ตอนที่ 575
บทที่ 577 ไม่มีเงินจะไปสู้รบ
October 28, 2026
ในตอนนี้เมื่อฉีเฟยอวิ๋นพูดเรื่องนี้ขึ้นมา อู๋กั่วจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้ นางมองดูอาอวี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาก็ไม่เลวเลย
นางหน้าแดงและกล่าวว่า:“หลังจากนี้ข้าจะเรียกนางว่าพระชายา เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน?”
อาอวี่หายใจติดขัด นี่ไม่ใช่เรื่องเร่งรีบของเขา
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกขบขัน ดูเหมือนว่าหญิงสาวของหอทิงเฟิงจะหาบ้านสามีได้ไม่ง่ายเลย แต่สามารถพาออกไปข้างนอกได้ จวนอ๋องเย่ของพวกเขาจึงน่าจะลองดู จวนอ๋องเย่นั้นขาดสะใภ้และการสู่ขออู๋กั่วคงไม่ใช่เรื่องยาก
“อาอวี่เป็นผู้อารักขาของจวนอ๋องเย่ สถานะของเขาในจวนนั้นสูงกว่าผู้คุ้มกันคนอื่น ๆ และโดยปกติแล้วเขาจะอารักขาข้าและท่านอ๋อง ดังนั้นเขาจึงพูดจาเย่อหยิ่ง หวังว่าแม่นางอู๋กั่วจะไม่ถือโทษโกรธเคือง”
ฉีเฟยอวิ๋นยังคงหยั่งเชิงต่อ ใบหน้าของอู๋กั่วแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ และเงยหน้าขึ้นมองอาอวี่
อาอวี่เป็นผู้ที่มีความสามารถ แววตาเป็นประกาย และฝีมือไม่ธรรมดา……
อู๋กั่วรู้สึกพอใจและคิดว่าจะลองไตร่ตรองดูสักคืน และลองถามอาอวี่ดูว่าเขาคิดอยากจะแต่งงานและมีลูกกับนางหรือไม่
หญิงสาวในยุทธภพนั้นป่านเรื่องราวมามากมาย ไม่เหมือนหญิงสาวจากครอบครัวขุนนาง นางมักจะเรียบง่าย จิตใจเบิกบาน และถือว่าอาอวี่เป็นคนของนาง
อาอวี่หน้าแดงก่ำและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“พระชายา……”
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า:“เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว”
อาอวี่เองก็ไม่อยากอยู่ต่อ จึงหันหลังเดินจากไป
หลังจากที่อาอวี่จากไปแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นก็ยิ้มให้อู๋กั่วและแนะนำว่า:“นี่เป็นท่านอ๋องของบ้านข้า”
อู๋กั่วมองไปที่หนานกงเย่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็คำนับ:“คารวะท่านอ๋อง”
“……”
หนานกงเย่ส่งเสียงอืม:“ไม่ต้องมากพิธี”
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า:“พวกเราไม่รบกวนแล้ว หากต้องการอะไรก็บอกมาได้เลย เรือนจวินจื่อเป็นที่อยู่ของซื่อจื่อทั้งห้า ด้านหน้าเป็นห้องของท่านพ่อข้าและเสี่ยวกั๋วจิ้ว ด้านนั้นเป็นที่พักของผู้ป่วย และห้องข้างในเป็นห้องของท่านราชครูจวิน นอกเหนือจากห้องที่ข้าบอกนั้นไม่สะดวก ส่วนที่อื่น ๆ ให้เจ้าใช้ได้ตามสบาย”
