ตอนที่ 572
บทที่ 572 กวาดล้างใต้หล้า
October 28, 2026
จวินโม่ซ่างเห็นฉีเฟยอวิ๋นในคุกก็ชะงักครู่หนึ่ง แต่เขาเพิกเฉยเนื่องจากฉีเฟยอวิ๋นตามติดอยู่ข้างๆหนานกงเย่
หนานกงเย่ในชุดสีแดงทั้งตัวพร้อมลวดลายสีดำ และบนหน้าอกนั้นมีมังกรผงาด!
ฉีเฟยอวิ๋นก็สวมสีแดงแต่นางไม่กล้าสวมชุดหงส์ บนร่างกายนางนั้นงดงามยิ่งนักแสดงให้เห็นถึงความสง่างามเลิศหรูของนางซึ่งสวยงามและประณีต
ทั้งสองปรากฏตัวพร้อมกันเป็นคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์ทรงสร้างจริงๆทำให้จวินโม่ซ่างที่มองดูรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
เขานั่งอยู่ด้านในด้วยผมเผ้ารุงรังและที่ขาก็ถูกล่ามโซ่ตรวนเอาไว้ช่างน่าอับอายยิ่งนัก
ฉีเฟยอวิ๋นยืนอยู่ข้างๆและมองจวินโม่ซ่างอย่างละเอียดครู่หนึ่ง องค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวผู้เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถในวันเก่าตอนนี้กลายเป็นนักโทษและลงเอยอย่างน่าอับอายเช่นนั้น ผู้ใดยังจะกล่าวสิ่งใดได้อีก?
หนานกงเย่นั่งลง: "เจ้าต้องการพบข้าหรือ?"
“ไม่ควรรึ?” แววตาของจวินโม่ซ่างนั้นเต็มไปด้วยการเสียดสี!
ทำให้หนานกงเย่และให้ฉีเฟยอวิ๋นด้วย เขาตกหลุมพลางของหญิงผู้นี้ซะแล้ว!
หนานกงเย่ลุกยืนขึ้น: "ในเมื่อองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวไม่มีสิ่งใดจะกล่าวกับข้า ข้าก็ไม่ต้องการเห็นองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยว เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดแล้ว"
หนานกงเย่หันกลับมาแล้วดึงมือของฉีเฟยอวิ๋นทีหนึ่ง จากนัันพาฉีเฟยอวิ๋นออกไปด้านนอก
จวินโม่ซ่างไม่เคยถูกทำให้โมโหเช่นมาก่อนแล้วลุกยืนขึ้น: "ท่านหยุดนะ"
หนานกงเย่หยุดลง คู่สามีภรรยาหันกลับไปมองจวินโม่ซ่าง สีหน้าดูแคลนของจวินโม่ซ่าง: "ท่านคิดว่าข้าองค์รัชทายาทเป็นคนโง่จริงหรือ?"
“ใช่หรือไม่ใช่ นั่นเป็นเรื่องขององค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวและข้าก็คร้านที่จะสนใจ” หนานกงเย่พร้อมใบหน้าอันดูถูกเหยียดหยามและหล่อเหลานั้นยังคงเป็นเช่นดังเดิมไม่ลดน้อยลง
สำหรับจวินโม่ซ่างนั้นเคยอยู่ในสายตาเมื่อใดกัน?
จวินโม่ซ่างเฉยชา: "เมืองอู๋โยวเกิดปัญหาทั้งภายในและภายนอก เสด็จพ่อของข้าฟังคำยุยงและพยายามเปิดสงคราม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้ายินยอม"
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองไปยังหนานกงเย่ เป็นไปตามที่ชายผู้นี้คาดเดาจริงๆ
เขาเป็นผู้ที่คาดการณ์แม่นยำเช่นนี้อยู่แล้ว!
“แล้วความหมายขององค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวหล่ะ?”
