ตอนที่ 701
บทที่ 703 เรื่องราวเนินสิบลี้ที่ฉีเฟยอวิ๋นไม่รู้
October 28, 2026
อวิ๋นหลังฉวนเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่าจะพาเสี่ยวเฉียวกับอามู่ไปอยู่ด้วยทำให้ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจ: "ท่านกลับไปที่จวนอ๋องตวนแล้วหรือ?"
อ๋องตวนยังอยู่เสียงของฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้ดังนัก
อวิ๋นหลัวฉวนก็ไม่ได้ห้าม: "ข้าไม่คิดที่จะกลับไป เมื่อวานอาศัยอยู่ในวังเสด็จแม่ก็ทรงเห็นด้วยที่ข้าควรจะกลับไปอาศัยอยู่ที่จวนกั๋วกงช่วงหนึ่ง ส่วนอ๋องตวนนั้นเขาไม่ยอมอาศัยอยู่ด้วยกับข้าแล้วจะดื้อดึงไม่หยุดก็ไม่ได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผลต่อทารกในครรภ์”
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบไปยังอ๋องตวนแล้วรู้สึกจนปัญญาแทนอ๋องตวน คราซวย!
อ๋องตวนนั้นกลับเป็นปกติราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นยังไงยังงั้น
“มู่เหมียนหล่ะ? เห็นหรือไม่?” ผู้ที่ฉีเฟยอวิ๋นเป็นห่วงที่สุดก็ยังเป็นมู่เหมียน
อวิ๋นหลัวฉวนถอนหายใจ: "ได้ยินมาว่านางไม่ยอมเป็นฮองเฮาและโยนพระราชโองการแต่งตั้งฮองเฮาทิ้งไปจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เดิมทีข้าอยากจะไปดูแต่เสด็จแม่ทรงขวางเอาไว้และส่งออกจากวังมาเลยโดยตรง”
“มู่เหมียนนิสัยดื้อรั้น เรื่องเช่นนี้นางไม่ยอมที่จะยอมรับซึ่งนางเองก็ด้านชาเสียแล้ว”
ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นแล้วออกไปด้านนอก
อวิ๋นหลัวฉวนเดินตามออกไปและทั้งสองคนก็เดินไปโดยรอบลานของเรือนจวินจื่อ
อวิ๋นหลัวฉวนถามว่า: "แล้วจะทำอย่างไรต่อไป?"
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองสองสามครั้ง ขณะนี้ไม่มีผู้ใดอยู่โดยรอบจึงก้มศีรษะลงพูดคุยกับอวิ๋นหลัวฉวนขึ้นมา
อวิ๋นหลัวฉวนถามว่า: "เช่นนั้นก็ต้องถามมู่เหมียนแล้ว"
“ข้าไม่สามาถไปพบมู่เหมียนอย่างเปิดเผยได้แต่คนธรรมดาทั่วไปก็ไม่สามารถกระทำเรื่องนี้ได้ จะต้องหาผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่เต็มใจที่จะจัดการเรื่องให้ข้า” ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกว่าคนผู้นี้หายากในเวลานี้ หวังฮวายอันเป็นผู้หนึ่งแต่หวังฮวายอันไม่เหมาะ
“หวาชิงหล่ะ?” อวิ๋นหลัวฉวนกระตือรือร้นนัก ฉีเฟยอวิ๋นมองไปแล้วส่ายศีรษะไปมาและปล่อยทิ้งไปเลย นางเคยเจอเหตุการณ์แล้วครั้งหนึ่งจึงรู้สึกกลัวและไม่กล้าไปยั่วหวาชิงแล้วด้วย
“มีเรื่องอันใดหาข้าหรือ?” หวาชิงเข้ามาจากด้านนอกประตูแล้วเดินไปหาพวกเขาเลยโดยตรง เหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นแล้วถามอวิ๋นหลัวฉวน
