ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 ใบหน้าโดนท่านอ๋องเห็นเข้าแล้ว
September 30, 2026
ฤดูร้อนของเมืองหลินอันอบอ้าวอยู่ไม่น้อย
ซูเจี่ยวเจี่ยวโบกพัดไปมา แต่ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี
นับจากวันที่นางข้ามมิติมายังราชวงศ์ต้าอวี่ที่ไม่เคยมีอยู่ในประวัติศาสตร์ จนถึงตอนนี้ก็ล่วงเลยมาสามปีแล้ว ช่วงแรกที่เพิ่งมาใหม่ ๆ นางยังเคยพร่ำโทษฟ้าดินอยู่บ้าง แต่พอเวลาผ่านไปสามปี นางก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าได้
ตอนนี้นางไม่ใช่ซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ห้าร้อยอันดับของโลกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเพียงบุตรสาวของครอบครัวพ่อค้าธรรมดา ๆ ในเมืองหลินอัน ซึ่งมีอายุเพียงสิบห้าปี
“ปล่อยวาง เข้าใจสถานการณ์” นี่คือข้อดีของนางมาโดยตลอด หากบริหารชีวิตให้ดี แม้อยู่ในยุคสมัยโบราณก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายได้ทั้งชีวิต
ดังนั้น เป้าหมายของนางในตอนนี้จึงมีเพียง หาเงิน สนุกสนาน ทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ
“แม่นางซู ขนาดตัวของเหล่าฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายวัดเรียบร้อยหมดแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”
แม่นมจางผู้ดูแลเอ่ยถามด้วยท่าทีเอาใจใส่
ซูเจี่ยวเจี่ยวส่งยิ้มอ่อนโยนพลางตอบ “เรียบร้อยแล้วล่ะ วัดครบหมดแล้ว”
เวลานี้นางกำลังเดินอยู่ในเรือนอ๋องเจียงหนาน ในฐานะเจ้าของร้านจินโหลว นางมาเพื่อวัดขนาดชุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วงให้บรรดาฮูหยินคุณหนูแห่งจวนอ๋องเจียงหนานด้วยตนเอง
เพราะยอดสั่งซื้อมีจำนวนมาก จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
นางกวาดสายตามองศาลาและอาคารโดยรอบแล้วก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า สมแล้วที่เป็นจวนอ๋องผู้ครองเจียงหนาน มีทั้งอำนาจทั้งทรัพย์สมบัติ แม้กระทั่งพวกบ่าวเฝ้าประตูก็ยังแต่งกายหรูหราไม่น้อย
พวกผู้มีอำนาจในยุคโบราณนี้ ช่างร่ำรวยอุดมสมบูรณ์กันเหลือเกิน
“นายท่านสาม อย่ารีบร้อนสิขอรับ ช้าลงหน่อยขอรับ”
ไม่ไกลจากด้านหน้า กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามา คนรับใช้และองครักษ์ถือดาบเดินมาพร้อมชายหนุ่มร่างสูงสง่าอย่างเร่งรีบ
ชายผู้นั้นรูปโฉมหล่อเหลา ดั่งสายลมเย็นและจันทราสว่างไสว รอบกายแผ่กระแสอำนาจน่าเกรงขาม คล้ายเจ้าขุนมูลนายผู้ยิ่งใหญ่
ซูเจี่ยวเจี่ยวเคยได้ยินชื่อเสียงของเขา เขาคือซ่งฉืออ๋องเจียงหนาน ท่านอ๋องต่างสกุลเพียงหนึ่งเดียวแห่งราชวงศ์ต้าอวี่ เป็นบุตรคนที่สามของตระกูลซ่ง ในจวนอ๋องยังคงเรียกเขาว่านายท่านสาม
ยิ่งกว่านั้น เขายังดำรงตำแหน่งผู้ว่าการของห้ามณฑลในเจียงหนาน ทั่วทั้งเจียงหนานมีเขาเป็นผู้ดูแลและมีอำนาจทางการทหารอยู่ในมือ เรียกว่าเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงและเป็นขุนนางระดับสูงสุดของมณฑล
กล่าวอีกนัยหนึ่ง แท้จริงแล้วซ่งฉือนั้นเทียบเท่ากับจักรพรรดิแห่งเจียงหนาน
ซูเจี่ยวเจี่ยวรีบก้มศีรษะทำความเคารพร่วมกับบ่าวไพร่ทั้งหลาย
