ตอนที่ 135
บทที่ 135 ตัวตนถูกเปิดเผย ฆ่าคนปิดปาก
October 21, 2026
บทที่ 135 ตัวตนถูกเปิดเผย ฆ่าคนปิดปาก
“น้อยไปแม้แต่แดงเดียว ฉันจะฆ่าแกแน่!” ชายกักขฬะกล่าวอย่างเย็นชา
แม้ว่าตอนนี้หลี่ฝางจะกลัวอย่างมาก แต่สมองของเขากลับแจ่มชัดยิ่งกว่าตอนไหนๆ
โดยทั่วไป ก่อนการลักพาตัว ผู้ลักพาตัวจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของเงิน เช่น เจ้าของเงินมีเงินเท่าไหร่ และสามารถให้เงินได้เท่าไหร่ จากนั้นจึงค่อยขอค่าไถ่ได้ตามสมควร
สำหรับหลี่ฝาง แม้ว่าตัวเขาจะมีมูลค่าหลายพันล้านหยวน แต่เป็นเพราะเขาซ่อนตัวอย่างมิดชิด อย่าว่าแต่โจรเรียกค่าไถเลย กระทั่งมู่เสี่ยวไป๋ยังตรวจสอบไม่เจอ
แล้วคนกลุ่มนี้ พวกมันเล็งเป้ามาที่ตนเองได้ยังไงกัน?
เอ่ยปากมาก็เป็นเงินห้าล้าน ไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ เลยสักนิด
หลี่ฝางรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติๆ แต่ผิดปกติที่ตรงไหน หลี่ฝางกลับคิดไม่ออก
“พี่ใหญ่ ฉันมีเงินมากขนาดนั้นที่ไหนกัน”
“รถเบนซ์G-Classคันนั้น ฉันซื้อมาโอ้อวดเท่านั้น ฉันมีเงินทั้งหมดอยู่เพียงสามล้านหยวน ซื้อรถมาก็ใช้ไปมากกว่าสองล้านหยวนแล้ว เหลือแค่เพียงหนึ่งล้านเท่านั้น" หลี่ฝางมองไปที่ผู้ลักพาตัวทั้งสามและเอ่ยถาม "ทำไม หนึ่งล้านไม่พอแบ่งกันหรือ?”
“หนึ่งล้านคนแบ่งสามคน แต่ละคนได้แค่ 300000กว่าเท่านั้น แกคิดว่าพวกเราจะยอมก่ออาชญากรรมเพื่อเงินแค่ 300000 หรือยังไง?” ชายสวมหน้ากากยิ้มเย็น
ในมือของเขาถือฝืนและเขานั่งยองๆ ลง จากนั้นจึงชี้ปากกระบอกปืนไปที่หัวของหลี่ฝางอีกครั้ง "ฉันมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ บนตัวแกคุณมีเงินมากมายอยู่”
“ต่อให้เบนซ์G-Classคันนั้นแกจะซื้อเต็มจำนวน บนตัวนายก็ยังคงมีเหลืออยู่อีกอย่างน้อยสามล้านหยวน”
“เอาอย่างนี้ พวกเราไม่ต้องการเงินห้าล้าน ขอแค่สามล้านเท่านั้น” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“พี่ใหญ่ ไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือว่าจะเรียกห้าล้าน? ทำไมถึงได้น้อยไปสองล้าน?” ชายกักขฬะมองชายสวมหน้ากากอย่างสงสัย
ชายสวมหน้ากากมองไปที่ชายกักขฬะและเอ่ยเสียงเบา “เจ้าโง่ ไอ้เด็กนี่ใช้เงินซื้อรถเบนซ์ไปสองล้าน ไหนเลยจะมีเงินห้าล้านมาให้พวกเรา”
“สามล้านก็ได้ พวกเราคนละหนึ่งล้าน” ชายกักขฬะนิ่งคิดและพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
หลี่ฝางคิด และเห็นด้วยเช่นกัน
ตอนนี้ในบัตรของหลี่ฝาง มีอยู่กว่า 20 ล้าน
ตราบใดที่ชายสวมหน้ากากเหล่านี้ไม่ทำร้ายตัวเองและเซี่ยลู่ ให้พวกเขาไปสามล้านก็ไม่เป็นอะไร
แต่หลี่ฝางเป็นกังวลว่า หากคนสวมหน้ากากพวกนี้พูดไม่เป็นคำพูด ได้เงินแล้วบิดพลิ้วขึ้นมาจะทำอย่างไร?
