ตอนที่ 766
บทที่ 766 การตายของสวามีรอง
October 28, 2026
ฉีเฟยอวิ๋นไม่รับฟังคำทักท้วง เรื่องนี้ทำให้เหล่าขุนนางแห่งแคว้นเฟิ่งร้อนรุ่มกลุ้มใจเหลือแสน องค์รัชทายาทไม่ควรมีบุรุษคนเดียว ต้องเหมือนจักรพรรดินีที่มีหลังวังนับไม่ถ้วน
เสนาบดีเหวยเป็นแกนนำถวายฎีกาเรื่องคัดเลือกพระสวามีรองที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมและความสามารถให้แด่ฉีเฟยอวิ๋น
ฉีเฟยอวิ๋นถูกเรียกเข้าเฝ้า ซึ่งทำให้เธอประหลาดใจยิ่งนัก ไม่เห็นเรียกพบเธอตั้งนาน วันนี้เหตุใดจึงเปลี่ยนไป ไม่รู้มาอารมณ์ไหนกันแน่?
หนานกงเย่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้จะถือโอกาสแจ้งกำหนดการจากไปของพวกเขาแก่แคว้นเฟิ่ง
ทั้งสองเข้าวังพลันเห็นหมอเฟยอวิ๋นที่หน้าประตูวังพอดิบพอดี
เมื่อเฟยอวิ๋นเห็นฉีเฟยอวิ๋นก็รีบเข้าไปทำความเคารพ "ข้าน้อยถวายพระพรองค์รัชทายาทและราชบุตรเขยเพคะ"
"ใต้เท้าไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถอะ"
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกไม่ชินกับพิธีรีตองของอีกฝ่าย อีกฝ่ายลุกขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ฉีเฟยอวิ๋นเห็นนางอารมณ์ดีพลันถามว่า "ใต้เท้าดีใจเรื่องกระไรหรือ?"
"ใช่เพคะ ดีใจมาก ทูลองค์รัชทายาท หม่อมฉันอยากเข้าเฝ้าเพื่อขอบพระทัยที่องค์รัชทายาทช่วยให้หม่อมฉันสมหวังอยู่พอดีเลยเพคะ เมื่อวานท่านหมอบอกว่าหม่อมฉันมีข่าวดีแล้วเพคะ"
"ใช่หรือ? เร็วจัง?"
"เพคะ ต้องขอบพระทัยองค์รัชทายาทเพคะ เพราะยาของพระองค์ หม่อมฉันถึงหายดี หม่อมฉันไปตรวจกับหมอขึ้นชื่อหลายท่านแล้วเพคะ ล้วนบอกว่ามีแล้วเพคะ"
"เช่นนั้นก็ดี"
"องค์รัชทายาทดูให้หม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ?"
"ได้ ข้าจะดูให้"
ฉีเฟยอวิ๋นยื่นมือไป เฟยอวิ๋นก็รีบยื่นข้อมือ ฉีเฟยอวิ๋นเปิดระบบการตรวจสุขภาพ ก่อนจะกล่าวว่า "น่าจะเป็นลูกสาว เพราะชีพจรอ่อนมาก"
"จริงหรือเพคะ?"
