ตอนที่ 200
บทที่ 206
October 28, 2026
พวกเขาออกไปจากที่นี่ แล้วก็ไล่ตามไปไกล จนพบเห็นกับบ้านเรือนที่ถูกเผาไหม้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือร่างศพของพวกชาวบ้านที่จื่อเฉินจุดไฟเผาขึ้น หลังจากนั้น พวกเขาก็พบเห็นห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปตรวจค้นแล้วไม่พบเจออะไร จึงได้เดินย้อนกลับมาที่นี่
เดินลงบันไดหินขนาดเล็ก มาจนสุดทางแล้ว ที่นี่คือห้องใต้ดินขนาดใหญ่ อากาศมีกลิ่นหอมเบาบางฟุ้งกระจายไปทั่ว กอปรกับอากาศที่อับชื้น ซึ่งแตกต่างกับที่อื่นมาก
ผู้ใหญ่บ้านหวาดกลัวอย่างมาก โดยเขาพาชายชุดดำเดินเข้ามาด้านใน แต่เมื่อเดินมาจนสุดห้องใต้ดินแล้ว กลับไม่พบเจอผู้ใดสักคน ไม่ต้องพูดถึงคนเลย แม้แต่ผ้าห่มที่วางไว้ก่อนหน้านี้นั้นก็ยังหายสูญไปแล้วด้วย
“นายท่าน ท่านดูสิว่า ไม่มีใครเลย” ชายชราใจเต้นแรงขึ้น แต่ก็ยังคงประหม่าอยู่เช่นเคย
ห้องใต้ดินก็ใหญ่เท่านี้ เพียงกวาดตามองครั้งเดียวก็สำรวจได้หลายรอบแล้ว ชายชุดดำเองก็รับทราบแล้ว ทันใดนั้น เขาก็ขมวดคิ้วขึ้น และพูดอย่างเย็นชาว่า “ห้องใต้ดินนี้ทั้งมืดมิดและอับชื้น แล้วกลิ่นหอมมาจากไหนกัน? ”
“นี่......! ” ชายชราตกใจ พูดตามจริงแล้ว เขาไม่ได้กลิ่นหอมอะไรนั้นเลย แต่เมื่อได้ยินที่ชายชุดดำพูด จึงได้กวาดตามองไปโดยรอบ จากนั้นในบริเวณมุมหนึ่งของห้องใต้ดิน ด้านข้างของโถจีน ได้พบเจอกับถุงหอมที่เด็กน้อยพกติดตัว จึงเบาใจลงได้บ้าง พร้อมกับชี้ไปที่นั่นและพูดขึ้นว่า “นายท่าน น่าจะเป็นพวกเด็ก ๆ ทำตกหล่นไว้ที่นี่ ในตอนที่พวกเขาเล่นซ่อนหากัน”
“เล่นซ่อนหากัน? ” ชายชุดดำแสดงสายตาที่เหยียดหยามหนักขึ้น หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่ เขาก็รีบจากไปทันที เกรงว่าหากอยู่กับพวกคนธรรมดาเหล่านี้นานเกินไป ตัวเขาเองก็จะกลายเป็นคนที่โง่เขลาขึ้นได้
ในที่สุดชายชุดดำก็ออกไปจากที่นี่ เมื่อมาถึงด้านนอกแล้ว คนอื่น ๆ ก็อยู่กันครบ ซึ่งแต่ละคนต่างก็ไม่พบเจออะไร
ชายชุดดำไม่อยากที่จะเสียเวลาต่อไปแล้ว สถานที่แห่งนี้เป็นป่าทึบ มีต้นไม้พืชพรรณมากมาย โอกาสที่จื่อเฉินจะมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้นั้นคงจะไม่มากนัก อีกทั้งคงไม่สามารถที่จะให้ผู้คนทั้งหมู่บ้านพูดโกหกได้ เพราะว่าจื่อเฉินเป็นคนของสำนักหลิงอู่ ส่วนที่นี่คืออาณาเขตของเมืองหยุนเมิ่ง
แต่ละคนได้กระโดดขึ้นบนหลังของนกครุฑ และทยอยจากไป โดยที่ไม่ได้หันกลับมามองพวกชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดนกครุฑก็บินจากไป แต่ชาวบ้านก็ยังไม่วางใจ จึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงโห่ร้อง แต่ละคนต่างก็กลับมาที่บ้านของตนเอง แล้วก็พักผ่อนอย่างสงบเงียบ
ในช่วงกลางคืน บนท้องฟ้าปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้น อีกฝ่ายหนึ่งนั้นยืนตระหง่านอยู่ในอากาศ เหนือบริเวณหมู่บ้าน โดยพลังที่มองไม่เห็น ได้แผ่กระจายลงมาจากท้องฟ้า สาดส่องไปทั่วหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านกำลังพักผ่อน ไม่ได้สัมผัสถึงความผิดปกติ ผ่านไปสักพัก เงาร่างที่อยู่บนท้องฟ้าก็กลายร่างเป็นลำแสงแล้วก็จากไป
รอจนท้องฟ้าสว่างแล้ว ชายชุดดำก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น พวกชาวบ้านจึงเริ่มส่งเสียงโห่ร้องยินดี จากนั้นก็ไปทำการทำงานของตนเอง
เมื่อชายชุดดำจากไปแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันอีกไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ไม่พูดไม่จาอะไรกัน แต่กลับเกิดความรู้สึกที่คลุมเครือ เวลานี้ จื่อเฉินปิดตาสองข้างลง และท่องภาวนาอยู่ในใจว่า ความว่างเปล่าก็คือรูปลักษณ์ที่พบเห็น รูปลักษณ์ที่พบเห็นก็คือความว่างเปล่า แต่ภายในหัวสมองก็ยังคงไม่สงบนิ่งอยู่ดี
ส่วนหวางเซียนเอ๋อนั้น ก็เขินอายอย่างที่สุด
เมื่อท้องฟ้าสว่างขึ้นแล้ว หวางเซียนเอ๋อก็อดทนต่อไปไม่ไหว จึงได้ถีบจื่อเฉินออกมาจากช่องมืด
ชายชุดดำไม่ได้ย้อนกลับมาแล้ว ทั้งสองคนจึงอยู่ในห้องใต้ดิน เพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บต่อไป
ส่วนด้านนอกนั้น ชายชุดดำก็ยังคงตามหาตัวจื่อเฉินอย่างไม่หยุด ซึ่งก็ห่างไกลออกมาจากที่นั่นมากแล้ว
เวลาผ่านไปแต่ละวันแต่ละวัน จนห้าวันผ่านไป อาการบาดเจ็บของจื่อเฉินก็หายดีเป็นปกติแล้ว สภาพร่างกายกลับมาแข็งแกร่งมีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง
ตอนที่อยู่ในห้องใต้ดินนั้น ทั้งสองคนได้พูดคุยและใกล้ชิดกันมากขึ้น จึงทำให้เกิดความคุ้นเคยกัน ห้องใต้ดินมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ทั้งสองคนกินนอนอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะเก้อเขินบ้าง แต่ก็มีความรู้สึกที่คลุมเครือ เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ทั้งสองคนก็ได้เดินออกมา ผ่อนคลายจิตใจ พร้อมกับรับฟังและสอบถามข่าวคราวอื่นด้วย