ตอนที่ 936
ตอนที่ 936 โหมกลิ้งซัดสาด
October 22, 2026
ตอนที่ 936 โหมกลิ้งซัดสาด
รัชสมัยเทียนเต๋อปีที่สาม วันที่หนึ่ง เดือนสอง
วันนี้มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดขึ้นทั่วหล้า
ผืนปฐพีของแคว้นหลิวถูกยึดไปเกือบครึ่งจากผู้บุกรุกอีกฟากฝั่งของทะเล เมื่อผู้บุกรุกเข้าใกล้เมืองหลวงหลินซี บรรดาราชวงศ์ของแคว้นหลิวก็ได้ละทิ้งเมืองแล้วอพยพไปยังเมืองจิงซาน
ฟู่เสี่ยวกวนจักรพรรดิแห่งราชวงศ์อู๋ขึ้นเรือรบที่ท่าเรือเจียงเฉิง เรือรบ 6 ลำพร้อมกองนาวิกโยธิน 50,000 นายแล่นออกจากท่าเรือและมุ่งหน้าไปยังปากแม่น้ำแยงซี
ยิงฮวาองค์หญิงแห่งแคว้นหลิวยืนมองเรือที่ค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไปจากท่าเรือ นางร้องไห้ซาบซึ้งใจในสัจจะของฟู่เสี่ยวกวน โดยนางยังมิรู้ว่าแคว้นหลิวได้สูญเสียเอกราชแล้ว และเรือรบของฟู่เสี่ยวกวนมิได้ไปปรากฏในน่านน้ำของแคว้นหลิวแต่อย่างใด
ในวันนี้เยียนหานยวี่เดินทางไปถึงว่อเฟิงเต้าแล้ว ทว่ามิได้บังเกิดการประชุมไตรภาคีตามที่กำหนดแต่อย่างใด ยามที่เขากำลังเดือดดาลอยู่นั้นก็ได้รับจดหมายจากหยูเวิ่นเต้าหนึ่งฉบับ
หลังจากอ่านจดหมายฉบับนี้เสร็จแล้ว เขาก็รีบกลับไปยังแคว้นอี๋ทันที
ในวันนี้ จัวตงหลายเดินทางไปยังรัฐลู่ฉีแห่งชื่อเล่อชวนจนตามหาชนเผ่าหวานเหยียนพบ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับเผิงยวี๋เยี่ยนหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันเสร็จแล้ว เขาก็ได้ยื่นจดหมายหนึ่งฉบับจากฟู่เสี่ยวกวนให้กับนาง
จากนั้นเผิงยวี๋เยี่ยนก็ถือดาบยักษ์แล้วควบอาชาออกไปจากชนเผ่าหวานเหยียนอย่างรวดเร็วโดยทิ้งบุตรทั้งสามคนเอาไว้ที่ชนเผ่านี้ นางรีบมุ่งหน้าไปยังราชวงศ์หยูท่ามกลางหิมะ
บัดนี้จินหลิงกำลังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นของฤดูใบไม้ผลิในเดือนสอง
หทัยของหยูซูหรงเยือกเย็นยิ่งกว่าอากาศในฤดูใบไม้ผลิเสียอีก
ซั่งรั่วซุ่ยหายตัวไป !
ราชองครักษ์หลวงอีกทั้งทหารรักษาเมืองทั้งฝ่ายเหนือและใต้รวมกำลังตามหาตัวนางทั่วทั้งเมืองจินหลิงไปแล้ว 3 รอบ ทว่ามิพบเบาะแสใดเลย
นางไปที่ใดเยี่ยงนั้นหรือ ?
คนทั้งคนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยและไร้เหตุผลได้เยี่ยงไร
ทว่าก็ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้หยูซูหรงปวดศีรษะยิ่งกว่าเรื่องการหายตัวไปของซั่งรุ่ยซุ่ย…ซึ่งนั่นก็คือในช่วงเวลาเพียงเดือนกว่า หุ้นหลักทั้งสามของธนาคารซื่อทงก็เกิดการผันผวนอย่างรวดเร็ว !
บางทีหุ้นเหล่านี้ก็ค่อย ๆ ราคาเพิ่มขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากมาซื้อหุ้น บางคราก็ค่อย ๆ ลดลงอย่างเงียบ ๆ ทว่าผู้คนมิได้สนใจเท่าใดนักเนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องปกติ
จนกระทั่งเมื่อห้าวันก่อน ฉางหยูหลงจู๊แห่งธนาคารซื่อทงมายืนอยู่เบื้องหน้าของนางด้วยใบหน้าซีดเซียว นางเพิ่งทราบว่าหุ้นหลักทั้งสามนั้นร่วงลงมา ทั้งยังต่ำกว่าราคาที่ออกขาย บัดนี้…เหลือเพียง 10 อีแปะเท่านั้น !
