซี่ยเหยียนไคก็ยิ่งต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ มีชีวิตอยู่ต่อไปให้คนอิจฉา เซี่ยเหยียนไค นางไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตระกูลหรือจักรพรรดิอีกต่อไป นางมีชีวิตอยู่เพื่อตัวนางและลูกในท้องของนางเท่านั้น
เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลเซี่ยเลี้ยงดูนาง นางจะใช้ตัวตนในฐานะลูกสาวของเซี่ยฮูหยินเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแก้ไข้บุญคุณความแค้นระหว่างเฟิ่งชิงเฉินกับตระกูลเซี่ย หลังจากจบเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ นางจะถือว่าหนี้บุญคุณทั้งหมดของตระกูลเซี่ยได้ถูกชดใช้
สนมเอกเซี่ยหลับตาลง เอนกายลงบนหัวเตียง สาวใช้ประจำตัวของนางยังยืนอยู่ที่เดิม ซับน้ำตาเงียบ ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเจ้านายของนางต้องพบเจอกับอะไรบ้างจนมาถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าวันเวลาเหล่านั้นมันทำร้ายเจ้านายของนางมากขนาดไหน
แผลบนร่างกายสามารถรักษาได้ แต่แผลในใจนั้นไม่มีวันรักษาได้ หากไม่ใช่เพราะเฟิ่งชิงเฉิน ตอนนี้เจ้านายของพวกนางก็คงอยู่ในหลุมฝังศพไปแล้ว
สาวใช้แอบคิดอยู่ในใจ รอให้เสี่ยวซื่อจื่อเติบใหญ่ นางจะต้องนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเล่าให้เสี่ยวซื่อจื่อฟัง ทำให้เสี่ยวซื่อจื่อจดจำบุญคุณแห่งชีวิตของเฟิ่งชิงเฉิน หากไม่มีเฟิ่งชิงเฉิน เสี่ยวซื่อจื่อก็ไม่มีทางได้เกิดมา
สนมเอกเซี่ยคิดอะไร สนมเอกเซี่ยจะเปลี่ยนไปจริงหรือไม่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับเฟิ่งชิงเฉิน สำหรับนางเฟิ่งชิงเฉินแล้วสนมเอกเซี่ยเป็นเพียงผู้ป่วยคนหนึ่ง ไม่ว่าสถานะของนางจะสูงส่งเพียงใด มันก็แค่ผู้ที่ผ่านมาในชีวิตของนาง มันไม่คุ้มที่จะต้องไปใส่ใจถึงขนาดนั้น
ในฐานะหมอคนหนึ่ง หากนางนึกถึงคนไข้ทุกคนและพยายามคิดว่าคนไข้แต่ละคนคิดอย่างไร นางคงเหนื่อยตาย ชีวิตนี้คงไม่ต้องคิดเรื่องอะไรอื่น แค่จัดการกับเรื่องส่วนตัวของคนไข้ก็หมดเวลา
เฟิ่งชิงเฉินกลับมายังที่พักของตนเอง เก็บของใช้ส่วนตัว นางพบว่าตอนมา นางนำกล่องยามาแค่ใบเดียว แต่ตอนกลับ นางต้องนำของมากมายออกจากพระราชวัง ซึ่งใส่เกวียนสองคันก็ยังนำกลับไม่หมด
สิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งได้รับมาจากเหล่านางสนมในวังหลัง แม้ไม่ใช่ของขวัญจากราชสำนัก แต่มูลค่าของมันก็ไม่ธรรมดา บางอย่างเป็นของโบราณ ซึ่งนี่ถือเป็นรายรับอันยิ่งใหญ่ของเฟิ่งชิงเฉิน
หมอเป็นอาชีพที่ดีอย่างที่คิด การได้รับอั่งเปาเช่นนี้ มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของนางเสียอีก เฟิ่งชิงเฉินขอให้ขันที่ช่วยนางเก็บของ สิ่งที่นางสนใจไม่มีมูลค่าสิ่งของ แต่เป็นความสัมพันธ์ซึ่งอยู่เบื้องหลังสิ่งของเหล่านี้ สิ่งของเหล่านี้แสดงถึงตระกูลที่อยู่เบื้องหลังของพวกนาง
