ตอนที่ 1332
ตอนที่ 1332 ซินตู
September 20, 2026
เมื่อได้ยินเจ้ากรมกลาโหมพูดดังนั้น อวี่เหวินจิ้งก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
กองทัพศัตรูโจมตีอย่างกะทันหัน ช่างอุกอาจดุดันนัก!
ยิ่งไปกว่านั้น ภูเขาเทียนเหยี่ยนนั่นยังมีสภาพภูมิประเทศที่ทรงพลังมาก หลังจากที่กองทัพศัตรูไปถึงที่นั่นแล้ว จักต้องหยุดเคลื่อนทัพทันที เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรลับลมคมในเลย
ดังนั้นจักโจมตีง่าย ๆ ได้ที่ไหนกันเล่า?
ทว่าเวลานี้เจ้ากรมกลาโหมกลับสนับสนุนให้ส่งกองกำลังออกไปรบและยั่วยุศัตรู นั่นทำให้อวี่เหวินจิ้งรู้สึกฉุนเฉียวเล็กน้อย
คนคนนี้ไม่คู่ควรแก่การเป็นเจ้ากรมกลาโหมเลยจริง ๆ !
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดท่านผู้นี้จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้ากรมหลังจากที่ก่อตั้งซินตูขึ้น ที่แท้ก็เป็นเพราะเจ้ากรมกลาโหมคนเดิมได้ลาออกไปนานแล้ว
หลี่เจิ้งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ครุ่นคิดและกล่าวว่า
“ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นควรส่งผู้ใดไปนำทัพในการรบจึงจะเหมาะสม?”
เจ้ากรมกลาโหมครุ่นคิด เขามองไปยังอวี่เหวินจิ้ง และพูดด้วยความหนักแน่นทันทีว่า
“ข้าน้อยคิดว่าไท่ซือ อวี่เหวินจิ้งเป็นผู้สืบทอดต่อจากเจิ้นเป่ยอ๋องแห่งราชวงศ์อู่ เขามีพรสวรรค์อันหายาก ครั้งนี้ศัตรูโจมตีอย่างดุเดือดและมิได้แยแสซินตูของเราเลยแม้แต่น้อย หากอวี่เหวินจิ้งเป็นผู้นำทำ จักต้องโจมตีศัตรูได้และแสดงพลังอำนาจของราชวงศ์อู่ออกมาได้อย่างแน่นอน!”
หลังจากที่เจ้ากรมกลาโหมเอ่ยปากพูด ก็มีคนมากมายสนับสนุนความคิดของเขาขึ้นมา ซึ่งทำให้อวี่เหวินจิ้งที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรขมวดคิ้วหนักมากกว่าเดิม
อวี่เหวินตู ลูกชายของอวี่เหวินจิ้งก็มีสีหน้าทุกข์ใจเช่นกัน
หากพ่อของเขาถูกส่งให้ไปโจมตีศัตรู หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ผู้ใดจักปกครองซินตูเล่า?
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้ากรมกลาโหม หลี่เจิ้งก็พยักหน้าด้วยสีหน้าปกติ มองไปยังอวี่เหวินจิ้งและกล่าวว่า
“ไท่ซือ เรื่องนี้ท่านคิดว่าอย่างไร?”
อวี่เหวินตูรีบพูดขึ้นมาทันที
“ฝ่าบาท ข้าน้อยคิดว่าหากส่งกองกำลังไปตอนนี้อาจจะไม่เหมาะควรนัก ได้โปรดฝ่าบาทคิดดูอีกสักครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเจ้ากรมกรมกลาโหมได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจทันที และพลันเยาะเย้ยขึ้นมาว่า
“มิใช่ว่าไท่ซือกลัวหรือ? ไม่อย่างนั้นเหตุใดจึงปฏิเสธการส่งกองกำลังออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลานี้หากไม่ไปขัดขวางกองทัพศัตรูเอาไว้ หรือไท่ซือต้องรอให้ทัพแคว้นฉีลงมาทางใต้และทัพศัตรูปิดล้อมซินตูของพวกเราทั้งสองฝั่งก่อน จึงจักเข้าไปต่อต้านงั้นรึ?”
อวี่เหวินเจิ้งมีสีหน้าเย็นชาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาพูดขึ้นว่า
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เหตุใดท่านเจ้ากรมไม่นำกองกำลังไปต่อสู้ด้วยตนเองเล่า? จากคำพูดคำจาของท่าน ท่านคงจะศึกษาตำรามามากโข คงเข้าใจเรื่องของการสั่งการในสนามรบอย่างถ่องแท้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสละตำแหน่งให้ท่านเจ้ากรมกองกำลังทหารเข้าต่อสู้ดีหรือไม่?”
“เจ้า!”
เจ้ากรมกลาโหมจุกอยู่ในลำคอ พูดไม่ออกเล็กน้อย และไม่สามารถปฏิเสธได้
อวี่เหวินเจิ้งแสดงความเคารพต่อหลี่เจิ้งอีกครั้ง