ตอนที่ 726
บทที่ 726 การดำเนินการถูกขัดขวาง
October 28, 2026
หนานกงเย่ขี่หลังเสือแล้วลงยาก เขาจึงต้องยอมรับปากทั้งสองเรื่องของเจ้าของเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และส่งคนไปหาเฉินอวิ๋นเจี๋ย
ฉีเฟยอวิ๋นสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี นางออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า ซักถามตามที่ต่างๆ ในเมืองหลวงและหาช่างฝีมือมาสามพันคน ก่อสร้างตามแบบที่นางบอกไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน นอกจากนี้ยังส่งคนจากเมืองถงกวนเข้ามาในเมืองหนึ่งร้อยคน ทั้งนี้ยังเขียนแบบให้พวกช่างไม้ด้วยตัวเอง ให้ช่างไม้ทำเตียงและสิ่งอำนวยความสะดวกในการรักษาพยาบาล
เรื่องที่ฉีเฟยอวิ๋นเริ่มโครงการก่อสร้างครั้งใหญ่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เศรษฐีที่ดินและหมอบางคนในเมืองหลวงที่ได้ยินข่าวเริ่มไม่พอใจ
พวกเศรษฐีเจ้าของที่ทยอยกันร้องเรียน บอกว่าฉีเฟยอวิ๋นเป็นคนรวยและทำให้ชาวบ้านบางคนไม่ทำงานให้พวกเขา แต่กลับไปทำงานให้ฉีเฟยอวิ๋น โดยบอกว่าฉีเฟยอวิ๋นกำลังอุดหนุนการงานเพื่อกดราคา เดิมทีพวกเศรษฐีเจ้าของที่ก็ทำการค้ายากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปอีก ถ้าให้ราคาสูงพวกเขาก็จะขาดทุนแทนที่จะได้กำไร ถ้าให้ราคาต่ำก็ไม่มีใครมาทำงานด้วย พวกเขาจะทำเองก็ไม่ได้
เมื่อก่อนมีคนจำนวนมาก อยากใช้เท่าใดก็ใช้ได้ตามต้องการ แต่เวลานี้คนกลับขาดตลาด
พระชายาเย่ต้องการใช้คนในการก่อสร้าง นางต้องใช้คนในการบุกเบิกที่รกร้างบนภูเขา ด้วยเหตุนี้ทุกที่จึงต้องการคนและแทบจะใช้คนหมดทั้งเมืองหลวง ดังนั้นจึงไม่มีใครว่าง
เวลานี้พวกหมอทนไม่ไหวอีกต่อไป การที่พระชายาเย่ทำเช่นนี้เห็นได้ชัดว่านางต้องการจะทำการผูกขาด ถึงตอนนั้นยังจะมีที่เหลือให้พวกเขาอีกหรือ พวกเขาจะทำอย่างไรได้
สองวันนี้ที่ประตูที่ทำการปกครองเมืองมีคนแน่นขนัด และทั้งหมดเป็นเรื่องของการร้องเรียน
หนานกงเย่สกัดเรื่องนี้ไว้เมื่อสองวันก่อน แต่วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ที่หน้าประตูที่ว่าการข้าหลวงประจำเมืองหลวง เมื่อเห็นหนานกงเย่พวกเขาก็คุกเข่าลง ร้องห่มร้องไห้ว่าพวกเขาไม่มีทางรอด
หนานกงเย่ไพล่มือไว้ด้านหลัง “ตอนนี้พวกเจ้าไม่หาเงินแล้วหรือ เหตุใดจึงไม่มีทางรอด”
“เวลานี้ยังทำเงินได้อยู่ แต่ในอนาคตเล่า” ผู้เป็นหมอถามอย่างไม่เต็มใจ
แววตาที่เย็นชาของหนานกงเย่ดูเหมือนกริชที่จ่ออยู่กับตัวผู้พูด กลิ่นอายที่เย็นเยียบหนาวเหน็บทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
อ๋องเย่เป็นคนที่จิตใจโหดเหี้ยมมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าพวกเขาไม่ได้รวมตัวมาที่นี่เป็นกลุ่ม ใครจะกล้าฟ้องร้องอย่างไม่เกรงใจ ทั้งยังฟ้องร้องเรื่องของพระชายาเย่ด้วย
“หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพวกเจ้า หรือว่าข้าจะต้องคอยดูแลพวกเจ้าไปตลอดชีวิต”
“ท่านอ๋องเย่ แต่พระชายาเย่ร่ำรวยมาก ขอทานไปกันหมดเลย”
“ขอทานไปแล้วไม่ใช่ว่าเป็นการลดปัญหาของพวกเจ้ารึ ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะต้องหลบพวกขอทาน พวกที่อดตายก็จะน้อยลงด้วย”
หนานกงเย่เหลือบมองผู้คนที่อยู่รอบๆ “ข้าไม่เข้าใจ พวกเจ้าก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความเป็นไปของโลก พวกเจ้าทั้งหมดยังมีคู่ต่อสู้ จะไม่ให้พระชายาทำการค้าเพราะพวกเจ้าน่ะหรือ
สมมุติถ้านางไม่ใช่พระชายาของข้า นางจะทำการค้า ข้าจะไปทำอะไรนางได้
พวกเจ้าทั้งหมดจงปฏิบัติต่อนางเหมือนคนอื่น ไปที่อื่นเสียเถอะ วันนี้ข้ายังต้องออกจากเมืองอีก ไม่รู้ว่าที่นั่นยังมีใครมีชีวิตอยู่หรือไม่”
หนานกงเย่กลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก คนเจ้าเล่ห์คือคนที่โง่เขลาเบาปัญญาที่สุด
ถ้าทุกๆ คนเป็นแบบนี้ ที่นี่จะมีอะไรที่พัฒนาบ้าง
อวิ๋นอวิ๋นพูดถูก เขาทำให้ทุกคนนิสัยเสีย!
หนานกงเย่ออกไปนอกเมือง มีคนเปิดร้านน้ำชาอยู่ที่นั่น อากาศอุ่นขึ้นแล้วและมีคนมาดื่มชาจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นคนที่ผ่านทาง จะออกนอกเมืองต้องดื่มชา จะเข้าเมืองก็ต้องดื่มชา ร้านน้ำชาที่นอกเมืองจึงกลายเป็นที่แวะพักไปแล้ว
และเรื่องที่มีคนตายที่ร้านน้ำชาก็เป็นเรื่องร้ายแรงที่ละเลยไม่ได้ ซึ่งนั่นย่อมดึงดูดความสนใจโดยธรรมชาติ