ตอนที่ 901
บทที่ 920 แย่งชิงอวิ๋นเลี่ย
October 22, 2026
เอ๋าชิงปวดหัวกับเรื่องนี้มาก เลี่ยเอ๋อร์มีนิสัยโอหังถือดีมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเหยียดหยามสตรีทุกนาง แต่พอเขาได้พบกับอวิ๋นจวิ้นจู่เพียงครั้งเดียว ไม่กี่วันมานี้ก็บอกแต่ว่าอยากจะเข้าวัง
เดิมทีเอ๋าชิงเตรียมไว้เพื่อเฟิ่งหลิงอวิ๋น ทว่าทั้งสองคนเคยเจอกันแล้วและต่างก็ดูปกติมาก แต่ทำไมจำต้องมาชอบอวิ๋นจวิ้นจู่ด้วย
เฟิ่งหลิงอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อวิ๋นเลี่ยอายุสิบสามแล้วใช่หรือไม่”
“ใช่”
หนานกงอวิ๋นเยียนแปลกใจ “เขาชื่ออวิ๋นเลี่ยรึ”
เฟิ่งหลิงอวิ๋นมองนางและยิ้มเรียบๆ “อวิ๋นเอ๋อร์คิดว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น เขาเทียบกับพี่ๆ ของข้าไม่ได้เลย แต่ข้าคิดว่าเขาชื่อเอ๋าเลี่ยเสียอีก!” หนานกงอวิ๋นเยียนไม่เห็นด้วยที่มันเป็นอย่างนั้น เฟิ่งหลิงอวิ๋นอดยิ้มไม่ได้
“ผู้ชายอย่างท่านพี่ทั้งหลายของเจ้า เกรงว่าทั่วทั้งใต้หล้าคงมีคนไม่มากนักที่จะมาเทียบได้!”
“ทำไมจะไม่ได้ ถ้าไม่ได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร” หลังจากกินข้าวจนอิ่ม หนานกงอวิ๋นเยียนจึงหยิบแส้และลุกออกไป
ทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตูก็เห็นคนสองคนเดินเข้ามา คนหนึ่งเดินนำ คนหนึ่งเดินตาม คนที่อยู่ข้างหน้าคืออวิ๋นเลี่ย ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังนางไม่รู้จัก แต่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ติดตามของอวิ๋นเลี่ย
หนานกงอวิ๋นเยียนหยุดชะงัก อวิ๋นเลี่ยเลิกคิวและเหลือบมองนาง เมื่อเข้ามาใกล้จึงก้มลงมองนางและถามว่า “ท่านจะไปข้างนอกหรือ”
“ไม่ได้รึ” หนานกงอวิ๋นเยียนรู้สึกว่าคนผู้นี้น่ารำคาญมากที่มาขวางไม่ให้นางไป
เฟิ่งหลิงอวิ๋นมองทั้งสองคน อวิ๋นเลี่ยเป็นคนที่มีอนาคตไกล เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนอย่างหนานกงเย่จะยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับชายแปลกหน้าหรือไม่
เกรงว่าหนทางข้างหน้าคงจะอีกยาวไกล!