อวิ๋นหลัวฉวนรู้จักหวาชิงดี นางจึงไม่กล้าพูดจาเรื่อยเปื่อยแล้วลาจากไปก่อน
“ข้ายังมีเรื่องที่ต้องทำข้าจะกลับก่อนแล้ว อามู่กับเสี่ยวเฉียวค่อยไปวันอื่นนะ แม่ทัพน้อยข้าไปก่อนแล้ว” อวิ๋นหลัวฉวนรู้สึกว่าสถานที่ที่พูดจานินทากันไม่ควรอยู่นานจึงได้รีบจากไป
อวิ๋นหลังฉวนจากไปผู้ที่ทำสิ่งใดไม่ถูกก็คือฉีเฟยอวิ๋นซึ่งนางก็ต้องการจากไปเช่นกัน
“ท่านจะไปที่ใด?” ฉีเฟยอวิ๋นเพิ่งจะหันกลับมาก็ถูกหวาชิงขวางเอาไว้ฉีเฟยอวิ๋นจึงทำได้เพียงหยุด
“วันนี้ข้าไม่ค่อยสบายจะกลับไปพักผ่อนเสียก่อน แม่ทัพน้อยตามสบาย” ฉีเฟยอวิ๋นอธิบายว่ากำลังจะไปจากนั้นหวาชิงก็เดินไปดึงมือของฉีเฟยอวิ๋นโดยตรงแล้วเปิดบาดแผลออกดู
รอยแผลเป็นรอยกัดแต่ว่าเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว ยาผงทาภายนอกก็ไร้ประโยชน์และดูแล้วก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น
“ท่านเป็นหมอรักษาตนเองไม่ได้หรือ?” หน้าตาของหวาชิงเย็นชาและไม่พอใจยิ่งนัก
ฉีเฟยอวิ๋นรู้ว่าหวาชิงไม่ได้เจตนาร้ายเพียงแค่เห็นนางได้รับบาดเจ็บก็รู้สึกปวดใจจึงไม่ได้ใส่ใจ เพียงแค่ดึงข้อมือกลับแล้วพันเอาไว้จากนั้นก็ไปยังสวนดอกกล้วยไม้โน่น
หวาชิงตามฉีเฟยอวิ๋นอย่างคุ้นเคยและเดินไปยังสวนดอกกล้วยไม้โน่น
เข้าประตูแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็นั่งลงและหวาชิงก็นั่งลงด้วย
“หมอเทวดาอยู่ในเรือนของท่านท่านเรียกหมอเทวดามา” หวาชิงหน้าตาซื่อๆ
“อาการป่วยของข้าต้องค่อยๆ ไม่มีผู้ใดเป็นเทพเซียนโดยที่บาดแผลแผลหนึ่งไม่กี่วันก็หายแล้ว แม่ทัพน้อยไม่ต้องกังวลอีกไม่นานก็จะหายดี”
“หากว่าสามารถหายได้ก็จะไม่หมองคล้ำ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ก็ไม่ใช่คนโง่ หายหรือไม่ก็ยังคงดูออก” หวาชิงใจร้อนเล็กน้อย
“จะค่อยๆหายดีไม่ต้องเป็นห่วง” ฉีเฟยอวิ๋นให้คนนำชามาให้และไม่มีสิ่งใดที่จะคุยกับหวาชิงจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใด
หวาชิงลุกขึ้นก็เดินไปหาฉีเฟยอวิ๋น: "ข้าดูหน่อย"
ฉีเฟยอวิ๋นหน้าตาทำสิ่งใดไม่ถูก: "แม่ทัพน้อย ข้า......"
“ท่านเรียกชิงเอ๋อร์เถอะ ท่านพ่อของข้าเรียกข้าเช่นนี้” หวาชิงยื่นมือไปจับมือของฉีเฟยอวิ๋น เดิมทีฉีเฟยอวิ๋นต้องการหลบแต่หวาชิงเกิดมาในตระกูลแม่ทัพ นางต้องการหลบก็ใช่ว่านางจะสามารถหลบได้
มือของฉีเฟยอวิ๋นถูกจับเอาไว้ หวาชิงกุมมือของนางด้วยใบหน้าวิตกกังวล: "หนานกงเย่ก็ไร้ประโยชน์เรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้ ท่านลุกขึ้นมาข้าจะพาท่านไปให้คนดู หมอนั้นรักษาตนเองไม่ได้ท่านควรจะรู้”