ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 พี่สาวของข้าเข้าห้องหอแล้ว
September 30, 2026
“อะไรนะ”
นางเฉินถึงกับสะดุ้งจนทำถ้วยชาหล่น “เข้าห้องหอ? คืนนี้? เจ้าบ้าไปแล้วรึ”
หลินชิงหยวนเองก็ตกตะลึง “ตะ...แต่ยังไม่ทันได้...”
ซูเจี่ยวเจี่ยวโบกมือเล็กขัดขึ้นทันที “ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรทั้งนั้น เราข้ามทุกขั้นไปเลย คืนนี้ขึ้นเตียงเป็นสามีภรรยากันไปเลย!”
นางยังคิดดื้อรั้น หากคืนนี้นางได้เป็นสามีภรรยากับชายอื่นแล้วล่ะก็ ซ่งฉือยังจะกล้ารับนางที่กลายเป็นดอกไม้ช้ำแล้วอยู่อีกหรือ
หลินชิงหยวนค่อย ๆ ตั้งสติกลับมา มองหญิงสาวงดงามตรงหน้าแล้วนึกถึงสิ่งที่นางพูด ดวงหน้าขาวผ่องพลันแดงก่ำ ตื่นเต้นจนสองมือสั่นเทา
นางเฉินรีบเข้าไปตบแขนซูเจี่ยวเจี่ยวด้วยความโมโห “ไม่ได้ ข้าไม่เห็นด้วย! มีที่ไหนกันเล่า ลูกผู้หญิงจะรีบร้อนอยากแต่งขนาดนี้ เจ้าไม่ขายหน้าบ้างเลยรึ”
ซูตงหยางกลอกตาไปมาสองสามครั้ง จึงเพิ่งเข้าใจความหมายที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่ ทั้งอายทั้งโกรธ น้ำตาคลอเอ่อ “เจี่ยวเจี่ยวของข้า เจ้าคิดจะทำให้พ่อแม่ขาดใจตายหรือไร ต่อให้หมอเสี่ยวหลินจะดีเพียงใด เลื่อนเข้าห้องหอไปอีกสองสามวันจะถึงตายเชียวหรือ”
หลินชิงหยวนแอบเหลือบมองซูเจี่ยวเจี่ยวเป็นครั้ง ๆ อย่างเขินอาย ใบหน้าฉายชัดถึงความหมายว่า ‘หากเจ้าต้องการมากขนาดนั้น ข้าก็พอจะฝืนใจยอมได้อยู่นะ’
ระหว่างที่ทุกคนกำลังโต้เถียงกันถึงเรื่องเข้าห้องหอหรือไม่อยู่นั้น หลินชิงหยวนก็ถูกคนไข้ฉุกเฉินเรียกตัวไปเสียก่อน
ภายในบ้านเหลือกันอยู่เพียงสามคนและมองหน้ากันตาปริบ ๆ ซูตงหยางปาดน้ำตาเตรียมจะพรั่งพรูความอัดอั้น แต่ยังไม่ทันเอื้อนเอ่ย ก็ได้ยินซูเจี่ยวเจี่ยวพูดเสียงอ่อนแรงออกมาประโยคหนึ่ง
“วันนี้อ๋องเจียงหนานมาหาข้า”
สามีภรรยาถึงกับตกตะลึงไปทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ นางเฉินถึงเอ่ยถามเสียงสั่น “ท่านอ๋องมาหาเจ้าด้วยเรื่องใด”
ซูเจี่ยวเจี่ยวขยี้ผมด้วยความหงุดหงิด “เขาอยากให้ข้าเป็นอนุ และจะมาสู่ขอในวันพรุ่งนี้”
ซูตงหยางสะดุ้งเฮือก ร้องออกมาด้วยเสียงสั่นเครือปนสะอื้น “พรุ่งนี้?”
“ดูจากท่าทีแล้ว เขามุ่งมั่นว่าจะต้องได้ข้าแน่”
“ฮือ ๆ แล้วจะทำยังไงดี อ๋องเจียงหนานหมายตาใครเข้าแล้ว ยังจะมีผู้ใดห้ามได้อีกหรือ เจี่ยวเจี่ยวของข้า พวกเราจะทำยังไงกันดี”
ซูเจี่ยวเจี่ยวตบโต๊ะ “เพราะอย่างนั้นแหละข้าถึงได้บอกว่า คืนนี้ต้องเข้าหอกับหลินชิงหยวน ซ่งฉือเป็นคนหยิ่งทะนงขนาดนั้น ไม่มีทางมาสนใจผู้หญิงที่เสียพรหมจรรย์ไปแล้วหรอก”
นางเฉินซึ่งปกติฟังลูกสาวอยู่แล้ว รีบกระโดดลงจากเก้าอี้ หันกลับไปที่มุมห้อง แล้วหยิบเชือกมาหนึ่งม้วน
ซูเจี่ยวเจี่ยวสะดุ้งโหยง “ท่านแม่ จะทำอะไรน่ะ”
นางเฉินเต็มไปด้วยความกล้าหาญบ้าบิ่น “ข้าจะไปจับหมอเสี่ยวหลินมามัดไว้! ยังไงคืนนี้ก็ต้องเข้าหอ!”