“ฉันจะให้เงินแกยังไง?” หลี่ฝางถาม
“โอนเงินเข้าบัตรนี้ แกโอนมาก่อน พรุ่งนี้พอพวกเราได้รับเงินแล้ว จะปล่อยแกไปเอง” ชายสวมหน้ากากให้หมายเลขบัตรแก่หลี่ฝาง
“แต่ฉันจะเชื่อพวกแกได้ยังไง? เกิดพวกแกได้เงินขึ้นมาแล้วบิดพลิ้ว?” หลี่ฝางถาม
ชายสวมหน้ากากหัวเราะ จากนั้นจึงทิ่มปืนไปที่หน้าผากของหลี่ฝาง “ข้อแรก แกไม่มีทางเลือก”
“ข้อสอง ถ้าพวกเราจะบิดพลิ้วจริงๆ ก็คงไม่มานั่งสวมหน้ากากอยู่อย่างนี้” ชายสวมหน้ากากกล่าว
หลี่ฝางคิด ถ้าอีกฝ่ายต้องการจะบิดพลิ้วและเอาชีวิตคนขึ้นมาจริงๆ ทำไมยังต้องสวมหน้ากากอยู่อีก? มันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นนี่?
ดูเหมือนว่าชายสวมหน้ากากเหล่านี้ จะแค่ต้องการเรียกค่าไถจริงๆ
หลี่ฝางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และโอนเงินออกไป
แต่ในเวลานี้เอง โทรศัพท์มือถือของหลี่ฝางก็ส่งเสียงดังเตือนขึ้นมา เป็นข้อความแจ้งการหักเงินทาง SMS
“เรียบร้อย โอนไปแล้ว” หลี่ฝางยิ้ม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“เอามันมา!” ชายสวมหน้ากากเอื้อมมือออกและเอ่ยขึ้น
“อะไร?”
“โทรศัพท์มือถือ ฉันจะดูว่าแกยังมีเงินอยู่เท่าไหร่” ชายสวมหน้ากากกล่าว
ทันใดนั้นหัวใจของหลี่ฝางก็เยียบเย็นลง ในบัตรของเขายังมีเงินอยู่มากกว่า 17 ล้านหยวน ถ้าถูกพบเข้า คงต้องโดนปล้นไปทั้งหมดแน่!
โดยไม่รอให้หลี่ฝางเห็นด้วย ชายสวมหน้ากากเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าของหลี่ฝางมาทันที
“ปลดล็อก” ชายสวมหน้ากากกล่าวอย่างเย็นชา
หลี่ฝางไม่เต็มใจอยู่บ้าง แต่ชายสวมหน้ากากก็เอ่ยขึ้นทันที “ทำไม แกอยากกินลูกปืน?”
หลี่ฝางคิดในใจ ช่างเถอะ เงินไม่มีก็แล้วไป มีชีวิตรอดก็พอ
หลี่ฝางพยายามปลอบใจตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อชายสวมหน้ากากเห็นตัวเลขชุดยาว ทั้งตัวก็ตื่นตะลึงไป
“เสี่ยวชี แกดูสิ นี่มันเท่าไหร่” มือของชายสวมหน้ากากสั่นเล็กน้อย เขายื่นโทรศัพท์มือถือให้ชายกักขฬะ
“ลูกพี่ เลอะเลือนหรือไง ทำไมถึงได้เรียกชื่อเล่นผมออกมา!” ชายกักขฬะโมโหอยู่บ้าง
เรียกชื่อเล่นเขาแบบนี้ ก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเปิดเผยตัวตนของเขาออกไป
“แกรีบมาดู นี่มันเท่าไหร่?” ชายสวมหน้ากากไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ และเอาข้อความโทรศัพท์มือถือไปให้ชายกักขฬะดู