เฟยอวิ๋นดีใจอย่างหากที่เปรียบไม่ได้ ปกติพึ่งจะตั้งครรภ์ จึงยังดูไม่ออก
ทว่าฉีเฟยอวิ๋นใช้ระบบการตรวจสุขภาพ ย่อมดูออกแน่นอน
ฉีเฟยอวิ๋นพยักหน้าหงึกๆ กล่าวว่า "ช่วงนี้เจ้าต้องบำรุงครรภ์และระวังดีๆนะ โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง เจ้ามีสามีเยอะ ต้องระวังผู้ปองร้ายต่อทารกในครรภ์ ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกของสามีเอก เช่นนั้นก็ควรอยู่กับเขาจึงจะปลอดภัย และเป็นการสร้างความผูกพันของพ่อลูกได้อีกทางด้วย"
"เพคะองค์รัชทายาท หม่อมฉันจะจดจำให้ขึ้นใจเพคะ" กล่าวจบเฟยอวิ๋นเชิญฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่เดินนำทางไปก่อน
ฉีเฟยอวิ๋นคำนวณเวลา เธออยู่ในแคว้นเฟิ่งเกือบสองเดือน คิดว่าอีกฝ่ายจะมีอายุครรภ์เพียงแค่หนึ่งเดือน ทว่าเมื่อครู่ตอนตรวจให้เฟยอวิ๋นกลับพบว่ามีอายุครรภ์ใกล้สองเดือนแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นก้มหน้าเดินเข้าตำหนักเฟิ่งเซียวอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจต่อเรื่องนี้มากนัก
ทั้งสองคารวะจักรพรรดินีกับตี้จวิน และเตรียมจะบอกเรื่องกลับบ้านเกิดเมืองนอน
ทันใดนั้นเสนาบดีเหวยรีบถวายฎีการายชื่อผู้ซึ่งมากล้นด้วยความสามารถและคุณธรรมสูงส่งเพื่อแต่งตั้งเป็นพระสวาทมีรองของฉีเฟยอวิ๋น
บรรยากาศในพระตำหนักตอนนี้ จึงเกิดภาพเสนาบดีเหวยประชันกับหนานกงเย่ หากไม่ข่มบารมีของหนานกงเย่หน่อยคงเสียดายแย่
"รัชทายาทคิดเห็นเช่นไร?" เฟิ่งไป่ซูย่อมต้องถามความเห็นชอบของบุตรีก่อน
ฉีเฟยอวิ๋นมองหนานกงเย่ที่ไม่มีท่าทีอันใด กล่าวว่า "เรื่องสวามีรอง ลูกมีใจ หากแต่ไร้แรงเพคะ หม่อมฉันปรนนิบัติราชบุตรเขยยามค่ำคืนผู้เดียวก็เหนื่อยมากพอแล้วเพคะ หากสู่ขอสวามีรองอีก ลูกคงต้องเหนื่อยตายแน่เพคะ"
"......" เหล่าขุนนางพูดคุยกันเสียงเซ็งแซ่ ให้รัชทายาทปรนนิบัติราชบุตรเขยได้อย่างไร
หนานกงเย่ทำหน้าจองหอง เอ่ยขึ้นมาว่า "ไม่ทราบว่าบุรุษใดจะแต่งให้อวิ๋นอวิ๋น เชิญออกมาประลองฝีมือกันก่อนเถอะ"
เมื่อลั่นประโยคนี้ออกมา เหล่าขุนนางก็อดรนทนไม่ไหว ตั้งหน้าตั้งตาคอยชมฉากระทึกขวัญกันทั่วหน้า เฟิ่งไป่ซูกับซูอู๋ซินยังไม่ทันรับสั่ง เสนาบดีเหวยก็กราบทูลว่า "ฝ่าบาทโปรดเรียกตัวผู้ถูกคัดเลือกให้เป็นพระสวามีรองด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
เฟิ่งไป่ซูมองหนานกงเย่ปราดหนึ่ง นิสัยเขยผู้นี้กระด้างกระเดื่องเกินไป ถ้าเป็นเช่นนี้ คงถูกผู้อื่นในแคว้นเฟิ่งคร่าชีวิตในไม่ช้าก็เร็วแน่
"เบิกตัวเลย"
ไม่นานพลันมีบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้าพระตำหนักเฟิ่งเซียว
อายุบุรุษผู้นี้ประมาณสิบแปดเห็นจะได้ เขาสวมใส่อาภรณ์ตัวหลวมสีดำแดง ผมดำเงางามระอยู่บนบ่า ผิวพรรณขาวผุดผ่องสวยงาม ฉีเฟยอวิ๋นเห็นแล้วก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