ห้องนอนในหอพินิจเมฆา จวนอ๋อง
ซ่งฉือที่สวมเพียงเสื้อชั้นใน นั่งคิ้วขมวดถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่
เขาจ้องอยู่นาน แต่กลับไม่ได้พลิกเปิดแม้แต่หน้าเดียว สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วโยนหนังสือลง
ใจเริ่มไม่สงบ
ภาพแววตาร่าเริงเฉลียวฉลาดของหญิงสาวคนนั้นผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด ตามมาด้วยเรียวปากแดงสดชวนให้หลงใหล
เขาฝึกฝนตนเองมาหลายปีและคิดว่าตัวเองมีการควบคุมตนเองที่ดี ผ่านตำแหน่งราชการมาไม่น้อย และก็ไม่เคยหลุดการควบคุมเลยสักครั้ง ทว่าตั้งแต่ได้พบซูเจี่ยวเจี่ยว เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังห้ามตัวเองไม่ได้
ทั้งหงุดหงิด ร้อนรุ่ม และว้าวุ่น
“เจียงหุย!”
เจียงหุยที่ยืนอยู่ด้านนอกสะดุ้ง รีบก้าวเข้ามา “ท่านอ๋อง”
“สวนตะวันตก จัดการเรียบร้อยหรือยัง”
เจียงหุยนิ่งไปชั่วครู่ “โดยรวมก็เสร็จแล้วขอรับ”
ซ่งฉือกดขมับ สั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “แม่นางผู้นั้นยังอายุน้อย ชอบของแปลกตา ไปหาของล้ำค่าจากคลังสมบัติ เอาไปจัดวางไว้ที่สวนตะวันตก”
“ได้ขอรับ วันพรุ่งนี้จะรีบไปจัดการให้…”
“พรมขนแกะจากโหลวหลาน ไข่มุกกลางคืนจากทะเลตะวันตก เครื่องประดับฝีมือวังหลายชุด แล้วก็กำไลปะการัง เอาไปด้วยทั้งหมด”
“…”
เจียงหุยถอยออกมา แหงนหน้ามองพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า และรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาดนัก
ท่านอ๋องของเขา จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนที่รู้จักเอาใจผู้หญิงขึ้นมาแล้ว
แต่พอคิดถึงใบหน้าอันงดงามของซูเจี่ยวเจี่ยวก็พลันเข้าใจได้ ได้พบกับหญิงงามล่มเมืองเช่นนั้น มีชายใดบ้างเล่าที่จะห้ามใจได้
คืนนั้นบ้านตระกูลซูก็วุ่นวายราวกับไก่ตื่น
พอได้ยินข่าวว่าพี่สาวกำลังจะเข้าหอร่วมเตียงกับหมอเสี่ยวหลิน ซูเฉวียนก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เคี้ยวแตงกวาไปพลาง แอบหมอบฟังอยู่ใต้หน้าต่างห้องพี่สาวไปพลาง
เมื่อนางเฉินกับซูตงหยางมาเห็น ก็ทั้งอับอายทั้งโมโห นางเฉินกระชากหูเจ้าลูกชายไม่หยุด เพื่ลากเขาออกไปด้านข้าง
“เจ้าเด็กเหลือขอ ทำไมเจ้าไม่ยอมไปนอนดี ๆ มาลับ ๆ ล่อ ๆ ทำอะไรอยู่”
ซูเฉวียนเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว “โอ๊ย ท่านแม่ ปล่อยมือนะ ข้าไม่ฟังแล้วก็ได้”
ในที่สุดก็ลากซูเฉวียนกลับไปยังห้องของเขาได้สำเร็จ สองสามีภรรยามองหน้ากันตาปริบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ซูตงหยางจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาพรั่งพรูออกมาในทันที
“ลูกสาวต้องรีบร้อนเข้าหอเช่นนี้ ช่างน่าสงสารจริง ๆ ไม่รู้ว่าคืนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง”
นางเฉินได้แต่ปลอบอย่างจนใจ “หลินชิงหยวนเป็นหมอ น่าจะรู้วิธีดูแลผู้หญิงในครั้งแรก”
ซูตงหยางได้ยินดังนั้นก็ยิ่งสะเทือนใจ มือปาดน้ำตาบนใบหน้า “ฮือ ๆ ลูกสาวที่เราเลี้ยงมากับมือ สุดท้ายกลับถูกคนอื่นฉวยไปง่ายดายเช่นนี้…แม่เอ๋ย หรือว่าเราจะลองเงี่ยหูฟังดูสักหน่อยดี เผื่อว่า…”
นางเฉินบิดหูสามีทันที “เจ้าบ้า! มีที่ไหนกันที่พ่อแท้ ๆ แอบฟังลูกสาวตัวเองเข้าหอ กลับห้องไปเดี๋ยวนี้เลย!”
ทางฝั่งเรือนตะวันออก หลินชิงหยวนกำลังนั่งบนเก้าอี้อย่างกระสับกระส่ายราวกับนั่งอยู่บนเบาะเข็ม
เมื่อเห็นหญิงสาวก้มหน้าก้มตาจัดแจงปูที่นอน ใจเขาก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ มือชุ่มเหงื่อด้วยความประหม่า
ในสมองมีแต่เสียงก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมา จะได้เข้าหอแล้ว! จะได้เข้าหอแล้ว!
เขากลืนน้ำลายลงคอ พยายามให้กำลังใจตัวเอง คืนนี้เขาต้องทำให้ดีที่สุด ต้องทำให้เจี่ยวเจี่ยวพอใจให้ได้!
ซูเจี่ยวเจี่ยววางผ้าห่มลงบนตั่งอุ่นพลางเอ่ยขึ้นว่า “คืนนี้ท่านนอนบนเตียง ส่วนข้าจะนอนบนตั่งเอง”
“หา?”
ชายหนุ่มที่กำลังวาดฝันหวานถึงกับอึ้งไปทันที “ไม่ใช่…เข้าหอหรอกหรือ”