Novelones
  • หน้าแรก
  • มาใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ
  • หน้าแรก
  • มาใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก

Novelones

Narraverse คือแพลตฟอร์มอ่านออนไลน์ที่คุณสามารถค้นพบ อ่าน และสนับสนุนเรื่องราวต้นฉบับได้ในทุกหมวดหมู่

สำรวจ

  • เรื่องใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ

บริษัท

    ข้อกฎหมาย

      © 2026 Narraverse – อ่าน ค้นพบ และสนับสนุนเรื่องราวต้นฉบับ

      ธุรกิจจดทะเบียน

      1. หน้าแรก
      2. องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ
      3. ตอนที่ 91

      ตอนที่ 91

      บทที่ 91 เหตุการณ์พลิกผัน

      October 22, 2026

      เมื่อประตูปิดลง หัวใจของฉีเฟยอวิ๋นก็สั่นไหว และเมื่อเห็นว่าหนานกงเย่ไม่ได้สวมเสื้อ นางก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย

      นางคิดจะนำเข็มเงินออกมาเพื่อป้องกันตัว แต่ถ้าใช้เข็มเงินจัดการกับหนานกงเย่ ก็ไม่ต่างจากการกระแทกกับก้อนหิน

      ยิ่งไปกว่านั้น เป็นเพราะการใช้เข็มจัดการกับหนานกงเย่ก่อนหน้านี้ ทำให้หนานกงเย่ไม่สบายใจ ในเวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ ถ้านางยังนำเข็มเงินออกมาอีก เกรงว่าจะไม่เหมาะ

      ดังนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงไม่กล้าทำซี้ซั้ว

      หนานกงเย่เปลือยกายและถามว่า:“เจ้าวิ่งทำบ้าอะไร?”

      หนานกงเย่หูตาไว และฝึกวิทยายุทธมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้สายตาและการได้ยินของเขาดีกว่าคนทั่วไป นางเดินมาอย่างรีบร้อนเช่นนั้น หนานกงเย่จึงใจอ่อน

      เพียงแต่ไม่รู้ว่านางจะพูดอะไรที่เขาไม่อยากได้ยินอีก

      “หนอนไหมที่หม่อมฉันเลี้ยงไว้ ฟักตัวออกมาแล้วเพคะ และคิดว่าท่านอ๋องน่าจะอยู่ที่นี้ หม่อมฉันเลยจะมาบอกท่านอ๋อง หม่อมฉันบุกเข้ามาอย่างไม่ได้ระมัดระวัง ท่านอ๋องได้โปรดอย่าถือสาเลยเพคะ”

      ฉีเฟยอวิ๋นตื่นตระหนก

      หนานกงเย่ลุกขึ้นและลงมาจากเตียง เขาหยิบเสื้อผ้ามาสวม:“ไปดูกันเถอะ”

      เขาใส่รองเท้าแล้วเดินไปที่ประตู เขาไม่ได้ไม่พอใจเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับสบายอกสบายใจมาก

      ฉีเฟยอวิ๋นเดินตามเขาไปที่ห้องของนาง เมื่อเห็นว่าหนานกงเย่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนานัก ฉีเฟยอวิ๋นจึงหยิบเสื้อคลุมมาให้หนานกงเย่

      “สวมให้ข้าหน่อย” หนานกงเย่ไม่ได้หันกลับไปมอง ฉีเฟยอวิ๋นสวมเสื้อคลุมให้หนานกงเย่เหมือนกับปรนนิบัติเจ้านาย

      เมื่อเดินเข้าประตูมา สาวใช้และอาอวี่ก็รีบทำความเคารพ

      “ท่านอ๋อง”

      “หงเถาคารวะท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

      “ลี่ว์หลิวคารวะท่านอ่องเจ้าค่ะ”

      หนานกงเย่รู้สึกแปลกใจ:“มีสาวใช้ในจวนหง ๆ ลี่ว์ ๆ อะไรนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

      “ทูลท่านอ๋อง พระชายาทรงรับบ่าวมาเจ้าค่ะ มู่เถา มู่หลิว พระชายาทรงตรัสว่าไม่น่าฟังและไม่ชอบเรียก จึงเปลี่ยนชื่อให้เพคะ” หงเถาตอบ

      หนานกงเย่หันกลับไปมองฉีเฟยอวิ๋น:“ข้าดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าพระชายาชอบสีสันฉูดฉาดมากเช่นนี้ ?” (ชื่อของสาวใช้หมายถึงสีแดงและสีเขียว)

      “ทำให้ท่านอ๋องทรงขบขันแล้วเพคะ ท่านอ๋องทรงเป็นเลิศด้านวรรณกรรม หากเป็นท่านอ๋อง คงจะได้ชื่อที่สมเหตุสมผลและดียิ่งกว่าเดิมเพคะ”

      เดิมทีหนานกงเย่ค่อนข้างอารมณ์ดี และในเวลานี้ก็อารมณ์มากยิ่งขึ้น เขาหันกลับไปและเข้าไปใกล้:“เจ้าจะบอกว่าข้ายอดเยี่ยมอย่างนั้นหรือ?”