ทว่าจู่ ๆ ลมก็พัดขึ้น หมวกคลุมศรีษะที่นางสวมอยู่ถูกลมพัดปลิวออกไป ซูเจี่ยวเจี่ยวสบถในใจ ‘แย่แล้ว!’ แล้วรีบหันไปหา แต่วินาทีที่เงยหน้าขึ้นมาก็ได้สบตาเข้ากับดวงตาลึกล้ำของซ่งฉือ
นั่นคือดวงตาที่เย็นเยียบและนิ่งสงบราวกับนัยน์ตาของเหยี่ยว
แววตาเยือกเย็นคู่นั้นจับจ้องนาง คล้ายจะมองทะลุทะลวงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
ซูเจี่ยวเจี่ยวถึงกับตัวสั่น รีบก้มหน้าหลบตาในทันที
ฝีเท้าของซ่งฉือชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะก้าวต่ออย่างเร่งรีบพร้อมขบวนผู้ติดตาม แต่กลับไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาของเขาที่หรี่ลงเล็กน้อย
สาวใช้และแม่นมที่อยู่ข้าง ๆ ก็พากันตกใจไม่น้อย ต่างพากันตบอกหายใจเฮือก พลางพึมพำเสียงเบา
“นายท่านสามช่างน่ากลัวเหลือเกิน”
“ไม่น่าแปลกที่คนในจวนต่างหวาดเกรงท่านอ๋อง”
แม่นมจางเก็บหมวกคลุมศรีษะที่ถูกลมพัดไปขึ้นมาและส่งคืนให้ซูเจี่ยวเจี่ยว “แม่นางซู เหตุใดจึงต้องใส่หมวกคลุมศรีษะนี้ตลอด…”
คำพูดที่ตามมาขาดหายไปทันที สายตาของแม่นมจางจับจ้องที่ใบหน้าของซูเจี่ยวเจี่ยวและถึงกับตะลึงงัน
ใบหน้าของแม่นางซูช่างงดงามราวกับนางฟ้า!
ไม่สิ! แม้แต่นางฟ้าก็ยังไม่งดงามเท่านาง!
ต่อให้เป็นหญิงชราวัยอย่างนาง มองใบหน้านี้แล้วก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
ซูเจี่ยวเจี่ยวรีบดึงหมวกคลุมศรีษะกลับมาใส่ นางรู้ดีว่าใบหน้านี้ย่อมก่อเรื่องได้ไม่หยุดแน่ ดังนั้นเวลาจะออกไปข้างนอก นางจึงต้องสวมหมวกคลุมศรีษะหรือไม่ก็ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเอาไว้
ลูกสาวพ่อค้าธรรมดา ๆ อย่างนาง กลับมีรูปโฉมงดงามสร้างความเสียหายเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องดีนักในสมัยโบราณ
“ขอบคุณแม่นมจาง ข้าขอตัวก่อน”
แม่นมจางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติ รีบขยี้หน้าตนเองแรง ๆ “ให้ตายเถิด! ก็แค่จมูกและตา เหตุใดถึงงดงามได้ถึงเพียงนี้!”
ซูเจี่ยวเจี่ยวออกจากจวนอ๋อง สาวใช้เข่อเล่อรีบประคองนางขึ้นนั่งรถม้า รับหมวกคลุมศรีษะมาถือไว้ แล้วรีบยกชาคลายร้อนส่งให้อย่างรวดเร็วพร้อมกับถือพัดโบกให้
“คุณหนู เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ”
“พอไหว” ซูเจี่ยวเจี่ยวดื่มชา พลางนวดต้นคอที่เมื่อยล้า “แค่ระหว่างทางหมวกคลุมศรีษะตก เลยถูกอ๋องเจียงหนานเห็นหน้าเข้า”
“หา?” เข่อเล่อสะดุ้งโหยง “แล้วอ๋องเจียงหนานไม่ได้แสดงท่าทีอะไรใช่ไหมเจ้าคะ”
“ก็เปล่า เขาไม่แม้แต่จะหยุดมองด้วยซ้ำ”
ซูเจี่ยวเจี่ยวคิดครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจโล่งอก “เขาเป็นถึงขุนนางใหญ่ที่ครองเจียงหนาน ได้เห็นหญิงงามมานักต่อนัก คงไม่ได้สนใจอะไรข้าหรอก”
“งั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวานนายหญิงยังพูดอยู่เลยว่าต้องหาทางให้คุณหนูออกเรือนโดยเร็ว” เข่อเล่อพูดพลางโบกพัดในมือ “ข้าได้ยินมาว่า อ๋องเจียงหนานไม่ใกล้ชิดสตรี ฆ่าคนเป็นจำนวนมาก ถึงอายุยี่สิบหกแล้ว แต่เรือนหลังก็ไม่มีแม้แต่อนุหรือสาวใช้ในห้องสักคน”