ตอนที่ 727
บทที่ 729 สถานการณ์รุนแรง
October 28, 2026
เจ้าของร้านถึงได้ก้มศีรษะให้ฉีเฟยอวิ๋น ฉีเฟยอวิ๋นตรวจสอบเสร็จจึงลุกขึ้นกล่าวว่า“โดนพิษตาย แต่ข้าถามหน่อย วันนั้นเจ้าพบเห็นรู้ได้อย่างไรว่าคนตายแล้ว”
“วันนั้นแขกไม่เยอะมีประมาณหกเจ็ดคน ข้ายืนอยู่ด้านใน มีคนเรียกข้าไป ข้าเลยไป เพิ่งจะเดินเข้าไปเทชา เวลาต่อมา.....เขานั้นได้ล้มลงแล้ว ทุกคนตกใจวิ่งเผ่น ข้าเลยรีบไปเรียกคนแจ้งความ ก็เป็นอย่างนี้แล้ว”
“ก็คือคนที่ตายวันนั้นมีเพียงคนเดียวหรือ”
เจ้าของร้านรีบตอบกลับว่า”ใช่แล้ว มีเพียงคนเดียว”
ฉีเฟยอวิ๋นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า“เช่นนั้นคือการสังหารล้างแค้น ไม่ใช่การสังหารจากเข้าใจผิด คนที่ดื่มชาวันนั้นเจ้าล้วนไม่รู้จักใช่หรือไม่?”
“ไม่รู้จักเลย”เวลานี้เจ้าของร้านนึกได้
ฉีเฟยอวิ๋นพยักหน้า กล่าวว่า“เช่นนั้นก็ถูกแล้ว พวกเขาน่าจะมีวางแผนไว้แล้วว่าจะลงมือที่นี่ คนจำนวนหนึ่งร่วมมือกัน มีคนสังหารคนมีคนดึงดูดความสนใจของเจ้า แต่การวางยาพิษที่ชาน่าจะไม่ใช่จุดสำคัญ”
“แต่ในชามียาพิษนะ?”เจ้าของร้านอดไม่ได้ที่จะถาม
ฉีเฟยอวิ๋นพลิกศพมา และใช้ศีรษะทางด้านหลังตรวจสอบ เอาผ้าออกจากศีรษะของเขาแล้วตรวจสอบอย่างละเอียด ด้านหลังของฝ่ายตรงข้ามมีเข็มเงิน เข็มนั้นเล็กมาก อีกทั้งเป็นสีดำ จากนั้นหยิบออกมา ฉีเฟยอวิ๋นเลยลุกกล่าวว่า“พวกเขาใช้เข็มนี้วางยา หลังจากนั้นตอนที่พวกเจ้าวุ่นวายกันได้วางยาใส่ในถ้วยชา เช่นนี้คนก็จะไม่สงสัย เจ้าเลยกลายเป็นแพะรับบาป ลุกขึ้นเถิด คดีนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้า หลังจากนี้เวยสือจะมาที่นี่ พอถึงเวลานั้นเขาจะพลิกคดีที่ถูกต้องแก่เจ้า พวกเจ้าแค่กลับไปคิดดูว่าวันนั้นมีผู้ใดบ้างก็พอแล้ว”
“ได้ๆๆ...”
ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นมองหนานกงเย่ กล่าวว่า“ท่านอ๋อง คนผู้นี้ดูแล้วไม่ใช่คนท้องที่ ไม่ใช่คนพื้นที่เหตุใดต้องถูกสังหาร ท่านเคยคิดหรือไม่?”
หนานกงเย่มองคนบนพื้น ชะงักงันเล็กน้อย กล่าวว่า“อาอวี่ เจ้าเอาคนไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”อาอวี่รีบเอาคนออกไป แววตาของหนานกงเย่เข้าใจกระจ่างแล้ว หลังจากอาอวี่เอาคนไปแล้วได้รีบถอดชุดออกตรวจสอบ ไม่นานอาอวี่จึงได้กลับมา
“ท่านอ๋อง ไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวด้วยความแปลกใจว่า“พบเจออะไรบ้าง?”