สิ่งซึ่งเฟิ่งชิงเฉินสนใจเวลานี้คือของขวัญมากมายจากลูกสาวของเจ้าเมืองซานตง ภายใต้การแสดงออกโดยนัยของนาง อีกฝ่ายตอบรับอย่างชาญฉลาด ของแค่เฟิ่งชิงเฉินเดินทางไปซานตง ทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างราบรื่น
ส่วนเฟิ่งชิงเฉินต้องการทำอะไร ต้องการให้เจ้าเมืองซานตงช่วยเหลือสิ่งใด เฟิ่งชิงเฉินจะเป็นคนไปหารือกับพ่อของนาง นี่ไม่ใช่สิ่งซึ่งนางสามารถตัดสินใจได้
แน่นอนว่าเฟิ่งชิงเฉินเข้าใจในจุดนี้ดี แต่มีโอกาสเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อนางไปถึงชานตง นำสิ่งของซึ่งอีกฝ่ายมอบให้ออกมา ต่อให้อีกฝ่ายไม่ช่วยเหลือนาง อีกฝ่ายก็ไม่มีทางช่วยเหลือตระกูลลู่แห่งซานตง
ดังนั้นอย่ามองข้ามผู้หญิงคนนี้เป็นอันขาด นางเป็นเพียงแค่สนมในวังหลัง แต่กลับมีสมบัติอันยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้
แน่นอนว่าของขวัญเหล่านี้จะไม่ได้รับเปล่า ๆ หลังจากได้รับของขวัญแล้วก็ต้องรอให้ในสิ่งที่พวกนางต้องการ นางสนมเหล่านี้ล้วนเป็นคนฉลาด พวกนางแค่ถามถึงตัวยา ไม่ได้ถามว่านางจะนำยาเหล่านี้ไปมอบให้คนอื่นด้วยหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าเอามอบให้ใครอีก ไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องการรักษาใด ๆ ทั้งนั้น
วังหลังคือสถานที่ฝึกฝนชั้นดีอย่างที่คิด สาวน้อยพวกนี้เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่สิบห้าถึงสิบหกปี แต่กลับมีความคิดลึกซึ้งเสียยิ่งกว่านางที่ใช้ชีวิตมาแล้วถึงสองโลก
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย เฟิ่งชิงเฉินก็รอที่จะออกจากวังแทบไม่ไหว นอกจากบอกลาจักรพรรดิกับสนมเอกเซี่ย เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นางไม่แม้แต่บอกลาฮองเฮาสักคำ
ไม่ใช่ว่านางไม่เห็นฮองเฮาอยู่ในสายตา แต่นางไม่สามารถรับมือกับฮองเฮาได้ หากนางไปบอกลาฮองเฮา มันก็ยากที่นางจะจากไป ส่วนฮองเฮาจะลงโทษนางหรือไม่ เรื่องนี้นางไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
สนมเอกเซี่ยกล่าวว่านางจะเป็นตัวของตัวเอง มันไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้ผู้อื่นรังแก อยากเป็นตัวของตัวเองในวังหลัง จะเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง และไม่ว่าต้องแลกกับอะไร สนมเอกเซี่ยจะต้องปกป้องนางในฐานะผู้ช่วยชีวิต
ทันทีที่ออกมาจากพระราชวัง ก็เห็นหวังจิ่นหลิงในชุดอันสง่างามยืนรออยู่ข้างรถม้า มองมาทางประตูพระราชวัง ท่าทางของเขาเหมือนว่ากำลังรอใครบางคนอยู่