ตอนที่ 698
บทที่ 698 ข้าอัปลักษณ์ตรงไหน
October 28, 2026
ฉีเฟยอวิ๋นไม่มีอะไรจะพูด นางออกไปสั่งให้คนไปทำธุระให้ แม่ทัพฉีเดินตามออกไปพลางมองข้อมือของนาง
ที่ข้อมือของฉีเฟยอวิ๋นยังมีเลือด
นางอยากจะกลับไปที่จวนอ๋องเย่ แม่ทัพฉีจึงตามกลับไปด้วย
หลังจากกลับมาฉีเฟยอวิ๋นจึงมองหาอวิ๋นจิ่น อวิ๋นจิ่นกำลังนอนอยู่ในเรือนในขณะที่หนานกงเย่ยืนอยู่ที่หน้าประตู ฉีเฟยอวิ๋นเห็นหนานกงเย่จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นเพคะ”
“จะออกก็ไม่ได้จะเข้าไปก็ไม่ได้ ที่ประตูเต็มไปด้วยพิษ” หนานกงเย่ชูมือขึ้นให้ฉีเฟยอวิ๋นดูว่ามือของเขากลายเป็นสีดำสนิท
ฉีเฟยอวิ๋นหยิบเข็มเงินออกมาและเจาะที่ปลายนิ้วของหนานกงเย่สองครั้ง จากนั้นมือของหนานกงเย่จึงค่อยๆ คืนสภาพเดิม
ฉีเฟยอวิ๋นหันกลับไปมองทางห้องของอวิ๋นจิ่นและเอ่ยว่า “ทุกคนออกไปก่อน ท่านอ๋อง ข้ากับท่านพ่อคุยกันแล้ว ท่านพ่อเองก็อยากจะร่วมกินข้าวด้วย ท่านไปด้วยเถิด ไปช่วยกันดูแลลูกๆ”
“อื้ม”
หนานกงเย่เหลือบมองท่านแม่ทัพฉีและเอ่ยว่า “ท่านพ่อตา”
“อืม”
แม่ทัพฉีเดินตรงไปเยี่ยมพวกเด็กๆ ทันที
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองนิดหนึ่ง หลังจากถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วนางจึงผลักประตูเข้าไปดูอวิ๋นจิ่นซึ่งนอนอยู่บนเตียงมาเป็นเวลาหนึ่งวัน เมื่อฉีเฟยอวิ๋นเดินไปดู อวิ๋นจิ่นก็ลืมตาขึ้นมองฉีเฟยอวิ๋น “นายท่าน”
“เจ้าจะกลุ้มใจไปทำไม ท่านพ่อของข้าสบายดี หรือต่อให้เกิดอะไรขึ้นข้าก็จะไม่ตำหนิเจ้า!” ฉีเฟยอวิ๋นนั่งลงและคว้ามือของอวิ๋นจิ่นขึ้นมาดู มือของนางไม่มีพิษ นางเพียงแต่อ่อนแรงเล็กน้อย น่าจะเป็นเพราะนางไม่ยอมไปกินข้าวจึงได้เป็นเช่นนี้
ฉีเฟยอวิ๋นสั่งคนให้ไปเตรียมอาหาร นางต้องการจะกินอาหารในห้องของอวิ๋นจิ่น
ในไม่ช้าอาหารก็เตรียมมาพร้อม ฉีเฟยอวิ๋นประคองอวิ๋นจิ่นให้ลุกขึ้นนั่งกินข้าว อวิ๋นจิ่นจ้องมองฉีเฟยอวิ๋นและถามอย่างอ่อนแรงว่า “นายท่าน เหตุใดท่านจึงยังไม่หายดีเจ้าคะ”
“อวิ๋นจิ่น ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า”
“นายท่าน!"
“อย่าขัดจังหวะข้า เจ้ากินข้าวไปแล้วฟังข้า สิ่งที่ข้าจะพูดตอนนี้จงจำไว้ให้ดีทุกถ้อยทุกคำ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าห้ากับคนอื่นๆ และก็เกี่ยวกับท่านอ๋องด้วย”
“ขอนายท่านโปรดบอกมา”
ฉีเฟยอวิ๋นเล่าเรื่องเจ้าของเดิมที่อยู่ในร่างนี้กับเรื่องของตัวเองให้อวิ๋นจิ่นฟัง อวิ๋นจิ่นมือไม้สั่น “นายท่าน ท่าน...”
