ตอนที่ 750
บทที่ 750 ปล่อยเลือดเพื่อถอนพิษ
October 28, 2026
ฉีเฟยอวิ๋นไม่สนใจ เขาดีใจที่เธอมีความผูกพันและเข้าข้างต่อเมืองต้าเหลียง
"คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนที่คู่ควรเลย แต่ทำไมเมืองต้าเหลียงกลับล้าหลังกว่าทั้งสี่เมืองนี้ด้วยนะ?" ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกสับสน
"พวกเขามีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ ปีกใต้มีแมลง อู๋โยวมีเสบียงอาหาร มีแร่ธาตุ มีอุตสาหกรรมเกลือ และการพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนก็ง่ายมาก และทั้งสี่ฤดูของแคว้นเฟิ่งก็เหมือนกับเป็นฤดูใบไม้ผลิ ความหมายของทั้งสี่ฤดูเหมือนฤดูใบไม้ผลินั้นก็คือ พวกเขายังผลผลิตทางการเกษตรมากกว่าของเรา พวกเขาสามารถเริ่มเพาะปลูกได้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูหนาวในหนึ่งปี ผ้าไหมและชาที่พวกเขามีนั้นมีความโดดเด่นเกินกว่าใครจะเทียบได้ ไม่เพียงเท่านั้น ที่ดินพื้นที่ของพวกเขาก็กว้างใหญ่อดีตจักรพรรดินีและจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันก็มีพรสวรรค์ความสามารถในด้านการปกครอง เมื่อมารวมกันแล้วจะไม่ให้เป็นแคว้นที่ร่ำรวยที่สุดก็คงเป็นไปไม่ได้"
หนานกงเย่เห็นได้ละเอียดชัดเจน ฉีเฟยอวิ๋นกลับรู้สึกลำบากใจแทนเขา
"หากท่านพูดเช่นนี้ เมืองต้าเหลียงไม่มีอะไรจริงๆ เช่นนั้นก็มีเพียงแค่สามสี่คนสิเพคะ"
"นั่นก็ยังมีที่สูญหายไปอีก เดิมทีข้าคิดว่าสร้างโรงพยาบาลโรงเรียนขนาดใหญ่ขึ้นมาเช่นนั้นก็คงเป็นความคิดที่ไม่เลว เรื่องเกิดแก่เจ็บตายใครก็ไม่อาจปฏิเสธห้ามได้ แต่ตอนนี้......อวิ๋นอวิ๋นกลับไม่ใช่เป็นของข้าคนเดียวอีกต่อไปแล้ว"
"ท่านอ๋อง หม่อมฉันก็คือคนของท่านนะเพคะ ขอเพียงแค่ท่านอ๋องไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดต่อหม่อมฉัน หม่อมฉันก็เป็นของท่านอ๋องตลอดไป ท่านอ๋องอยู่ที่ปีกใต้ หม่อมฉันก็จะอยู่ที่ปีกใต้กับท่านอ๋อง ท่านอ๋องไปที่แคว้นเฟิ่ง หม่อมฉันก็จะติดตามท่านอ๋องไปแคว้นเฟิ่ง การมาครั้งนี้มีภารกิจสองอย่างคือ เรื่องแรกคือช่วยเจ้าของร่างเดิมตามหาท่านแม่ของนาง ส่วนอีกเรื่องคือการตามหาฮั่วหลง และตอนนี้ก็ทำสำเร็จแล้วทั้งสองเรื่อง รอให้จักรพรรดินีถอนพิษเสร็จ เราก็จะเดินทางกลับ หม่อมฉันคิดถึงเจ้าห้าและเด็กๆ แล้วเพคะ"
"ข้ามไ่รู้ว่าควรจะพูดอะไร แต่ข้าก็ไม่อยากทำให้อวิ๋นอวิ๋นต้องตกใจ เพราะข้าคือสามีของอวิ๋นอวิ๋น เมื่อออกเรือนแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะลำบากสักแค่ไหน ก็ต้องรู้จักปรับตัวอยู่กับสามีและครอบครัวสามีให้ได้ คำนี้อวิ๋นอวิ๋นต้องจำเอาไว้"
"เพคะ ท่านอ๋องพูดถูก" เขาพูดเช่นนั้นแล้ว เธอจะพูดอะไรได้อีก
เมื่อตกดึก ซูอู๋ซินเดินออกมาจากข้างใน และได้เปลี่ยนเป็นชุดคลุมสีดำเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเรียกฉีเฟยอวิ๋นและหนานกงเย่เข้าไป
ทั้งสามเดินเข้าไปที่ตำหนักเฟิ่งฉี อันที่จริงฉีเฟยอวิ๋นเป็นกังวลแม่ทัพฉีมากที่สุด แต่ขณะนี้แม่ทัพฉีปลอดภัยดีและไม่เป็นอะไรแล้ว และกำลังนั่งอยู่ในท้องพระโรงของตำหนักเฟิ่งฉี
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพฉีไม่เป็นอะไร ฉีเฟยอวิ๋นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ม่านมุ้งที่เตียงถูกเปิดออก จักรพรรดินีเฟิ่งไป่ซูกำลังนั่งอยู่บนเตียง ขณะนี้สวมใส่ชุดลวดลายหงส์สีแดง ถึงแม้จะกำจัดหนอนพิษกู่ไปแล้ว แต่เมื่อมองไปแล้วก็ยังดูซีดเซียวอยู่มาก
แม่ทัพฉีถาม "อวิ๋นอวิ๋น เจ้าสามารถถอนพิษได้ เจ้าลองดูว่าพิษของท่านแม่ของเจ้าสามารถกำจัดได้หรือไม่?"
