ตอนที่ 945
ตอนที่ 945 ผู้ควบคุมหมาก
October 22, 2026
ตอนที่ 945 ผู้ควบคุมหมาก
ทันทีที่เสียงฟ้าร้องของฤดูใบไม้ผลิดังขึ้น สายฝนแห่งวสันตฤดู ณ ที่ราบฮวาจ้งก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
บัดนี้แผนการตื่นจากจำศีลดำเนินไปได้ 13 วันแล้ว
สงคราม ณ ที่ราบฮวาจ้งกินเวลานานถึงสามวันสามคืน
นี่คืออนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งในใต้หล้า
ในสงครามครานี้ราชวงศ์อู๋ทุ่มกองทัพที่สองจำนวน 100,000 นาย กองทัพที่สามจำนวน 80,000 นายและกองทัพที่สี่จำนวน 100,000 นาย รวมทั้งสิ้น 280,000 นาย
ราชวงศ์หยูทุ่มกองทัพชายแดนใต้ 300,000 นายและกองทัพสวรรค์ฆาตอีก 300,000 นาย
ณ สถานที่แห่งนี้มีกองทัพขนาดใหญ่จำนวน 880,000 นายสู้รบอยู่ที่นี่อย่างสุดชีวิต ยามรุ่งอรุณวันที่สี่ของการสู้รบ ผู้ที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่มีเพียงหนึ่งแสนกว่านายเท่านั้น
แน่นอนว่าพวกเขาคือเหล่าทหารบกของราชวงศ์อู๋
นี่คือสงครามที่เกริกก้องเกรียงไกรมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในสงครามครานี้ ราชวงศ์อู๋สูญเสียทหารไป 180,000 นายเพื่อกวาดล้างกองกำลังหลักของราชวงศ์หยูให้สูญสิ้นโดยสมบูรณ์ เพื่อที่จะสถาปนาและสร้างรากฐานอันมั่นคงของประเทศต้าเซี่ยขึ้นมา
สงครามนี้ในประวัติศาสตร์ถูกขนานนามว่า… สงครามแห่งการสถาปนาราชวงศ์ใหม่
ธงประจำกองทัพทั้งสามด้ามถูกปักรวมกัน ณ ใจกลางของที่ราบฮวาจ้ง ภายใต้ธงกองทัพที่ดุดันเฮ้อซานเตากระอักโลหิตออกมาเป็นฝอย จากนั้นก็ส่งหนึ่งหมัดทุบเข้าที่หน้าอกของเว่ยอู๋ปิ้ง อีกหนึ่งหมัดทุบเข้าที่หน้าอกของเฉินป๋อ
เขาเช็ดโลหิตและน้ำฝนออกจากใบหน้าแล้วฉีกยิ้มออกมา
“หัวหน้า พวกเราชนะแล้ว ! ”
เฉินป๋อจ้องมองไปยังศพที่นอนเกลื่อนกลาดและพยักหน้าเล็กน้อย ผ่านไปชั่วครู่ใบหน้าเคร่งขรึมก็พลันคลี่ยิ้มออกมา ราวกับดอกไม้ที่ไร้นามได้ผลิบานขึ้นบนทุ่งหญ้าก็มิปาน อาจมิสวยงามมากนัก ทว่าก็เป็นความภาคภูมิใจของฤดูใบไม้ผลิ “ใช่ ! พวกเราชนะแล้ว ! ! ”
ทันใดนั้นเว่ยอู๋ปิ้งก็เดือดดาลเป็นเจ้าเข้าราวกับสายฟ้าฟาด เขาถีบเข้าที่สะโพกของเฮ้อซานเตาจนอีกฝ่ายกระเด็นออกไปราวสองจ้างและกลิ้งลงไปในบ่อน้ำ
“เจ้าสุนัขเฮ้อซานเตา มัวไปทำบ้าอันใดอยู่กัน เหตุใดถึงได้มาสายตั้ง 1 ชั่วยาม ข้าต้องสูญเสียพวกพ้องไปอีก 3,000 นาย เจ้าเห็นหรือไม่ ! ”
เฮ้อซานเตาลุกขึ้นจากบ่อน้ำ เนื้อตัวเปียกโชก ทว่าก็ได้ล้างโลหิตบนใบหน้าออกจนสะอาดเกลี้ยงเกลา
