ตอนที่ 199
บทที่ 205
October 28, 2026
อย่าได้ถือสากับคำพูดของเด็กน้อย น้ำเสียงของเอ้อโก่วไร้เดียงสามาก แต่ท่าทางค่อนข้างจะจริงจังเลยทีเดียว ส่วนชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านต่างก็หมดหวังกันไปแล้ว ส่วนชายชุดดำก็มีท่าทางที่เย็นชาขึ้นอย่างมาก กำลังรอให้เด็กน้อยพูดตำแหน่งที่อยู่ของจื่อเฉินออกมา และหลังจากนั้น ก็ถึงเวลาลงมือสังหารทั้งหมู่บ้านแล้ว
“เจ้าเคยเห็น อย่างนั้นเจ้าพูดมาสิว่า พวกเขาอยู่ที่ไหน? ” ชายชุดดำถามขึ้นด้วยความเย็นชา
“ใช่เลย ข้าเคยเห็น” เอ้อโก่วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสาแต่จริงจัง แล้วใช้นิ้วชี้ไปที่ชายชุดดำ และพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าก็คือผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคนยังไงล่ะ! ”
“อะไรนะ? ” เวลานี้ ทุกคนที่ได้ยินคำอธิบายนี้ ต่างก็อึ้งกันไปทั้งหมด ส่วนชายชุดดำนั้นยิ่งเจ็บปวดใจอย่างมาก
“ไม่ใช่เหรอ ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า พวกเจ้าก็คือคนแปลกหน้า คนแปลกหน้าก็คือผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน พวกเจ้าก็คือผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน” เอ้อโก่วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสา แต่จริงจัง ราวกับว่าเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยที่รู้ถึงหลักการและเหตุผล
ชายชุดดำหายใจหนักขึ้น โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ขณะนี้ เขามีแรงกระตุ้นที่อยากจะฆ่าคนแล้ว แต่อย่าได้ถือสากับคำพูดของเด็กน้อย ซึ่งเมื่อมองจากท่าทางที่จริงจังของเด็กน้อยแล้ว สามารถมองออกได้ว่า เจ้าเด็กน้อยไม่ได้ล้อเล่นอะไรกับเขาเลย
“ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า พวกเจ้าก็คือคนแปลกหน้า ก็คือผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน” เอ้อโก่วพูดขึ้นอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและไร้เดียงสา
ชายชุดดำโมโหหนักจนร่างแทบจะระเบิดขึ้นแล้ว น้ำเสียงของเด็กน้อย เป็นสิ่งที่ประชดเสียดสีพวกเขาอย่างมากที่สุด
“แม่งไอ้พวกหน้าโง่ทั้งนั้น คนธรรมดาเหล่านี้ช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง โตขนาดนี้แล้วแม้แต่ผู้ชายผู้หญิงก็ยังไม่รู้จัก แม่งแย่จริง รีบไปกันเถอะ”
“ช่างโชคร้ายเสียจริงเลย คิดไม่ถึงว่าจะต้องมายุ่งเกี่ยวกับพวกคนธรรมดาแบบนี้อยู่ตั้งนาน”
“แม่งสิ เมื่อได้ยินชื่อก็รู้แล้ว เอ้อโก่ว(ชื่อสุนัข) นี่มันชื่อห่าเหวอะไรกันวะ! ”
พวกชายชุดดำทนไม่ไหวต่อแววตาที่ใสบริสุทธิ์ คำพูดที่น่าขบขัน และท่าทางที่จริงจังของเด็กน้อย ซึ่งแต่ละคนก็ได้ดุด่ากันอย่างหนัก จากนั้น ก็กระโดดขึ้นบนหลังของนกครุฑ และทยอยไปจากที่นี่
ชาวบ้านทุกคนพากันโล่งใจลงไปบ้าง รอจนนกครุฑบินจากไปไกลแล้ว แต่ละคนต่างก็ชื่นชมความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของเอ้อโก่ว
“ทำไมเหรอ ที่ข้าพูดนั้นไม่ถูกเหรอ? ” ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเอ้อโก่ว เต็มไปด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง เจ้าพูดได้ถูกต้อง”
“คำตอบของเจ้านั้นถูกต้องแล้ว! ”
ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่
ช่วงวิกฤตก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงได้นำข่าวดีนี้บอกให้กับจื่อเฉินเป็นการพิเศษ
หวางเซียนเอ๋อได้สติตื่นขึ้นมาแล้ว เธอนั้นบาดเจ็บสาหัสหนักมากทีเดียว ซึ่งบาดแผลมากมายบนร่างกายของเธอได้รับการเยียวยารักษาจากจื่อเฉินแล้ว
ภายในห้องใต้ตินขนาดเล็กมีพวกเขาสองคนอยู่กันเพียงลำพัง แค่เสียงลมหายใจก็สามารถได้ยินได้ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัดเก้อเขินพอสมควร
“เธอรีบฟื้นฟูอาการบาดเจ็บนะ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะพักอยู่ได้นาน ห้ามสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเด็ดขาด”
ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามา ทั้งสองคนต่างก็กำลังบำเพ็ญฝึกฝน ซึ่งก็สามารถที่จะคลี่คลายบรรยากาศที่อึดอัดเก้อเขินนั้นลงได้บ้าง
วันนี้เกิดเหตุการณ์คับขันแต่ก็ไม่มีอันตรายใด ๆ พวกชาวบ้านต่างก็ดีใจกันอย่างมาก แต่ละคนพากันชื่นชมเอ้อโก่วว่าพูดได้ดีมาก เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ ส่วนพ่อแม่ของเอ้อโก่วนั้น ก็ยิ่งภาคภูมิใจอย่างที่สุด