ตอนที่ 106
บทที่ 112
October 28, 2026
“นี่น่ะข้าเองก็บอกไม่ได้ แต่ในเมื่อทุกคนต่างก็พูดอย่างนี้ แปลว่าต้องมีต้นสายปลายเหตุ” ซูเมิ่งเหยาที่สวมชุดคลุมสีขาว สวมรองเท้าหุ้มส้น มือจับเอวบาง ๆ เอาไว้ พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม
“แค่พูดแค่นี้ เจ้าก็เชื่อแล้วงั้นหรือ ?” หลินเสวี่ยดีใจจนกระโดดโลดเต้น เมื่อได้ยินข่าวว่าจื่อเฉินแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ดูท่าคนที่น่าจะดีใจที่สุดน่าจะเป็นนาง
“ดูท่าทางดีใจของเจ้าสิ เป็นผู้หญิงต้องรู้จักสำรวมหน่อยสิ” ซูเมิ่งเหยาหัวเราะ นิ้วเรียวยาวจิ้มไปที่หน้าผากของหลินเสวี่ย
“ก็ข้าดีใจนี่นา ?” หลินเสวี่ยหัวเราะ “อยากเจอจื่อเฉินจังเลย ตอนนี้ข้ากลายเป็นชี้แท้ชั้นแปดแล้ว ถ้าได้เจอเขาอีกครั้ง ข้าจะทำให้เขาตกตะลึง ข้าชอบเวลาที่เขาทำหน้าตกใจน่ะ”
“เจ้านี่นะ” ซูเมิ่งเหยาหัวเราะเบา ๆ นางที่อายุมากกว่าหลินเสวี่ยไม่เท่าไหร่ นางเห็นหลินเสวี่ยเป็นเหมือนน้องสาวสุดรัก ทันใดนั้นใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มของซูเมิ่งเหยาเมื่อครู่ก็แข็งกระด้าง มองตรงไปยังป่าทึบด้านหน้า พลางพูดออกมาอย่างเยือกเย็นว่า “ใครทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ข้างหน้า ทำไมถึงไม่กล้าเผยตัวออกมา ”
หลินเสวี่ยตกใจ จ้องมองไปเบื้องหน้า
“ฮาฮา ประสาทสัมผัสว่องไวจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าในที่อย่างนี้จะได้เจอกับสาวงามแบบนี้” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านในป่าทึบ จากนั้นร่างของคนจำนวนหนึ่งก็โผล่ออกมา
นี่เป็นกลุ่มคนแปลกหน้า ซูเมิ่งเหยาและหลินเสวี่ยไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ก็ไม่กล้าชะล่าใจ เพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า มีลมปราณที่มองไม่เห็นแผ่อยู่รอบ ๆ คือชี้แท้ชั้นสิบ
“เจ้าเป็นใคร ?” ซูเมิ่งเหยายืนอยู่ด้านหน้าหลินเสวี่ย ปกป้องเธอเอาไว้ด้านหลัง
“ข้าขอแนะนำตัว ข้าชื่อว่าเฉินชง มาจากสำนักจ้านอู่” เฉินชงหัวเราะเบา ๆ แนะนำตนเองด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม แต่รอยยิ้มชั่วร้ายในสายตาบ่งบอกได้ว่าเขาจงใจสร้างบุคลิกนี้ขึ้นมา
“คนสวย เห็นศิษย์พี่แล้ว ไม่คิดจะเข้ามาทักทายกันหน่อยหรือ”
“ได้เจอกับศิษย์พี่เฉินชงถือว่าเป็นวาสนา ถ้าหากเจ้าปรนนิบัติศิษย์พี่ดีดีล่ะก็ ไม่แน่ว่าอาจจะพาเจ้าไปหายาวิเศษพันปีด้วยกันก็ได้นะ”
“สำหรับสาวงามอย่างพวกเจ้าทั้งสอง ดูท่าศิษย์พี่คงยินดีที่จะพาพวกเจ้าไปด้วยอยู่แล้วล่ะ”
ยังไม่ทันที่ซูเมิ่งเหยาจะเอ่ยปากพูด ผู้บำเพ็ญที่มากับเฉินชงก็หัวเราะร่า พลังของคนเหล่านี้ยังไม่แน่ชัดนัก แต่ดูจากท่าทางแล้วน่าจะไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่
เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อสักครู่ ใบหน้าอันงดงามของซูเมิ่งเหยาก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ หลินเสวี่ยเองก็โกรธจนทนไม่ไหว พูดออกมาว่า “คนจากสำนักจ้านอู่อย่างพวกเจ้าไม่มีมารยาทกันหรือไง แต่ละคนไม่ต่างจากสุนัข ถ้าหากคิดจะประจบศิษย์พี่ของพวกเจ้า ทำไมไม่ไปปรนนิบัติเขากันเองล่ะ ดูท่าเขาก็น่าจะยอมให้พวกเจ้าปรนนิบัติอยู่แล้วนี่”
หลินเสวี่ยนั้นงดงาม พูดจาไม่หยาบคาย ทว่าคำพูดกลับโหดร้ายเหลือเกิน
แค่คำพูดเดียวทุกคนกลับตกตะลึง แม้แต่เฉินชงเองก็ด้วย เมื่อคิดว่าจะถูกคนที่เหลือปรนนิบัติ เขาก็เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมา
ซูเมิ่งเหยาที่มีสีหน้าเขียวคล้ำ เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็หลุดขำออกมา แม้แต่หลินเสวี่ยเองก็หัวเราะเบา ๆ มองพวกเขาด้วยแววตาเยาะเย้ย
“หน็อยแน่ นังนี่ พูดจาสามหาวนัก ศิษย์พี่ไม่ต้องลงมือ ให้พวกข้าจะไปจับมันมาให้ลูกพี่จัดการเอง” ศิษย์หนึ่งในนั้นตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เดินออกไปด้านหน้า
“สาวสวยยอมให้จับแต่โดยดีเถอะ แล้วยอมมาปรนนิบัติศิษย์พี่แต่โดยดียังทัน ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะขออยู่ก็ไม่ได้ขอตายก็ไม่ได้แน่นอน”