      อากาศร้อนสาดเข้ามา ฉีเฟยอวิ๋นต้องการจะหลบ แต่ก่อนหน้านี้นางเคยทำให้หนานกงเย่ขุ่นเคือง นางไม่ได้ปฏิเสธและไม่ได้หลบ

      “แน่นอนว่าท่านอ๋องทรงยอดเยี่ยมเพคะ”

      หลังจากที่ฉีเฟยอวิ๋นพูดจบ นางก็หลบเลี่ยงและเดินไปข้างหน้า

      นางทำใบหม่อนมาสองสามจาน ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่า ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้จะหาใบหม่อนได้จากที่ไหน แต่นางก็หาจนพบ

      เป็นสวรรค์ที่ไม่ทอดทิ้งผู้ที่อุตสาหะ ดักแด้ของนางเจริญเติบโตภายในไม่กี่วัน หลังจากนั้นมันก็จะพ่นไหมออกมา

      ในเวลานี้นางอธิษฐานขอให้ดักแด้เหล่านี้มีตัวผู้เยอะกว่าตัวเมีย และขยันพ่นไหมออกมาเยอะ ๆ

      ในตำราแพทย์กล่าวว่าหนอนไหมเย็นพ่นไหมออกมาเป็นความเย็น ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ฉีเฟยอวิ๋นจะมองเห็นด้วยตาเปล่า บนตัวหนอนไหมเย็นนั้นไม่มีความเย็น แล้วไหมที่มันพ่นออกมาจะเป็นความเย็นได้อย่างไร?

      หนานกงเย่ไปดูและถามว่า:“แค่หนอนพวกนี้หรือ ?”

      “อย่าดูถูกพวกมันนะเพคะ เดิมทีพวกมันมีคุณค่าทางยา แต่บรรดาหมอในจวนอาจจะไม่รู้ว่าคุณค่าทางยาของพวกมันอยู่ในนั้น ดังนั้นไม่ว่าจะจับกลับมาได้เท่าไหร่ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก” ฉีเฟยอวิ๋นนึกถึงบรรดาหมอในจวน แม้ว่าพวกเขาจะเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรมากขนาดนั้น นี่เป็นเหตุว่าทำไมของบางอย่างจึงไม่มีประโยชน์

      หนานกงเย่ประหลาดใจ:“ว่าอย่างไรนะ ?”

      “พวกเจ้าออกไปเถอะ ท่านอ๋องอยู่ที่นี่ด้วย คงไม่มีอันตรายใด ๆ ”

      “เจ้าค่ะ”

      หงเถาและลี่ว์หลิวถอยออกไป ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า:“อันที่จริงแล้วคุณค่าทางยาที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่หนอนไหมเพคะ แต่อยู่ที่ใบไม้ที่หนอนไหมกินเข้าไป ใบไม้นี้มาจากต้นหม่อนที่มีอายุมากแล้ว ใบของต้นหม่อนมีสรรพคุณในการรักษาโรคไขข้ออักเสบ แต่ถ้าคนกินเข้าไปจะไม่มีประโยชน์ ประการแรกคือกินไม่ลง เพราะใบหม่อนมีรสขมมาก และประการที่สองคือมีพิษบางชนิดในใบหม่อนที่ร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ แต่หนอนไหม สามารถกำจัดพิษเหล่านั้นได้ และเหลือเพียงสรรพคุณในการป้องกันความเย็น

      อย่างไรก็ตามใบหม่อนนี้ยังสามารถใช้ได้โดยตรง แต่สรรพคุณของมันจะไม่ดีมากนัก เพียงแค่ตากให้แห้ง แล้วนำมาจะบรรจุลงในห่อ จากนั้นก็นำมาเป็นเครื่องนอน จึงจะมีสรรพคุณในการขจัดลมเย็นเพคะ

      เพียงแต่การใช้โดยตรงนั้นไม่สบายเท่ากับผ้าไหม ใบไม้จะร่วงหล่นหลังจากที่ถูกพัดไปมาเป็นเวลานาน บางคนก็แพ้จนทำให้ไม่สบาย แต่หากเป็นผ้าไหม ไม่เพียงแต่จะรู้สึกสบาย แต่ยังสามารถใช้ได้นานอีกด้วย คุณค่าที่ดีที่สุดจะยังคงอยู่ ดังนั้นไหมจึงมีสรรพคุณที่ดีกว่าใบหม่อนเพคะ

      ในตอนนี้หม่อมฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมไหมถึงมีสรรพคุณที่ดีกว่าใบหม่อน แต่หม่อมฉันคิดว่าหนอนไหมเย็นก็เป็นสาเหตุ ถึงอย่างไรก็มีการบันทึกการใช้ยาเอาไว้ เพียงแต่ต้องศึกษาให้ละเอียดก่อนจึงจะรู้เพคะ”

      “ดังนั้นเจ้าจึงให้หนอนไหมเย็นพวกนี้กินใบหม่อน และพ่นไหมที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นออกมาได้อย่างนั้นหรือ?”

      “ประมาณนั้นเพคะ”

      ฉีเฟยอวิ๋นก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน แต่ที่นางต้องการให้หนอนไหมเย็นพ่นไหมออกมานั้น นางยังมีจุดประสงค์อื่นอีก และการใช้ยาก็เป็นเรื่องรองลงมา

      “เช่นนั้นที่หมอในจวนบอกว่ามันสามารถขับความร้อนภายในได้ ก็ผิดใช่หรือไม่ ?”

      “อืม หม่อมฉันก็คิดว่าผิดเช่นกันเพคะ อันที่จริงแล้วไหมชนิดนี้จะเป็นประโยชน์มากที่สุด หากนำมาทำสิ่งทอจากผ้าไหม หากนำมาทำยาคงจะประมาทเกินไปเพคะ”

      “……”

      หนานกงเย่พูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ตัวยานี้ยังเชื่อถือไม่ได้

      “ประมาทอย่างไร หรือว่าเจ้าไม่ได้ใช้สิ่งนี้กับเสด็จแม่งั้นหรือ?”

      !

      ก่อนหน้าตอนถัดไป
      ตอนก่อนหน้าบทที่ 90 กลัวอะไร ข้าไม่ได้กินคนเสียหน่อย
      ภาพรวม
      ตอนถัดไปบทที่ 92 การประชดประชัน

      ความคิดเห็น

      เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย