ตอนที่ 897
บทที่ 898 ลอบสังหาร ตีโอบจวนเฟิ่ง
October 21, 2026
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว!
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เฟิ่งชิงเฉินอยู่ด้านหน้าของหวังจิ่นหลิงหนึ่งก้าว นางรีบหันกลับมาด้านหลัง เห็นใบหน้าที่จริงจังของหวังจิ่นหลิงจึงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
“ชิง......”
ในตอนที่หวังจิ่นหลิงกำลังจะพูดออกมา ด้านนอกก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เฟิ่งชิงเฉินตกใจเป็นอย่างมาก “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
ก่อนปีใหม่จวนก็เพิ่งถูกคนเข้ามาทำลาย เวลานี้ผ่านปีใหม่มาแล้ว ยังจะถูกคนเข้ามาก่อกวนอีก ใครกันที่กล้าถึงเพียงนี้ กล้าเข้ามาทำลายจวนเฟิ่ง
“คุณหนู ท่านเย่นำทหารม้ามากลุ่มหนึ่ง สาปแช่งจะเอาชีวิตท่านอยู่ด้านนอก” ทงจือรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าในทันใด ใบหน้าของนางเป็นสีแดง ไม่รู้ว่าโกรธหรือหนีเข้ามา
“ท่านเย่ต้องการเอาชีวิตข้า? เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เร็ว รีบออกไปดู” เฟิ่งชิงเฉินสับสนเล็กน้อย ในตอนที่นางกำลังจัดเตรียมผู้คนเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับเย่เย่ หวังจิ่นหลิงก็รั้งนางเอาไว้
“ชิงเฉิน เจ้าเมืองเย่เฉิงถูกคนลอบสังหารตอนออกไปนอกเมือง” หวังจิ่นหลิงเล่าข่าวที่ตนเองเพิ่งจะได้รับรู้ให้กับเฟิ่งชิงเฉินฟัง
เฟิ่งชิงเฉินกล่าวออกมาด้วยความตกใจ “ว่าอย่างไร? เจ้าเมืองเย่เฉิงตายแล้วงั้นหรือ? วันนี้เขาเพิ่งจะเดินทางกลับเมืองเย่เฉิงมิใช่หรือ อยู่ดี ๆ จะตายได้อย่างไร?”
“เจ้าเมืองเย่เฉิงถูกลอบสังหารตอนที่อยู่ห่างจากเมืองประมาณสิบลี้” หวังจิ่นหลิงบอกข่าวที่ตนเองรับรู้ให้กับเฟิ่งชิงเฉินฟัง
“ถูกลอบสังหารทันทีเมื่อเดินทางออกจากเมือง? รอบนอกของเมืองเย่เฉิงเต็มไปด้วยองครักษ์ พวกเขาไร้ความสามารถเช่นนี้เลยงั้นหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวอย่างเหยียดหยาม
นางรู้เรื่องที่เจ้าเมืองเย่เฉิงเดินทางกลับไปยังเมืองเย่เฉิง เวลานี้เมืองเย่เฉิงกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาทั้งภายในและภายนอก ภายใต้การร่วมมือกันของตระกูลซูและยอดชุมชน ทำให้สิ่งของต่าง ๆ ในเมืองเย่เฉิงมีมูลค่าสูง ทำให้ประชาชนมากมายนั้นเดือดร้อน หากเจ้าเมืองเย่เฉิงยังไม่รีบเดินทางกลับไปเกรงว่าอีกไม่นานเขาคงต้องเผชิญหน้ากับเมืองอันว่างเปล่า
แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าลอบสังหารเจ้าเมืองเย่เฉิงระหว่างช่วงเดินทางกลับ ต้องกล่าวเลยว่าผู้ลอบสังหารผู้นี้หัวใสเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเมืองเย่เฉิงไร้ซึ่งเจ้าเมือง เพียงแค่คนไม่เอาไหนอย่างเย่เย่ เต็มที่ก็สามารถดูแลเมืองเย่เฉิงได้ไม่เกินห้าปี