“ข้าไม่อยากสู้รบอยู่แล้ว สำหรับเมืองต้าเหลียงของพวกท่านการเปิดสงครามไม่มีประโยชน์อันใด แต่พวกเราก็ไม่ได้ประโยชน์เช่นกัน
เพียงแต่ว่าน่าเสียดายที่ตระกูลมารดาของข้าไม่มีใครจึงไม่สามารถคอยสนับสนุนข้าในฐานะองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวได้ เป็นผลข้าเป็นแค่ในนาม พวกเขาอาศัยความแข็งแกร่งของตระกูลมารดาต้องการยุยงให้เกิดสงครามระหว่างทั้งสองแคว้นให้ได้
ประการแรกคือต้องการโค่นล้มข้า เช่นไรก็เป็นข้าที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับเมืองต้าเหลียง หากว่าคราวนี้ต่อสู้กันขึ้นมาเช่นนั้นก็โค่นล้มข้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เสด็จพ่อตั้งความหวังไว้ที่ข้ามาโดยตลอดเพียงแต่ว่าน่าเสียดายที่พระองค์ก็ทรงเข้าพระทัยว่าหากข้าได้เป็นจักรพรรดิแห่งอู๋โยว ภายภาคหน้าเมืองอู๋โยวจะต้องแบ่งแยกกระจัดกระจายออกไป องค์ชายทั้งหลายที่ไม่ยอมนั้นมีอยู่มากมาย
ประการที่สองเมื่อทั้งสองแคว้นต่อสู้กันขึ้นมา ผู้ที่ต้องการแย่งชิงราชบัลลังก์ย่อมใช้ประโยชน์จากความโกลาหลแย่งชิงบัลลังก์เป็นแน่
และเมืองต้าเหลียงของเจ้าใช่ว่าจะสามารถชนะได้ กองทัพห้าแสนนายกดดันชายแดนซึ่งสำหรับเมืองต้าเหลียงของพวกเจ้าแล้วก็เป็นเรื่องอันน่าปวดหัวเช่นกันใช่หรือไม่? "
“เช่นนั้นองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวหมายความว่าการต่อสู้ครั้งนี้ต่อสู้กันเพื่อท่าน?” หนานกงเย่เดินไปตรงหน้าจวินโม่ซ่างและนั่งลงจัดความเรียบร้อยของชุดคลุม ส่วนฉีเฟยอวิ๋นก็เข้าประตูไปและนั่งลงตรงฝั่งหนึ่งด้วย
จวินโม่ซ่างกล่าวว่า: “ในเมื่อพวกท่านจะสู้เช่นนั้นก็สู้อย่างหนักหน่วงหน่อย สู้ไปให้ถึงยังเมืองอู๋โยวและสู้ไปถึงวังในห้องบรรทมของเสโ็จพ่อข้า ให้เขาได้รู้ว่าการยั่วยุให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้นจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ให้พวกที่ลอบวางแผนชั่วและพยายามแย่งชิงราชบัลลังก์ตายไปใต้เท้าของเมืองต้าเหลียงของท่าน เช่นนี้......เมืองอู๋โยวและเมืองต้าเหลียงของพวกท่านจึงจะสามารถแก้ไขได้ตลอดไป”
“……”หนานกงเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย: “ท่านคือองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยว จุดประสงค์ของท่านคือสิ่งใด?”
“ข้าจะเป็นมกุฎราชกุมารแห่งเมืองอู๋โยวและข้าต้องการให้ท่านรับปากกับข้าว่าเพียงแค่ท่านกุมเอาเมืองอู๋โยวไว้ได้และจะส่งคืนเมืองอู๋โยวให้แก่ข้าและคืนให้ข้าอย่างออกหน้าออกตา สำหรับผู้อื่น......"
จวินโม่ซ่างเหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นและมองไปยังหนานกงเย่: "ข้าอยู่ภายในเมืองอู๋โยวเมื่อสิบปีก่อนก็ได้ส่งคนของข้าเข้าไปแทรกแซงอยู่และข้าก็เชี่ยวชาญในด้านการค้าด้วย แม้ว่าเงินทองจะมีไม่มากเท่าอ๋องตวนแต่มีเสบียงอาหารที่สามารถสนับสนุนการโจมตีเมืองอู๋โยวของข้า