ตอนที่ 795
ตอนที่ 798 จะรับมืออย่างไร
October 22, 2026
ตอนที่ 798 จะรับมืออย่างไร
“คุณจะไปหนิงซานเหรอ”
ความคิดของเฉินเฟยเอ๋อร์ทำให้ลู่เฉินตกใจ “ไปทำอะไรครับ”
สำหรับคำถามของลู่เฉิน เฉินเฟยเอ๋อร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนว่า “ไม่มีอะไรแล้วไปเที่ยวไม่ได้เหรอ ฉันจะไปสำรวจกับพี่ลู่ซีไม่ดีเหรอ อีกอย่าง…”
ใบหน้างดงามของเธอแดงระเรื่อ “ถือโอกาสนี้ไปสวัสดีคุณตากับคุณยายของนายด้วยไง”
เหตุผลข้อสุดท้ายถึงจะเป็นเป้าหมายของเธอสินะ ลู่เฉินยอมแพ้ “เอาอย่างนั้นก็ได้ คุณล่วงหน้าไปก่อน ผมจะตามไปทีหลัง”
เดิมทีควรจะเป็นลู่เฉินไปสำรวจถึงจะเหมาะสมที่สุด อย่างไรเสียโปรเจกต์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’ นี้ เขาถึงจะเป็นผู้ควบคุมอย่างแท้จริง เมื่อเกี่ยวข้องถึงการเลือกสถานที่ถ่ายทำที่สำคัญ ก็ต้องไปสำรวจด้วยตัวเอง
แต่รายการที่ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีนั้นกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ลู่เฉินไม่สามารถละทิ้งไปได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงปล่อยให้ลู่ซีไปทำความเข้าใจสถานการณ์ก่อน และตอนนี้หากเพิ่มเฉินเฟยเอ๋อร์อีกคนก็ไม่เป็นอะไร
ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว!
“อย่างนั้นฉันจะไปรอนายที่หนิงซาน…”
เฉินเฟยเอ๋อร์ยิ้มตาหยีก่อนจะจุมพิตลงบนแก้มเขา แล้วพูดต่อว่า “อย่างนั้นนายอยู่ที่ปักกิ่งต้องทำตัวให้ดีนะ”
ลู่เฉินหัวเราะไม่ได้ยิ้มก็ไม่ออก ลู่ซีตบหน้าผากบ่นว่า “พวกเธอสองคน ระวังท่าทีหน่อยได้ไหม”
เฉินเฟยเอ๋อร์หัวเราะร่าเริง กอดแล้วลู่ซีไว้แล้วพูดว่า “พี่ลู่ซี พวกเราไปหาซื้อของที่ต้องใช้ระหว่างทางกันเถอะ”
เธอแทบจะรอไม่ไหวแล้ว
วันที่สามที่คณะจากหนิงซานเดินทางมาปักกิ่ง เฉินเฟยเอ๋อร์และลู่ซีรวมถึงพนักงานของเฉินเฟยมีเดียสองสามคน ตามพวกเขามุ่งหน้ากลับไปหนิงซาน เพื่อสำรวจโรงถ่ายละครและวิวทิวทัศน์โดยรอบ
เนื่องจากการสำรวจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’ ว่าจะใช้สถานที่ที่หนิงซานได้หรือไม่ และเกี่ยวข้องกับโรงถ่ายละครที่มีการลงทุนหลายร้อยล้านในหนิงซานว่าจะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากได้หรือไม่ ดังนั้นทางอำเภอหนิงซานจึงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทางนั้นเริ่มเตรียมงานต้อนรับก่อนที่ทางนี้จะออกเดินทางเสียอีก
เดิมทีแค่ลู่ซีเป็นตัวแทนเดินทางไปคนเดียวก็ได้รับการต้อนรับอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้มีเฉินเฟยเอ๋อร์เพิ่มเข้าไปอีก อย่างนั้นการรับรองแม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับการดูงานของผู้บริหารประเทศ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อำเภอของเจ้อเจียงตะวันออกที่อยู่ห่างไกลแห่งนี้เกิดความฮือฮาครั้งใหญ่
ลู่เฉินมาไม่ทันเรื่องครึกครื้นนี้ แต่เขาเห็นในอินเทอร์เน็ตว่าทางหนิงซานมองการมาเยือนของเฉินเฟยเอ๋อร์ว่าเป็น ‘ลูกสะใภ้มาเยี่ยมบ้านแม่ยาย’ ทำเอาเขารู้สึกจนคำพูดเลย!
เรื่องเกาะกระแสความดังนี่…เชี่ยวชาญดีเหลือเกิน!
แต่คนที่เกาะกระแสความดังได้เก่งที่สุด ยังคงเป็นคนในวงการบันเทิง!
เมื่อการประชาสัมพันธ์ในช่วงแรกของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’ ได้เริ่มต้นขึ้น นอกจากมีคนทำผลงานกำลังภายในตามกระแสจำนวนมากแล้ว ศิลปินดารามากมายก็เกาะกระแสความดังนี้ด้วย
หนึ่งในนั้นคนที่สร้างกระแสได้ร้อนแรงที่สุดก็คือกู้เหล่ยที่เป็นตัวแทนของดาราที่เรียกกันว่า ‘สายแข็ง‘ นักแสดงที่เพิ่งเปลี่ยนมาทำสายอาชีพนี้กลางทางคนนี้เคยเป็นรองแชมป์กีฬาคิกบ็อกซิ่งระดับประเทศ อาศัยฝีมือที่โดดเด่นและรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อเหลาเข้ามาสู่วงการบันเทิง จนกระทั่งวันนี้ได้ถ่ายผลงานภาพยนตร์และละครไปหลายเรื่องแล้ว
ผลงานลือชื่อของกู้เหล่ยคือ ‘ฟงอวิ๋นทักษิณธานี’ ภพยนตร์เรื่องนี้มียอดจำหน่ายตั๋วอยู่ที่ 150 ล้าน และได้รับรางวัลด้านภาพยนตร์หลายรางวัล รวมถึงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย
แต่หลังจาก ‘ฟงอวิ๋นทักษิณธานี’ แล้ว ภาพยนตร์หลายเรื่องที่กู้เหล่ยนำแสดงทำผลงานได้ธรรมดามาก ภาพยนตร์ที่เขาเป็นตัวแสดงหลักฉากต่อสู้ไม่ต้องใช้ตัวแสดงแทนเลย ดังนั้นจึงถูกขนานนามว่าเป็นดารานักแสดงที่มีความสามารถอย่างแท้จริง ชื่อเสียงจัดอยู่ในดาราระดับสองค่อนไปทางระดับหนึ่ง
บริษัทเอเจนซี่ที่กู้เหล่ยเซ็นสัญญาด้วยมีชื่อเสียงเรื่องสร้างกระแสในวงการอยู่แล้ว แน่นอนว่ากระแสกำลังภายในนี้ไม่มีทางจะพลาดไปแน่ แต่โชคของกู้เหล่ยนั้นก็ไม่เลวเลย เขาได้รับเลือกจากบริษัทภาพยนตร์ต้าตี้ให้เป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องใหม่ ‘เจ็ดผู้กล้าห้าผู้ทรงธรรม’ เขารับบทเป็นหนึ่งในเจ็ดผู้กล้า แมวหลวงจั่นเจา