"เจ้าค่ะ"
ฉีเฟยอวิ๋นมอบไปบริเวณโดยรอบ เอ๋าชิงก็อยู่ด้วย
"คนรอบข้างได้โปรดถอยออกไปก่อน"
เป็นไปไม่ได้ที่ฉีเฟยอวิ๋นจะปล่อยเลือดออกมาต่อหน้าเอ๋าชิงและคนอื่นๆ
ในฐานะที่เป็นหมอ ฉีเฟยอวิ๋นกลับต้องใช้เลือดของตัวเองมาเพื่อทำการรักษาคนป่วย หากพูดออกไปก็อาจขายหน้าเอาได้
เอ๋าชิงและคนอื่นต่างถอยออกไปโดยไม่รีรอ ขันทีต่างก็ถอยออกไปทั้งหมด
ตอนนี้มีเพียงแค่ฉีเฟยอวิ๋นและหนานกงเย่ ซูอู๋ซินและแม่ทัพฉี จากนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงงเดินไปตรงหน้าเฟิ่งไป่ซูและนั่งลง และจับมือของเฟิ่งไป่ซู จากนั้นจึงทำการตรวจจับชีพจรให้นาง
เมื่อตรวจวัดชีพจรเสร็จ ฉีเฟยอวิ๋นจึงปล่อยมือลงและหันกลับไปมองหนานกงเย่ "ท่านอ๋อง ท่านเฝ้าหน้าประตูไว้ หม่อมฉันจะทำการรักษาให้พระนางเพคะ"
"ระมัดระวังด้วย!"
ถึงแม้ว่าหนานกงเย่จะไม่ค่อยเต็มใจ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ไม่สามารถเป็นผู้ตัดสินใจได้ จากนั้นเขาจึงเดินไปหน้าประตูและหันหลังให้กับห้องบรรทม
ซูอู๋ซินพอจะรู้ได้บ้างว่าฉีเฟยอวิ๋นต้องการจะทำอะไร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเลือดในร่างกายของฉีเฟยอวิ๋นสามารถช่วยชีวิตคนได้ แต่เพื่อให้จักรพรรดินีหายดีเป็นปกติ เขาจึงยอมทำตามในครั้งนี้
ฉีเฟยอวิ๋นหยิบมีดขึ้นมา เฟิ่งไป่ซูไม่ได้รู้สึกกลัว เพียงแต่มองลูกสาวยกมีดขึ้นมาและนางก็ให้ความร่วมมืออย่างดีโดยยกแขนขึ้นมาและยื่นออกไป ในใจของนางเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าจะต้องปล่อยเลือดออกมาจึงจะสามารถถอนพิษออกไปได้
แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ฉีเฟยอวิ๋นกลับพูดขึ้นมาว่า "ท่านพ่อ ท่านช่วยหยิบถ้วยมาให้หนึ่งใบได้หรือไม่"
แน่นอนว่าแม่ทัพฉีรู้สึกเป็นห่วงและไม่สามารถอยู่เฉยๆ โดยไม่ช่วยอะไรได้ อีกทั้งคนคนนี้คือเฟิ่งไป่ซู