“บังเอิญวันนี้ข้าว่างพอดี หลังจากนี้ข้าจะพาท่านไปเดินเล่นเอง ท่านรอข้าสักครู่ ตัวตั๋ว เจ้าคอยดูจวิ้นจู่อยู่ตรงนี้ก่อน”
ว่าแล้วอวิ๋นเลี่ยจึงเดินไปหาเฟิ่งหลิงอวิ๋น เฟิ่งหลิงอวิ๋นเลิกคิ้วมองเขา นางกับเอ๋าชิงบอกกับคนอื่นว่าอวิ๋นเอ๋อร์มาในฐานะแขกของแคว้นเฟิ่ง ดังนั้นอวิ๋นเลี่ยจึงไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของนางกับอวิ๋นเอ๋อร์
อวิ๋นเลี่ยเดินไปยืนตรงหน้าเฟิ่งหลิงอวิ๋นและโค้งคำนับ “คารวะองค์รัชทายาท”
เฟิ่งหลิงอวิ๋นมองเขา “มีอะไรงั้นหรืออวิ๋นเลี่ย”
“อวิ๋นเลี่ยต้องการพาอวิ๋นจวิ้นจู่ออกไปเดินเล่นขอรับ” อวิ๋นเลี่ยบอกไปตามตรง
เฟิ่งหลิงอวิ๋นเหลือบมองหนานกงอวิ๋นเยียนที่อยู่หน้าประตู “เกรงว่าคงไม่ได้ อวิ๋นจวิ้นจู่เป็นอุปราชคนสำคัญแห่งเมืองต้าเหลียง คราวนี้ถึงจะบอกว่านางมาที่นี่ในฐานะอาคันตุกะ แต่จริงๆ แล้วนางอยู่ในฐานะหลาน
เวลานี้หนานกงเย่โอหังอวดดี บังคับให้ข้าตกลงเรื่องการหมั้นหมาย ทั่วทุกทิศบนแผ่นดินใหญ่เต็มไปด้วยความโกลาหล ข้าจึงทำได้เพียงเก็บนางไว้ข้างกาย ถ้าเกิดนางหนีขึ้นมาจะเป็นอย่างไรเล่า”
อวิ๋นเลี่ยถามว่า “หากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ ล่ะขอรับ”
“เพราะเกิดมาเป็นธิดาของหนานกงเย่ ก็เลยต้องมอบเป็นของแลกเปลี่ยนน่ะหรือ”
เมื่อเฟิ่งหลิงอวิ๋นกล่าวเช่นนี้ อวิ๋นเลี่ยจึงหันไปมองหนานกงอวิ๋นเยียนซึ่งยังไม่รู้เรื่องรู้ราว เขาลองคิดดู “อวิ๋นเลี่ยรับรองด้วยชีวิตว่าจะพาอวิ๋นจวิ้นจู่กลับมาขอรับ”
เฟิ่งหลิงอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ได้!”
อวิ๋นเลี่ยมองเอ๋าชิง “ท่านพ่อขอรับ!"
เอ๋าชิงเหลือบมองเฟิ่งหลิงอวิ๋น “เราไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้กันอีก”
อวิ๋นเลี่ยหันไปมองหนานกงอวิ๋นเยียนและเดินไปหานาง “ท่านจะไปไหนรึ”
หนานกงอวิ๋นเยียนเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งซึ่งไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความรักความใคร่เลย นางเหลือบมองอวิ๋นเลี่ยนิดหนึ่ง “ข้าจะไปไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน ท่านยุ่งเรื่องของตัวเองไปก็พอ”
ว่าแล้วหนานกงอวิ๋นเยียนจึงเดินออกไปโดยมีอวิ๋นเลี่ยเดินตามไปด้วย
เอ๋าชิงเป็นกังวลและคิดจะไปหยุดเขา แต่เฟิ่งหลิงอวิ๋นเรียกเขาไว้ให้อยู่ที่นี่
หนานกงอวิ๋นเยียนออกไปข้างนอกและเดินเล่นอยู่ในพระราชวังเฟิ่ง ที่ด้านหลังมีเฟยอิงติดตามไปด้วย
อวิ๋นเลี่ยเดินไปข้างๆ พวกเขาทั้งสองคน
“อวิ๋นจวิ้นจู่เกิดและเติบโตที่เมืองต้าเหลียง ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้างหรือ” อวิ๋นเลี่ยถาม
หนานกงอวิ๋นเยียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็เหมือนกับที่นี่นะ ไม่มีอะไรแตกต่าง”
“เป็นไปได้อย่างไร ที่นั่นไม่ใช่ว่าผู้ชายเป็นใหญ่หรอกหรือ”
หนานกงอวิ๋นเยียนหยุดชะงักและหันไปมองอวิ๋นเลี่ย “ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดถึงอะไร”