ตอนที่ 751
บทที่ 753 ถูกกลุ่มขุนนางล้อมรอบไว้
October 28, 2026
“เอ๋ากวงเหลียนเจ้ามีความผิดหรือไม่?”
จัดการเฟิ่งไป๋หมิงกับเฟิ่งไป๋เซียวแล้ว ถึงเวลาของเสนาบดีบนราชสำนักเสียที
เอ๋ากวงเหลียนเงยหน้ามองไปทางเฟิ่งไป่ซู แล้วกล่าวว่า“สิ่งที่ฝ่าบาทตรัสมา หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ”
“เจ้าไม่เข้าใจ อย่างนั้นข้าพูด เฟิ่งไป๋หมิงสมคบคิดกับจักรพรรดิปีกใต้ แต่ทว่าเจ้ากลับตั้งพรรคพวกเพื่อประโยชน์ส่วนตน คนข้างกายของข้า ส่วนใหญ่เป็นคนที่เจ้าจัดการเตรียมมา เรื่องที่ข้าเจอตี้จวิน คิดว่าก็มีคนบอกเจ้า เจ้ารู้ว่าตี้จวินกลับมาก็นั่งไม่ติด ใจเจ้าอยากให้เอ๋าชิงควบคุมพระตำหนักหลัง อำนาจมากมายบนราชสำนัก นี่ไม่ใช่เรื่องวันสองวันหรอก ข้าพูดผิดหรือไม่?”
“ฝ่าบาท เอ๋าชิงเป็นลูกของหม่อมฉัน แต่อาจจะไม่ใช่เขาที่แจ้งหม่อมฉันนะเพคะ.....”
เอ๋ากวงเหลียนชะงักงันชั่วขณะ ก็ไม่ได้พูดอะไรแล้ว
เฟิ่งไป่ซูกล่าวอย่างไม่พอใจว่า“เรื่องมาถึงวันนี้แล้ว เจ้ายังมีอะไรที่จะเถียงข้างๆคูๆอีกหรือ?เจ้าเป็นเสนาบดีของแคว้นเฟิ่ง ไม่เพียงแค่ยักยอกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เจ้ายังปลูกสร้างจวนอยู่ด้านนอก ยื้อแย่งสามีของครอบครัวอื่น เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับมานานแล้ว ข้าได้รับรายงานลับนี้มันเพียงพอทำเป็นโลงศพเจ้าแล้ว
เจ้ายังกลั่นแกล้งสหายครอบครองผูกขาดการค้า เจ้าจัดซื้อจวนหลังใหญ่ในเมืองหลวง มีคนรั้งเจ้าไว้ เจ้ากลับตีคนตาย
เรื่องนี้ไม่นับ เจ้ายังซื้อขายตำแหน่งขุนนางราชสำนัก กักขังเสนาบดีที่ซื่อสัตย์ ทำให้คนที่ไม่มีความผิดยอมรับผิดเพราะทนทรมานไม่ไหว เจ้าสังหารบุคคลที่ซื่อสัตย์”
“ฝ่าบาท ไม่มีหลักฐาน หม่อมฉันกลัว”
“ทหาร เอามาดู”พอเฟิ่งไป่ซูกล่าวมาจึงได้มีคนเข็นยกหีบหนึ่งขึ้นมา เมื่อเปิดดูด้านในจะเห็นความลับกับกระดาษเอกสารและคำสารภาพบางส่วน
เอ๋ากวงเหลียนมองสิ่งของที่อยู่ด้านในแต่ทว่ากลับยิ้มอย่างราบเรียบกล่าวว่า“ฝ่าบาท พยานวัตถุสามารถปลอมแปลงได้ หม่อมฉันไม่สามารถยอมรับได้ ขอฝ่าบาทมองอย่างทะลุปรุโปร่งด้วยเพคะ”
“เอ๋ากวงเหลียน เจ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็อยากให้เจ้าดูพยานบุคคล”เฟิ่งไป๋ซูกล่าวแล้วมองไปทางประตูของพระตำหนักเฟิ่งเซียว เหล่าฉีเฟยอวิ๋นก็มองไปทางประตู มีคนคนหนึ่งได้เดินเข้ามา
หญิงผู้นี้อายุราวสี่สิบห้าสิบปี เดินพร้อมกับถือไม้เท้ามาด้วย บนร่างกายสวมใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ฝ่ายตรงข้ามผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแปดเปื้อน แต่ก็ยังสามารถดูรูปโฉมได้ มองอย่างละเอียดผิดนางขาวละออ เป็นหญิงผู้หนึ่งที่รูปลักษณ์ไม่เลวทีเดียว
“เอ๋ากวงเหลียน เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?”คนผู้นั้นกัดฟันพูด มองด้วยแววตาโกรธเคือง
เอ๋ากวงเหลียนชะงักงันกล่าวว่า“เซียวเหอหรือ?”
“เจ้ายังจำข้าได้ เจ้าทำร้ายข้าจนเป็นเยี่ยงนี้ ยึดเอาสามีข้าไป วันนี้เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
เอ๋ากวงเหลียนหน้าซีดเผือด กล่าวว่า“เจ้าบอกว่าข้าทำร้ายเจ้า ตัวเจ้าเองไม่ได้เรื่อง เจ้ารับตั๋วเงินผู้อื่นไป เจ้า.....”
“สามีของข้าสามารถเป็นพยานได้ ฝ่าบาท สามีของข้าถูกนางแย่งไป ตอนนี้ค้นเรือน หม่อมฉันคิดว่าสามารถหาคนเจอเพคะ”
“เรียกจ้าวกวงหยุนมา”
ก้านนอกพระตำหนักมีคนเข้ามา เป็นผู้ชายวัยรุ่นราวยี่สิบปี ชายผู้นั้นหล่อเหลาและแต่งกายด้วยชุดสีเขียว เขาดูสง่างามมาก เขาเป็นคนที่น่าทึ่งมาก
“กวงหยุนถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
กวงหยุนคุกเข่าลง เอ๋ากวงเหลียนกล่าวอย่างขบขันว่า“กวงหยุน เจ้าพูดสิ เจ้าเป็นสามีของผู้ใดกัน?”
“.......”
ฉีเฟยอวิ๋นแทบจะอาเจียนออกมา หญิงแก่สองคนนี้อายุเท่าไหร่กันแล้วยังมียื้อแย่งเด็กน้อยกัน
กวงหยุนกล่าวว่า“ฝ่าบาท กระหม่อมเป็นสามีน้อยที่พ่อแม่มอบกับฮูหยินเซียวเหอ ฮูหยินเซียวเหอตกลงแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่คิดไม่ถึงวันแต่งงานค่ำคืนนั้นได้ถูกช่วงชิงตัวไป คนที่ยื้อแย่งชิงไปคือเอ๋ากวงเหลียนพ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิ่งไป่ซูมองไป กล่าวว่า“เอ๋ากวงเหลียน เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวหรือไม่?”
“เหอะๆ....ความที่จะใส่ไฉนกลัวไร้ข้ออ้าง หม่อมฉันไม่ยอม ฝ่าบาทอยากจะทำอะไรก็เชิญเพคะ”
เอ๋ากวงเหลียนชำเลืองมองเอ๋าชิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง นั่นคือลูกชายของนาง
นางไม่เชื่อว่าเฟิ่งไป่ซูจะตัดใจได้ลง
แต่เวลานี้เอ๋าชิงไม่พูด เอ๋ากวงเหลียนค่อนข้างแปลกใจ
“พยานบุคคลพยานวัตถุมารวมกันแล้ว วันนั้ข้าจะเอาเจ้าเข้าคุก และพวกพ้องที่เหลือจัดการร่วมกัน เรื่องนี้มอบแก่เอ๋าชิงเป็นผู้จัดการ”
เอ๋ากวงเหลียนตื่นตะลึงกล่าวว่า“ฝ่าบาท หม่อมฉันคือท่านอาจารย์ของพระองค์นะเพคะ”
“ก็เพราะเจ้าเป็นท่านอาจารย์ของข้า ข้าถึงไม่ได้สังหารเจ้า และไม่เตรียมไปกล่าวโทษคนอื่น”
“พระองค์ว่าอย่างไรนะเพคะ?”เอ๋ากวงเหลียนถอยหลังไปอีกนิดแทบจะล้ม ตอนนี้ได้มีคนมาลากเอ๋ากวงเหลียนออกไปแล้ว