เวลานี้ตรงหน้าไม่มีคน อาอวี่กล่าวว่า“แต่ละพื้นที่ของพวกเราก็มีหูมีตา หากเป็นคนของพวกเรา บนร่างกายจะมีเครื่องหมาย แต่เขาไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นมองหนานกงเย่ กล่าวว่า“ท่านอ๋อง มีโอกาสที่จะเป็นคนของท่านอ๋องกลับมาไม่ได้หรือไม่เพคะ แล้วจากนั้นได้ขอให้เขาเอาสิ่งของบางอย่างมาให้ แต่เขาเข้าต้าเหลียงไม่ได้ ถึงได้ถูกสกัดไว้”
“......”หนานกงเย่ไม่มีคำตอบ ฉีเฟยอวิ๋นเลยลุกขึ้นไปตรวจสอบอีกครั้ง เวลานี้คนที่ตายได้ถูกถอดโล่งโจ้ง เพราะฉะนั้นฉีเฟยอวิ๋นเข้าไปก็ได้เจอเงื่อนงำ แขนข้างหนึ่งของคนผู้นี้มีรอยดึงบังเหียนม้าที่ลึกมาก
“อาอวี่ สวมเสื้อผ้าใส่ให้เขา อีกครู่หนึ่งข้าจะมากับท่านอ๋อง”ฉีเฟยอวิ๋นออกไปหาหนานกงเย่ รอเขามาแล้วเลยเข้าไปด้วยกันจากนั้นชี้ที่มือของผู้ตาย
“ท่านอ๋องดู ในมือของเขามีของที่ถูกแย่งไปเพคะ เพราะว่ามือมีระดับรอยแข็งทื่อหลังจากที่ตายแล้วไม่ง่ายที่จะฟื้นฟู เพราะฉะนั้นในมือของเขาน่าจะเป็นของกลมๆ ของชิ้นนี้มีเชือก เพราะฉะนั้นตอนที่ถูกลากถึงได้บาดตรงมือของเขา”
ฉีเฟยอวิ๋นกำลังพูดอยู่นั้น หนานกงเย่ได้เดินไปนั่งยองๆมอง จากนั้นกล่าวว่า“อาอวี่ ป้ายของเจ้าล่ะ”
อาอวี่จึงได้รีบนำตราประทับให้หนานกงเย่ หนานกงเย่วางในมือผู้ตาย พอดีกับรอยนั้นเลย เชือกกับรอยบังเหียนก็เข้ากัน
หนานกงเย่หันกลับ กล่าวว่า“เขาสวมใส่ปีกใต้ ตรวจสอบดูว่าผู้สอดแนมของทางด้านปีกใต้มีปัญหาหรือไม่ “
“ท่านอ๋อง รอหม่อมฉันก่อน”ฉีเฟยอวิ๋นหยิบยาน้ำออกมา เทลงบนมือของผู้ตาย หลังจากที่ทาแล้ว ในใจกลางมือของคนผู้นั้นปรากฏเส้นรอยสีแดง บนรอยปรากฏมังกร ด้านล่างยังเขียนชื่อด้วย
“ท่านอ๋อง หลง.....”
“อืม”
ฉีเฟยอวิ๋นมองอย่างละเอียด ด้านล่างเขียนชื่อว่า“ฮั่ว?”
“หรือว่าเป็นฮั่วหลง?”
ฉีเฟยอวิ๋นฟังไม่เข้าใจ อาอวี่นั้นตื่นตะลึง
หนานกงเย่ลุกขึ้นมองอาอวี่แล้วกล่าวว่า“ก่อนหน้านี้ แล้วก็ข่าวคราวของฮั่วหลงนานแค่ไหนแล้ว?”