เงิน 50 ล้านตำลึงที่ทุกคนลงทุนจึงกลายเป็นสูญเปล่า ส่งผลให้ราษฎรโกรธแค้นธนาคารซื่อทงเป็นอย่างมาก
นี่เป็นฝีมือของผู้ใด ?
บัดนี้หยูซูหรงมิมีเวลาไปคิดว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำหรอก เพราะหุ้นทั้งสามตัวกำลังทำให้ราษฎรหลายแสนคนเดือดร้อน !
ฮ่องเต้มิได้อยู่ในวังหลวง องค์พระเจ้าหลวงและไทเฮาซั่งก็มิได้อยู่ในวังเช่นกัน
ในพระราชวังจึงมีเพียงฮองเฮาเยี่ยนชิงอีเพียงอยู่ผู้เดียว… นางจะคลอดในอีกสองหรือสามเดือนนี้แล้ว มิอาจทนต่อแรงกระตุ้นเหล่านี้ได้
องค์หญิงใหญ่จึงจำใจเรียกตัวจัวหลิวหวินและฉางฮวนเข้าพบ
“กระหม่อมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการปราบปรามราษฎรให้สงบ ! ราษฎรหลายแสนคนและฝ่าบาทก็มิได้ประทับอยู่ในวังหลวง หากราษฎรเหล่านี้ก่อความวุ่นวายเฉกเช่นเดียวกันกับแคว้นอี๋ขึ้นมา…ผลที่ตามมาจะเลวร้ายจนคาดมิถึงเลยพ่ะย่ะค่ะ ! ”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ จัวหลิวหวินก็ได้วางแผนรับมืออย่างรวดเร็ว ส่วนฉางฮวนส่ายหน้าไปมา “ในตลาดหุ้นได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่ามีความเสี่ยงมิใช่หรือ ? ในเมื่อพวกเขาซื้อมันแล้วก็ต้องยอมรับความเสี่ยงนี้ นอกจากนี้…ใต้เท้าจัว กรมคลังจะไปหาเงิน 50 ล้านตำลึงจากที่ใด เพื่อมาซื้อหุ้นเหล่านี้คืนเล่า ? ”
“หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสามกลับเมืองหลวงแล้ว กระหม่อมคิดว่าจะเชิญหัวหน้าตระกูลทั้งสามในนามขององค์หญิงใหญ่เข้าวัง จากนั้นก็ให้พวกเขาซื้อหุ้นของตนเองกลับคืนพ่ะย่ะค่ะ ! ”
แววตาของหยูซูหรงเปล่งประกาย นางมิสังเกตเห็นสีหน้ากลืนมิเข้าคายมิออกของฉางฮวนเลยสักนิด “เรื่องนี้ก็จัดการตามนี้เถิด ใต้เท้าจัว ท่านให้คนนำเทียบเชิญของข้าไปเชิญหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสามเข้าวัง ข้าจะลองเจรจากับพวกเขาดู”
“กระหม่อมน้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ ! ”
ทั้งสองออกจากตำหนักขององค์หญิงใหญ่ ฉางฮวนบังเกิดความลังเลอยู่ครู่ใหญ่ จึงดึงตัวจัวหลิวหวินเอาไว้
“ท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าตระกูลใหญ่ทั้งสามทุ่มเงิน 40 ล้านตำลึงเพื่อสนับสนุนฝ่าบาทในการทำสงครามคราใหญ่นี้ หรือท่านคิดว่าพวกเขายังสามารถออกเงิน 50 ล้านตำลึงได้อีกกัน ? พวกเขายังต้องใช้เงินในการดำเนินธุรกิจอีกมากมิใช่หรือ ? หรือท่านจะบอกว่าเกลือมิต้องผลิตแล้ว ? เหล็กก็มิต้องหลอมแล้ว ? เรือก็มิต้องสร้างแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ใต้เท้าจัว ท่านคิดอันใดอยู่กันแน่ ? ”
จัวหลิวหวินมองไปยังฉางฮวน “เช่นนั้นข้าขอย้อนถามใต้เท้าฉางว่ากรมคลังของท่านสามารถทำให้เงิน 50 ล้านตำลึงนี้งอกขึ้นมาได้หรือไม่ ? ”
“หากผลิตออกมามิได้…”
ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ ขันทีน้อยผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “เรียนใต้เท้าจัว ราษฎรกำลังก่อความวุ่นวายที่ธนาคารซื่อทงขอรับ ! ”
จัวหลิวหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องมองไปยังฉางฮวนอีกครา “ใต้เท้าฉางส่งคนไปปราบปรามราษฎรที่ก่อจลาจลได้หรือไม่ ? ”