ตอนที่ 856
บทที่ 857 จรรยาบรรณแพทย์ นับวันยิ่งห่าง
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินพูดถึงเรื่องนี้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ซูเหวินชิงกำมือแน่นขึ้น ใบหน้าของเขาจริงจังขึ้นมาทันที
“ สิ่งที่เจ้ากล่าวก็ใช่จะมิสมเหตุสมผล ข้าหาเงินได้มากมายในทุกๆ ปี ก่อนหน้านี้จักรพรรดิอาจไม่ได้อิจฉา แต่หลังจากเหตุการณ์พายุหิมะ ข้าไม่กล้ารับประกันได้ว่าตระกูลซูจะสงบดั่งเคย” ยิ่งเสด็จอาเก้ามีเงินมากเท่าไหร่ หากพบกับปัญหาและมีโอหาส องค์จักรพรรดิคงจะฆ่าเขาแน่นอน
“ดีที่เจ้าเข้าใจ ตอนนี้จักรพรรดิขาดแคลนเงิน หากองค์จักรพรรดิหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลได้ หากเสด็จอาเก้าสามารถปกป้องเจ้าได้ แต่สำหรับทรัพย์สินของตระกูลซูอาจจะไม่ อย่างไรก็ตามคนที่นั่งในตำแหน่งสูงสุดนั้นคือจักรพรรดิ ตราบเท่าที่ชื่อของเขายังอยู่ที่นั่น ขุนนางทั่วไปก็ยังยืนเคียงข้างเขา” ตำแหน่งนั้นเป็นตัวกำหนดอำนาจ และไม่ว่าเสด็จอาเก้าจะทรงพลังเพียงใด ก็ยังมีสถานที่ที่เขาไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง
สิ่งที่เฟิ่งชิงเฉินพูดทำให้ซูเหวินชิงไม่มีความสุขเท่าไรนัก เขาและเสด็จอาเก้าเคยคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้นี้มาก่อน พวกเขาคิดว่าจะไม่มีปัญหาในระยะเวลาอันสั้นนี้
นอกจากนั้น การค้าที่ทำกำไรได้มากที่สุดของพวกเขาล้วนเป็นการลักลอบนำเข้าอย่างลับ ๆ พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับการค้าที่เปิดเผยเท่าไรนัก เพราะไม่ว่าพวกเขาจะทำกำไรได้แค่ไหนก็ตาม กำไรนั้นก็ไม่ได้เป็นของพวกเขาทั้งหมด แต่หากไม่มีการค้าทีเปิดเผยได้มาเป็นเกราะกำบัง พวกการค้าเถื่อนก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความโหดเหี้ยมของจักรพรรดินัก หากไม่มีตัวอย่างนี้ เขาคิดว่าจักรพรรดิจะไม่ใจแคบเกินไปที่จะแข่งขันกับประชาชนเพื่อผลกำไร แต่ตอนนี้ทุกสิ่งแตกต่างออกไป จากข่าวของเสด็จอาเก้าที่รู้มา จักรพรรดิมีความคิดที่จะทำสงคราม แต่ท้องพระคลังก็ว่างเปล่า ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนจักรพรรดิให้ทำสงครามได้เลย
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลหยุนก่อนหน้านี้ ซูเหวินชิงเข้าใจว่าเมื่อถึงเวลา จักรพรรดิจะกำหนดเป้าหมายมาที่เขา ขาของยุงถึงอย่างไรก็มีเนื้อ ไม่ว่าซูเหวินชิงจะยากจนเพียงใด เขาก็มั่งคั่งกว่าพ่อค้าคนอื่น
เรื่องนี้มันช่าง...... ปวดหัวจริงๆ แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่รีบเท่าไร แม้ว่าซูเหวินชิงจะกังวลใจและต้องการหาทางออกเพื่อรักษาทรัพย์สินของตระกูลซูโดยเร็วที่สุด เรื่องเหล่านี้ไม่อาจลุล่วงได้เพียงวันสองวัน เขาจัดการเรื่องตรงหน้านี้ก่อนดีกว่า