“ไม่ใช่เพราะเจ้าเมืองเย่เฉิงไร้ความสามารถ แต่เป็นเพราะศัตรูนั้นแข็งแกร่งเกินไป เหล่าองครักษ์ของเจ้าเมืองเย่เฉิงเสียชีวิตลงภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่มีแม้แต่ผู้รอดชีวิต” หวังจิ่นหลิงกล่าวด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึม
การตายของเจ้าเมืองเย่เฉิงเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขา แต่หากเกี่ยวข้องกับเฟิ่งชิงเฉิน แบบนั้นก็ถือว่าเป็นปัญหา
“ไม่มีแม้แต่ผู้รอดชีวิต ผู้ลงมือช่างโหดเหี้ยม แต่ทำได้ยอดเยี่ยม ในเมื่อไม่มีใครรอดชีวิต เช่นนั้นเย่เย่จะใช้เหตุผลอันใดมาเอาชีวิตข้า เจ้าเมืองเย่เฉิงเสียชีวิตลงในอาณาเขตของตงหลิง นั่นเป็นเรื่องขององค์จักรพรรดิ เย่เย่กำลังพาลและเล่นงานผู้อ่อนแออย่างนั้นหรือ” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวอย่างเย้ยหยัน
นางไม่เคยไปสร้างปัญหาให้กับเย่เย่ เย่เย่กลับมาหานางเสียก่อน เป็นการรนหาที่ตายอย่างแท้จริง ภายใต้สถานการณ์อันย่ำแย่ของเมืองเย่เฉิงที่อยู่ตรงหน้า เย่เย่ยังไม่รู้ว่าตนเองไปทำให้ผู้ใดขุ่นเคือง แต่กลับเปิดศึกสุ่มสี่สุ่มห้า ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับประชาชนชาวเย่เฉิงเหลือเกิน
“มิใช่ เย่เย่มาหาเจ้าเพราะคิดว่ามือสังหารที่ฆ่าพ่อของเขาเป็นคนของเจ้า” หวังจิ่นหลิงนำเรื่องที่รู้มาเล่าให้เฟิ่งชิงเฉินฟังอีกครั้ง “เย่เย่ได้ยินข่าวการตายของเจ้าเมืองเย่เฉิง เขาก็รีบพาคนออกมาทันที พบว่าด้านหน้าศพของเจ้าเมืองเย่เฉิงมีอักษรเฟิ่งเขียนอยู่ และมีบาดแผลขนาดเท่ากับดอกตะปูบนหน้าผากของเขา และด้านในก็มีสิ่งที่คล้ายกับอาวุธลับที่เจ้าใช้ เขาจึงมั่นใจว่ามือสังหารผู้นั้นคือเจ้า”
วันนี้ช่วงเช้า เฟิ่งชิงเฉินอยู่ในจวนเฟิ่งตลอดเวลา หวังจิ่นหลิงรับรู้มันเป็นอย่างดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของเฟิ่งชิงเฉิน ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อโยนความผิด
หวังจิ่นหลิงรีบไตร่ตรองเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลอบสังหารเจ้าเมืองเย่เฉิง และต้องการโยนความผิดให้แก่เฟิ่งชิงเฉิน เมื่อลองคิดไปคิดมาก็คิดว่ามีเพียงไม่กี่คน แต่หวังจิ่นหลิงก็ไม่คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีความสามารถมากพอที่จะลงมือสังหารเจ้าเมืองเย่เฉิงตอนที่อยู่นอกเมือง
“แซ่ของข้า อาวุธลับที่ข้าใช้เป็นประจำ? มันเกิดจากความจงใจของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด นี่คิดจะโยนความผิดเรื่องการลอบสังหารเจ้าเมืองเย่เฉิงให้กับข้าอย่างนั้นหรือ?” ดวงตาของเฟิ่งชิงเฉินเต็มไปด้วยแสงแห่งความเยือกเย็น
“แต่น่าเสียดาย เวลานี้เมืองเย่เฉิงไม่ใช่เมืองเย่เฉิงอย่างที่เคยเป็น คิดจะโยนความผิดหาว่าข้าสังหารเจ้าเมืองเย่เฉิง เช่นนั้นก็ต้องย้อนกลับไปมองตนเองก่อนว่ามีความสามารถเช่นนั้นอยู่หรือไม่ ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่า เย่เย่ที่ไม่มีเจ้าเมืองเย่เฉิงคอยให้การสนับสนุนจะทำอะไรได้บ้าง”