“ได้” เพื่อให้มีผลลัพธ์ที่ดีกับอาอวี่ อู๋กั่วจึงตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ตอบตกลงแล้ว อู๋กั่วก็กล่าวว่า:“อันที่จริงอาการป่วยของเจ้าหอดีขึ้นแล้ว ได้ยินหมอเทวดาบอกว่าหลังจากที่กินยาของพระชายาแล้วก็เป็นเช่นนี้ เขากำลังทำการรักษาให้เจ้าหออยู่ รอให้เจ้าหออาการดีขึ้นแล้วจะไปพบท่านอ๋องและพระชายา”
“ได้ พวกเราเข้าใจแล้ว”
ฉีเฟยอวิ๋นหันหลังและดินตามหนานกงเย่ออกไป ทั้งสองไม่ได้เดินไปไกลมากนัก และไปที่บ้านห้องของฮูหยินรอง หลังจากที่เขาไปแล้วก็พบแม่ทัพฉี เสี่ยวกั๋วจิ้ว และราชครูจวิน
มีโต๊ะสี่เหลี่ยมตั้งอยู่บนพื้น และพวกเขาก็กำลังนั่งดื่มชาอยู่รอบ ๆ
เมื่อฉีเฟยอวิ๋นเข้าไปแล้วก็ทักทายทุกคน และช่วยนำเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกบนบ่าของหนานกงเย่มาวางไว้ข้าง ๆ จากนั้นหงเถาและลี่ว์หลิ่วก็รีบเข้ามาปรนนิบัติ
หลังจากที่หนานกงเย่เข้ามาแล้ว เขาก็นั่งลง ราชครูจวินกล่าวว่า:“เจ้าหอทิงเฟิงนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ได้ยินมาว่าเขาฆ่าคนและปล้นทรัพย์สิน เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง เจ้าคิดอย่างไรถึงได้พาเขามา?”
หนานกงเย่คิดไม่ถึงว่าราชครูจวินจะรู้จักคนอย่างเฟิงอู๋ชิงด้วย
“เฟิงอู๋ชิงลอบสังหารอวิ๋นอวิ๋นเพราะเงิน ในตอนนี้เขาป่วยหนักและมีเพียงอวิ๋นอวิ๋นเท่านั้นที่สามารถรักษาเขาได้ ไม่ต้องกังวลมากนัก เรื่องที่ข้าต้องการหารือในตอนนี้คือเรื่องการปราบปรามกองทัพชายแดนของแคว้นอู๋โยว
ทุกคนมองหน้ากัน แล้วราชครูจวินก็กล่าวว่า:“ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว และสงครามกำลังจะเริ่มขึ้น และมิอาจพ่ายแพ้ได้ แต่หากต้องการจะชนะก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
นี่ไม่ใช่ครั้งก่อนที่แคว้นอู๋โยวไม่ได้มีการเตรียมการ ในเวลานี้ควรจะรีบเร่งไปยังชายแดน หากชักช้าจะไม่ทันการ”
“ดังนั้นข้าจึงจัดกำลังทหารให้ล่วงหน้าออกไปแล้ว ท่านอ๋องหย่งจวิ้นและแม่ทัพหวาก็มาด้วย เป็นเพราะว่ากองทัพของทั้งสองกำลังจะมาถึงแล้ว”
“……” ราชครูจวินเลิกคิ้ว:“พระองค์ทรงกล้าประกาศพระราชโองการปลอม หากกระหม่อมไปกราบทูลต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาท เกรงว่าท่านอ๋องเย่คงยากที่จะหลบหนี!”
หนานกงเย่เลิกคิ้วขึ้น:“ภัยอันใหญ่หลวงอยู่ตรงหน้า ท่านราชครูจวินยังมีความคิดที่จะไปกราบทูลต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาท ข้าก็จะไม่ถือสา”
“……” ราชครูจวินเลิกคิ้ว:“แม้ว่าในตอนนี้จะต้องการกำลังพล แต่สิ่งที่ท่านอ๋องเย่ทรงทำนั้นขัดกับแนวทางของฝ่าบาท หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ท่านอ๋องเย่ก็จะมีความผิด”
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านราชครูจวินให้ไปกราบบังคมทูลต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาทแล้ว”