ตอนที่ 868
บทที่ 870 เฟิ่งชิงเฉินไม่น่าสงสาร
October 21, 2026
อดทน อย่าใจร้อน!
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าบ่งบอกว่าตนเองได้ยินแล้ว
นางรู้ดีว่าเรื่องในวันนี้ต่อให้นางทนไม่ไหวนางก็ต้องทน องครักษ์เสื้อโลหิตทำเรื่องไร้เหตุผล องค์รัชทายาทสามารถต่อหน้าลั่วอ๋องได้ แต่นางไม่สามารถทำได้
สำหรับประชาชนทั่วไป องค์ชาย ขุนนางระดับสูง ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีความผิด อย่าว่าแต่ลั่วอ๋องให้คนมาทุบจวนเฟิ่งเลย ต่อให้ทำลายจวนเฟิ่งจนสิ้นซาก นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของตงหลิงจื่อลั่ว แต่เป็นความผิดของเฟิ่งชิงเฉิน
เฟิ่งชิงเฉินยิ้มอย่างขมขื่น รักษาและพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง จัดการเรื่องราวของจวนเฟิ่งต่อไป “มีคนในจวนบาดเจ็บกี่คน? เชิญหมอมารักษาให้พวกเขา ข้ารู้สึกเหนื่อย เกรงว่าคงไม่สามารถรักษาคนจำนวนมากได้”
“คุณหนู คนในจวนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ข้าน้อยได้ไปเชิญหมอมานานแล้ว เวลานี้ทุกคนปลอดภัย คุณหนูมิต้องกังวล” พ่อบ้านรีบตอบกลับทันที เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจออกมาเพื่อแสดงว่าตนรู้สึกโล่งใจและพอใจเป็นอย่างมาก
ทงเหยายืนอยู่ด้านข้างของเฟิ่งชิงเฉินมาโดยตลอด เมื่อได้ยินคำพูดที่พ่อบ้านพูดกับเฟิ่งชิงเฉิน แม้ในใจจะร้อนรน แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยปากออกมา สุดท้ายนางทนไม่ไหว กักริมฝีปาก คุกเข่าลงไปด้านข้างของเฟิ่งชิงเฉิน
“คุณหนู ทงจือ นาง...... ข้าขอร้องท่าน ได้โปรดช่วยไปดูอาการของทงจือ ศีรษะของทงจือถูกทุบโดยองครักษ์เสื้อโลหิต ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ เลือดไหลไม่หยุด หมอบอกว่าหากมิสามารถหยุดเลือดได้ ทงจือ ทงจือ นางจะ......” ทงเหยากล่าวออกมาพร้อมกับก้มศีรษะให้เฟิ่งชิงเฉิน
ทุกคนในจวนเฟิ่งต่างรู้ดี เฟิ่งชิงเฉินถนัดเรื่องการรักษาบาดแผลภายนอกร่างกายมากที่สุด หากมีเฟิ่งชิงเฉินคอยให้ความช่วยเหลือ ทงจือก็มีหนทางรอด แต่ด้วยท่าทางของเฟิ่งชิงเฉินที่ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แต่พูดในฐานะนายกับบ่าว บ่าวได้รับบาดเจ็บ นายสั่งให้ไปเชิญหมอมาทำการรักษา เท่านี้ก็ถือเป็นบุญคุณและคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ พวกเขาจะไปกล้าขอร้องให้เจ้านายมาช่วยรักษาลูกน้องได้อย่างไร
ทงเหยารู้ว่าคำขอของตนเองนั้นมากเกินไป แต่นางยังคงก้มศีรษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง ในใจมีอันริบหรี่ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะไปช่วยดูอาการของทงจือ
“คุณหนู ข้าขอร้อง ได้โปรด ได้โปรดช่วยชีวิตของทงจือด้วย”
“ทงจือได้รับบาดเจ็บสาหัส? ไปดูกัน” เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้โทษทงเหยากับพ่อบ้านว่าทำไมถึงไม่บอกนางตั้งแต่แรก ไม่ต้องพูดถึงฐานะเจ้านาย แต่ด้วยสภาพที่ดูอ่อนล้าของนาง แน่นอนว่าทงเหยาและพ่อบ้านไม่กล้าขอร้องให้นางไปช่วยดูอาการของทงจือ
ทงเหยาพูดออกมาเวลานี้ เกรงว่าหมอคนดังกล่าวคงไร้ซึ่งหนทางในการรักษา
เฟิ่งชิงเฉินไม่กล้ารอช้า ระงับความเหนื่อยล้าของร่างกายและจิตใจ ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เดินไปยังลานที่เหล่าคนรับใช้อาศัยอยู่ ในขณะเดียวกันก็บอกให้ทงเหยาไปนำกล่องยาที่ห้องผ่าตัดมาให้
“ขอบพระคุณ คุณหนู ขอบพระคุณ คุณหนูเป็นอย่างสูง” ใบหน้าของทงเหยาเต็มไปด้วยน้ำตา ด้วยความประหลาดใจและความรู้สึกผิดในดวงตาของนาง นางปาดน้ำตาและรีบวิ่งออกไปข้างนอก
นางไม่มีวันลืมว่าชีวิตของทงจือนั้นได้คุณหนูเป็นคนช่วยไว้......
ทงเหยาไม่ได้พูดเกินจริง อาการบาดเจ็บของทงจือนั้นรุนแรงมาก เมื่อเฟิ่งชิงเฉินมาถึง นางรู้สึกตกใจเนื่องจากทงจือได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก
เฟิ่งชิงเฉินรีบให้เลือดทงจืออย่างรวดเร็ว เย็บบาดแผล หลังจากจัดการกับบาดแผลของทงจือเรียบร้อย ผู้คุ้มกันก็วิ่งเข้ามารายงานว่ายาที่ใช้อยู่ทางด้านของหวังชีใกล้จะหมดลงแล้ว
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้า จัดเตรียมทุกอย่างเป็นอย่างดี จากนั้นบอกให้ทงเหยาคอยดูแลทงจือ หากเกิดอะไรขึ้นให้รีบไปแจ้งนาง จากนั้นก็ถือกล่องยา รีบวิ่งไปยังกระท่อมเล็ก
พ่อบ้านอู้เห็นเช่นนั้นก็ไม่สามารถรั้งเฟิ่งชิงเฉินเอาไว้ได้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา คุณหนูของพวกเขานั้นไม่ง่ายเลย นางช่างลำบากเสียเหลือเกิน ครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่แรงกดดันทั้งหมดกลับตกอยู่ที่นางเพียงคนเดียว
เห็นเงาของเฟิ่งชิงเฉินหายไปในความมืด พ่อบ้านหันหลังและปรับท่าทางของตนเอง จัดการกับเรื่องที่เฟิ่งชิงเฉินสั่งไว้เป็นอันเรียบร้อย เพื่อไม่ทำให้เฟิ่งชิงเฉินต้องหนักใจไปมากกว่านี้
แม้จวนเฟิ่งจะเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ แต่หัวใจของผู้คนกลับนิ่งสงบได้ในชั่วข้ามคืน ทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อย เลือดด้านหน้าศาลบรรพบุรุษถูกล้างออกโดยน้ำสะอาด ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