“เจ้าอย่าได้คิดว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นเรื่องเท็จ ร่างกายของข้าข้ารู้ดีแม้ว่าทุกคนจะไม่พูด เจ้าก็รู้ดีเรื่องความสามารถในการฟื้นฟูบาดแผลของข้า แล้วคราวนี้ล่ะ?”
ฉีเฟยอวิ๋นปลดผ้าพันแผลที่ข้อมือออก ไม่เพียงแต่บาดแผลจะยังไม่หายดีแต่ แต่มันยังรุนแรงมากด้วย
น้ำตาของอวิ๋นจิ่นเอ่อล้นออกมาจากขอบตา “นายท่าน...”
“ไม่เป็นไร แค่ข้ามาที่นี่ก็นับว่าได้กำไรแล้ว ข้าเพียงแต่เป็นห่วงเจ้าห้าและคนอื่นๆ เลยอยากจะขอให้เจ้าช่วยข้า ตกลงหรือไม่? หลังจากข้าไปแล้วจงดูแลพวกเขาให้ดี” ฉีเฟยอวิ๋นกุมมืออวิ๋นจิ่นและสัมผัสได้ว่ามือของนางเย็นเยียบ
นางส่ายหน้า “ข้าไม่มีทางให้นายท่านไป”
“อย่าเป็นเช่นนี้สิอวิ๋นจิ่น เจ้าต้องเชื่อใจข้า รู้ไหม”
“.....” อวิ๋นจิ่นไม่ตอบ จากนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงปล่อยมือและเริ่มกินอาหาร
อวิ๋นจิ่นร้องไห้น้ำตาไหลไม่ขาดสายโดยมีฉีเฟยอวิ๋นคอยคีบอาหารให้ “จำไว้ เจ้าจะตายง่ายๆ ไม่ได้ นอกเสียจากว่าเจ้าห้าและคนอื่นๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เจ้าสัญญากับข้าแล้วว่าจะช่วยข้าดูแลพวกเขา”
“.....” อวิ๋นจิ่นร้องไห้ไม่หยุด ร้องจนกระทั่งหนานกงเย่กลับมา
“หยุดร้องไห้เถิด” ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นไปหาหนานกงเย่เพราะเกรงว่าเขาจะเห็นว่าอวิ๋นจิ่นร้องไห้
หนานกงเย่ที่อยู่หน้าประตูเลิกคิ้วมองฉีเฟยอวิ๋น “กินอิ่มแล้วหรือ”
“อื้ม”
ดูเหมือนหนานกงเย่จะไม่พอใจ เขาเอื้อมมือมาจับมือของฉีเฟยอวิ๋น ทว่าหันหน้าไปทางอื่นและส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา “ข้าก็อุตส่าห์รอกินข้าวพร้อมกับท่าน แต่ท่านก็ช่างดีที่กินก่อนข้า ข้าละชินแล้ว อยากรู้จริงว่าในใจของท่านมีข้าอยู่ในนั้นบ้างหรือไม่”
ฉีเฟยอวิ๋นอดหัวเราะไม่ได้ “เหตุใดจะไม่มี ถ้าหากไม่มีจะเก็บท้องไว้หรือเพคะ”
มุมปากของหนานกงเย่โค้งมนและเริ่มมีความสุขขึ้นเล็กน้อย
“นี่ก็พอได้ ไปกันเถอะ ไปดูพวกเขากันดีกว่า เวลานี้เราไม่อยู่ อวิ๋นจิ่นก็ดูแลพวกเขาไม่ได้ เป็นเฟิงอู๋ชิงกับหวังฮวายอันที่ดูแลอยู่ ทรมานหนุ่มใหญ่อย่างพวกเขาสองคนแย่”
“ไม่ใช่ว่ายังมีหงเถากับลี่ว์หลิ่วหรือเพคะ” ฉีเฟยอวิ๋นไม่อยากจะเชื่อหู