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ…” เฮ้อซานเตาหัวเราะร่า “หากข้ามาช้ากว่านี้อีก 2 ชั่วยาม เจ้าคงโดนเฟ่ยอันสังหารไปแล้ว ! ”
“มารดาเจ้าสิ ! หาคำอธิบายมาให้ข้าประเดี๋ยวนี้ 3,000 นายเชียวนะ สุนัขเยี่ยงเจ้าทราบบ้างหรือไม่ ! ? ”
เฉินป๋อโบกมือเป็นพัลวัน แม้ว่าบัดนี้พวกเขาจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกเหมือนกัน ทว่าเฉินป๋อเป็นครูฝึกของพวกเขา ถึงเยี่ยงไรทั้งสองย่อมมิกล้าสร้างปัญหาต่อหน้าเฉินป๋อ
“ที่ซานเตามาสายย่อมมีเหตุผลอย่างแน่นอน จงเอ่ยมาเถิด”
เฮ้อซานเตาสะบัดศีรษะไปมา สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“เกิดเหตุมิคาดฝันเล็กน้อย… ฝ่าบาทเสด็จไปยังเมืองเปียนเฉิง ! ”
เฉินป๋อและเว่ยอู๋ปิ้งตื่นตกใจขึ้นมาทันใด “ไปทำอันใดที่เมืองเปียนเฉิงกัน ? ”
“บัดนี้ข้าเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดถึงเรียกแผนการนี้ว่าตื่นจากจำศีล และเหตุใดถึงเรียกว่าแผนการชุนเหลย”
เฮ้อซานเตาทรุดตัวนั่งบนพื้นหญ้า หาได้สนใจว่าหญ้าที่โดนนั่งทับจะมีน้ำทะลักออกมาหรือไม่
เขาดึงหญ้าขึ้นมาหนึ่งเส้นใส่ปากเคี้ยว ทว่าสายตาจ้องมองไปยังสายฝนแห่งวสันตฤดูที่ไร้ขอบเขต
“สงครามตรงนี้คือแผนตื่นจากจำศีล ทว่าสถานที่ซึ่งบังเกิดฟ้าร้องลั่นในฤดูใบไม้ผลิกลับมิใช่ตรงที่พวกเรายืนอยู่ แต่เป็นที่เมืองเปียนเฉิงต่างหากเล่า ! ”
เฉินป๋อและเว่ยอู๋ปิ้งนั่งลงเช่นเดียวกัน “จงอธิบายด้วยภาษามนุษย์ประเดี๋ยวนี้ ! ”
“ฝ่าบาททรงชักนำกองกำลังทหารทั้งหมดของราชวงศ์หยูมายังที่ราบฮวาจ้ง แล้วให้พวกเรารวบรวมพลังทั้งสามกองทัพเพื่อกำจัดพวกเขาทั้งหมดลงที่นี่ ข้าคาดว่าผู้คนในใต้หล้าล้วนจับจ้องสนามรบแห่งนี้ ทว่าแท้จริงแล้วในขณะที่สงครามกำลังปะทุขึ้นมา ภายในป่าท้อของเมืองเปียนเฉิง ฝ่าบาทก็ได้วางสนามรบอีกแห่งหนึ่งเอาไว้”
“สงครามนั้นมีผู้รู้เห็นเพียงมิกี่คนเท่านั้น ทว่ามันอันตรายเป็นอย่างมาก เกรงว่าจะน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าที่ราบฮวาจ้งเสียด้วยซ้ำ”
เฮ้อซานเตามิได้ติดตามทหาร 10,000 นายไปเมืองเปียนเฉิงเพื่อจับกุมหยูเวิ่นเต้า ดังนั้นเขาจึงมิทราบว่าแท้จริงแล้วเกิดอันใดขึ้นที่เมืองเปียนเฉิงบ้าง
แท้ที่จริง… บัดนี้ก็มิมีผู้ใดทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นที่เมืองเปียนเฉิงจริง ๆ
เฮ้อซานเตาเพียงคาดเดาเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เขาคาดเดามิถูกต้องเลยสักนิด เนื่องจากนี่มิใช่แผนการชุนเหลยที่ฟู่เสี่ยวกวนต้องการ
…..