ตอนที่ 102
บทที่ 108
October 28, 2026
หากวันนี้จื่อเฉินไม่ได้เข้าไปแล้วล่ะก็ เมี่ยวคงคงรู้สึกประหลาดในแน่นอน บอกได้เลยว่าทุก ๆ คืนนั้นจะมีโอกาสหนึ่งครั้งเสมอ หากการพัฒนาของจื่อเฉินไม่รวดเร็วล่ะก็ ถึงจะเป็นเรื่องแปลก
“คนนึงก็ลึกลับ คนนึงก็เย็นชา ทั้งสองคนนี้ช่างไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ” เมี่ยวคงหันไปมองจางเฮ่าเทียนที่กำลังฝึกฝนอยู่อีกฝั่ง พูดพลางถอนหายใจออกมา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า ในที่สุดจื่อเฉินก็สัมผัสได้ถึงแก่นใจในธาตุแท้ของท่าก้าวไร้ตัวตน ขณะที่เขาลืมตาขึ้น แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความดีใจ
“อะไรกัน ทะลุขั้นแล้ว ?” เมี่ยวคงถาม
“อือ” จื่อเฉินพยักหน้า “ในที่สุดก็ทะลุขั้นได้แล้ว”
จากนั้นจื่อเฉินก็ลุกขึ้น แสดงท่าก้าวไร้ตัวตนต่อให้เมี่ยวคงให้เขาได้ดู
ภายใต้ท้องฟ้าอันสดใส ร่างของเขาดูคล้ายกับเป็นเงาดำ ลึกลับไร้ตัวตน ทำให้คนที่เห็นคาดเดาการเคลื่อนไหวในทุก ๆ ย่างก้าวของเขาแทบไม่ได้
“นี่คือ.....แก่นใจในธาตุแท้ของท่าก้าวไร้ตัวตน ?” ทันใดนั้นแววตาเมี่ยวคงก็เกิดประกาย ภายในเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “นี่เพิ่งจะไม่นาน เจ้าก็สามารถเข้าถึงแก่นใจในธาตุแท้ของท่าก้าวไร้ตัวตนได้แล้วหรือ นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
“นี่เร็วงั้นหรือ ผ่านมาตั้งกี่เดือนแล้ว” ร่างของเขาหยุดเคลื่อนไหว มองไปยังเมี่ยวคงที่กำลังตื่นเต้น จื่อเฉินทำท่าแบบมือออกพลางพูดออกมา
“จะไม่เร็วได้ยังไงล่ะ เจ้ารู้รึเปล่าว่าทักษะการต่อสู้นี้ คนอื่น ๆ ต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อบรรลุธาตุแท้ แต่เจ้ากลับใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็บรรลุได้แล้ว” เมี่ยวคงตาเบิกโพลง
จากที่เมี่ยวคงพูด แน่นอนว่าความเร็วของจื่อเฉินนั้นเร็วมาก แต่มีเพียงแค่จื่อเฉินเท่านั้น ที่รู้ว่าความเร็วนี้ยังไม่ถือว่าเร็ว ถ้าหากเขาสามารถฝึกท่าก้าวไร้ตัวตนได้อย่างสบายใจล่ะก็ อย่างมากที่สุดสองเดือนเขาก็สามารถบรรลุถึงแก่นใจในธาตุแท้ได้แล้ว ถึงยังไงเขาก็มีหนุ่มสายฟ้าที่สามารถแสดงท่วงท่าให้เขาได้ตลอดเวลา
ซึ่งเขาสามารถลอกเลียนแบบตามได้เลย
ท่าก้าวไร้ตัวตนได้บรรลุถึงแก่นใจในธาตุแท้แล้ว ต่อมาก็เป็นกระบี่ลำแสง ทักษะการต่อสู้ระดับหนึ่งที่ทรงพลังยิ่ง เมื่อรวมเข้ากับอาวุธระดับหนึ่งแล้ว ความสามารถยิ่งทรงพลัง
สำหรับวิชานิ้วสายฟ้าที่จื่อเฉินได้ฝึกฝนในครั้งแรกนั้น ตอนนี้ได้มาถึงทางดันแล้ว ไม่ว่าจื่อเฉินจะฝึกฝนอย่างไรต่อไป ก็ไม่สามารถเข้าใจธาตุแท้ของมันได้ ซึ่งจื่อเฉินเดาว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่เขาขาดไปอยู่ แต่เป็นอะไรนั้นจื่อเฉินเองก็ยังไม่รู้
จางเฮ่าเทียนยังคงฝึกฝนอยู่ ชี้ทิพย์ฟ้าดินที่อยู่รอบ ๆ ยิ่งไหลเวียนเข้มข้น ราวกับว่าเขาใกล้จะทะลุขั้นได้แล้ว
จื่อเฉินออกไปแต่เช้าและกลับมาในพลบค่ำ บางครั้งเขาก็นำอาหารหรือไม่ก็ผลไม้ป่ากลับมาด้วย
กลางวันหายาวิเศษ ตกกลางคืนฝึกฝนกระบี่ลำแสงในปริภูมิสายฟ้า เวลาที่มีนั้นเหลือเฟือ
ผ่านไปเจ็ดวัน รอบ ๆ จางเฮ่าเทียนก็กลายเป็นกระแสน้ำวน ชี้ทิพย์ฟ้าดินอันเข้มข้นใช้เขาเป็นจุดศูนย์กลาง ไหลรวมมาจากทั่วทุกทิศ จากนั้น ก็ถูกจางเฮ่าเทียนซึมซับเข้าไป
นี่หมายความว่าเขาใกล้จะทะลุขั้นแล้ว จากการซึมซับชี้ทิพย์โดยรอบ ทำให้จางเฮ่าเทียนเกือบจะทะลุขั้นได้แล้ว
ผ่านมาอีกครึ่งวัน จู่ ๆ ร่างของจางเฮ่าเทียนก็เกิดการไหลเวียนของลมปราณอันมหาศาล
ชี้แท้ชั้นเก้า ในที่สุดเขาก็ทะลุขั้นจนได้ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา แววตาเกิดประกาย
“ฮาฮา ชี้แท้ชั้นเก้า ช่างรู้สึกดีเหลือเกิน” ชายหนุ่มผู้เยือกเย็นหัวเราะร่า แสดงท่าทีมีความสุขล้นเหลือ