ตอนที่ 735
บทที่ 737 ฮั่วหลงตัวปลอม
October 28, 2026
“จักรพรรดิแห่งปีกใต้ก็ชมชอบจักรพรรดินีแล้วละสิ?” หนานกงเย่ถามอย่างตรงไปตรงมา เอ๋าชิงจึงพยักหน้า
“ใช่แล้ว องค์ชายทั้งสามแห่งปีกใต้มาในฐานะแขกของแคว้นเฟิ่ง ซึ่งในตอนนั้นองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองถึงวัยที่จะพิธีอภิเษกสมรสแล้ว ส่วนจักรพรรดินีแห่งแคว้นเฟิ่งเพิ่งจะอายุได้สิบหกเท่านั้น พวกเขาสามคนตกหลุมรักกันและกัน
ทว่าองค์ชายทั้งสองล้วนตกหลุมรักจักรพรรดินีพร้อมกัน แต่จักรพรรดินีกลับมีใจให้กับองค์ชายรองแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ต่อมาองค์ชายใหญ่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้จักรพรรดินีมาครอบครอง ซึ่งจักรพรรดิก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่ระหว่างการเดินทางครั้งหนึ่ง กลับได้ผูกพันกับองค์ชายรอง
เดิมทีทั้งสองมีความปรารถนาจะครองคู่กัน แต่ทั้งสองแคว้นไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จักรพรรดินีจึงหนีไปพร้อมกับองค์ชายรอง
แต่องค์ชายรองกลับสิ้นใจบนหน้าผา ส่วนจักรพรรดินีก็หายตัวไป
ในตอนที่พวกเราเจอตัวจักรพรรดินีนั้น จักรพรรดินีไม่ได้เป็นอะไรมาก หลังจากขึ้นครองบัลลังก์ก็ได้พบกับจักรพรรดิแห่งปีกใต้ครั้งหนึ่ง และนั้นคือช่วงเวลาที่โดนกู่พิษ
หลังจากนั้นไม่นาน จักรพรรดินีก็ถูกวางยาพิษ พิษนี้เป็นพิษจากเสด็จลุง เขามีบุตรสาวหนึ่งคน ปรารถนาจะให้เป็นผู้สืบทอดสกุล แต่จักรพรรดินีไม่ยอม พวกเขาจึงต้องทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้”
“วางยาพิษ ปล่อยกู่ ตั้งใจจะทำร้ายถึงตายเลยอย่างนั้นหรือ?” ฉีเฟยอวิ๋นรู้ถึงอันตรายสถานที่แห่งนี้ แต่ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้จะร้ายกาจถึงเพียงนี้
เมื่อเทียบกับแคว้นเฟิ่งแล้ว จักรพรรดิอวี้ตี้เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ยังมีครอบครัว
“พวกเจ้าพักผ่อนกันก่อนเถอะ ข้ายังไม่วางใจ ว่าจะไปเดินดูรอบ ๆ สักหน่อย” เอ๋าชิงลุกไปยังตำหนักกลาง ฉีเฟยอวิ๋นมองไปยังหนานกงเย่แวบหนึ่ง ด้วยความไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
“รีบพักผ่อนเถอะ”
ในขณะที่หนานกงเย่กำลังพักผ่อนนั้น ทั้งสองก็ได้พูดคุยกันเพียงเล็กน้อย ฉีเฟยอวิ๋นผล็อยหลับไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเจ้าของร่างเดิมความลำบากใจ นางจึงรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
หนานกงเย่ลุกขึ้นและพานางไปเดินเตร่อยู่ในตำหนักข้าง เมื่อฟ้าสว่างจึงได้กลับมาพักผ่อน
จักรพรรดินีและท่านแม่ทัพฉีได้ปรึกษาหารือกันทั้งคืน เพิ่งจะได้พักผ่อนเมื่อรุ่งอรุณเช่นกัน เอ๋าชิงประกาศพระราชโองการ เนื่องจากเมื่อคืนจักรพรรดินีนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน วันนี้จึงงดออกปฏิบัติราชกิจ