ซูเหวินชิงตื่นจากอาการตกใจอย่างรวดเร็ว สายตามองไปที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยรอยยิ้มจางๆ เขาวกกลับมาที่หัวข้อเดิมว่า "เอาละ เห็นแก่ที่เจ้าเตือนข้า ข้าจะไม่ถือสาเจ้าเกี่ยวกับยาป้องกันการแท้งบุตร การที่ตระกูลหยุนฟื้นตัวขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับข้าเช่นกัน” มีคนแบ่งปันความเสี่ยงให้เขาจะไม่ดีได้อย่างไร
ในสายตาของจักรพรรดิ ทั้งตระกูลซูและตระกูลหยุนล้วนเป็นแกะที่เขาเลี้ยงไว้ ต่างกันเพียงผู้สนับสนุนตระกูลซูคือเสด็จอาเก้า เมื่อแกะเช่นเขาตัวอ้วนพี และยามที่องค์จักรพรรดิประสงค์จะกิน ก็คงไม่เกรงใจแน่
ส่วนตระกูลหยุนมีหยุนเฉิงเป็นผู้สนับสนุน รากฐานของตระกูลหยุนไม่ได้อยู่ที่ตงหลิงเท่านั้น มือของจักรพรรดิไม่ได้ยื่นยาวออกไปขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะจัดการอย่างหมดจดได้ แต่ถึงอย่างนั้นจักรพรรดิก็ยังจัดการโกนขนแกะเช่นตระกูลหยุนจนสะอาดเกลี้ยง จากนั้นเขาก็โยนมันออกไปโดยไม่เสียดาย หากว่ายังไม่ตาย ก็รอให้มันงอกขนออกมาใหม่แล้วค่อยตัดใหม่......
เมื่อเผชิญกับอำนาจของจักรพรรดิ ไม่ว่าพ่อค้าคนไหนจะร่ำรวยเพียงใด พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ก้อนเมฆที่ล่องลอยไป
เฟิ่งชิงเฉินรู้ว่าซูเหวินชิงเข้าใจ ดังนั้นนางจึงยิ้มอย่างมีเลศนัย หากพูดถึงความใกล้ชิดสนิทสนม แน่นอนว่าซูเหวินชิงสนิทกับนางมากกว่า แต่นางเต็มใจที่จะร่วมมือกับตระกูลหยุนในเรื่องยาป้องกันแท้งบุตรมากกว่า
“หากเจ้าไม่โกรธก็ดีแล้ว เงินสามารถหาได้อย่างไม่มีสิ้นสุด การค้าที่ทำกำไรในได้ไม่ได้มีเพียงยา ในเรื่องการค้าเจ้าแตกต่างจากตระกูลหยุน การค้าของเจ้าซับซ้อนมากมายเกินไป แม้ว่าเจ้าจะให้ค่ากับการค้าร้านขายยามากแค่ไหน เจ้าก็ไม่เหมือนตระกูลหยุนที่มุ่งความสนใจไปที่การค้ายาเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงไม่วางใจหากข้าจะมอบยาป้องกันการแท้งให้กับ เจ้าไปจัดการ"
นี่คือความจริง ตระกูลหยุนจะใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อทำการค้านี้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของครอบครัวพวกเขา แต่ซูเหวินชิงจะไม่ทำเช่นนั้น สำหรับซูเหวินชิงนี่เป็นเพียงหนึ่งในการค้าของเขา แม้การค้านี้ขาดทุนก็ไม่เป็นไร เขายังมีอย่างอื่นอีกมากมาย
คราวนี้ซูเหวินชิงพูดไม่ออก เฟิ่งชิงเฉินพูดถูก เขาจะมัวคิดถึงแต่ตัวเองไม่ได้ ซูเหวินชิงลูบจมูกของตนและแสร้งลืมจุดประสงค์ทีเดินทางมาในวันนี้ไป