ในราชวังพากันเงียบสงัดไร้เสียงใด แคว้นเฟิ่งคุ้นชินกับเรื่องที่จักรพรรดินีไม่ออกปฏิบัติราชกิจในเช้าตรู่เพราะหลงมัวเมาอยู่ในวังหลัง พวกเขาแค่คิดว่า ขอเพียงที่จักรพรรดินีไม่สร้างผลกระทบต่อบ้านเมืองก็พอแล้ว
ในตอนที่ฉีเฟยอวิ๋นได้เจอจักรพรรดินีอีกครั้งก็คือบนเตียงของนาง เส้นผมของนางถูกปล่อยสยายลงมา นอนอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนนั้น
เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋น จักรพรรดินีก็ขมวดคิ้วแน่น ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ ดูไปแล้วจักรพรรดินีในสภาพนั้นเหมือนกับไม้ที่แห้งตายอย่างไรอย่างนั้น
ฉีเฟยอวิ๋นนั่งลง ทำการตรวจชีพจรอีกครั้ง
จักรพรรดินีกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจว่า : “หยุดตรวจได้แล้ว ชักจะตรวจเยอะเกินไปแล้วนะ”
“หากไม่มีกู่พิษ หม่อมฉันก็คงจะกำจัดพิษในร่างกายของท่านได้ น่าเสียดายที่หม่อมฉันไม่เข้าใจวิธีการกำจัดกู่” ฉีเฟยอวิ๋นเองก็จนปัญญา
จักรพรรดินีไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เอ๋าชิงกลับกล่าวว่า : “ข้ามีวิธีการกำจัดกู่ แต่ข้าไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่”
“ทำไม่ได้แน่นอน หากทำได้พวกเจ้าคงทำไปตั้งนานแล้ว ข้าว่าเราต้องไปปีกใต้ ไปหาจักรพรรดิแห่งปีกใต้ เขาน่าจะกำจัดได้”
“พวกเราก็ไปหาแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล” เอ๋าชิงกล่าวจากด้านข้าง
ฉีเฟยอวิ๋นมองไปยังหนานกงเย่ที่อยู่ข้างกาย : “ท่านอ๋อง ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าเราต้องลองไปดู เช่นนั้นพวกเราก็ไปปีกใต้กันเลยสิ มันจะต้องมีหนทางอย่างแน่นอน”
“ก็ได้ ข้าต้องไปอย่างแน่นอน”
หนานกงเย่รับปาก และหมุนตัวออกไปเตรียมตัวก่อน
ฉีเฟยอวิ๋นมองไปยังจักรพรรดินีครู่หนึ่ง : “ได้ยินมาว่าที่นั่นเป็นสถานที่แห่งความตาย หม่อมฉันเองก็อยากไปดูเหมือนกัน ไม่ว่าอย่างไรท่านต้องรอหม่อมฉันกลับมานะเพคะ”
ฉีเฟยอวิ๋นมองไปยังท่านแม่ทัพฉี: “ท่านพ่อ ท่านอยู่นี่เถอะ พวกเราจะไปเอง”
“ระวังตัวด้วย” ท่านแม่ทัพฉีไม่ได้เป็นกังวลมากเพียงนั้น
ตรงกันข้ามกลับเป็นจักรพรรดินีที่เหม่อมองแผ่นหลังของฉีเฟยอวิ๋นจนลับหายไป : “ท่าทางของนาง ช่างคล้ายกับข้าเมื่อครั้งวัยเยาว์จริง ๆ พี่ใหญ่อัน ท่านว่าอย่างไรละ?”
“อือ”
ฉีเฟยอวิ๋นออกจากแคว้นเฟิ่ง ตามหนานกงเย่ไปยังปีกใต้ เฟิงอู๋ชิงไล่ตามพวกเขาสองคนมาอย่างรวดเร็ว และมุ่งหน้าไปยังปีกใต้พร้อมกัน ไร้ซึ่งการตำหนิใด
ใช้เวลาสองสามวัน ในที่สุดก็มาถึงชายแดนแคว้นเฟิ่ง พวกเขาทำการเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าของปีกใต้ แล้วมุ่งหน้าไปยังราชวังแห่งปีกใต้ด้วยกัน