ตอนที่ 19
บทที่ 19 ซื้อบ้าน
October 21, 2026
บทที่ 19 ซื้อบ้าน
“สมบัติอะไรกัน มีค่ามากกว่า 100000 รึเปล่า?” หลินชิงชิงเสียดายเงินหนึ่งแสนหยวนของหลี่ฝาง
หลี่ฝางหยิบปากกาบันทึกเสียงออกมา "ยังไงผมก็ถือว่าคุ้มค่า"
“เล่นอะไรน่ะ ให้ฉันดูหน่อย” หลินชิงชิงยังมองไม่ออกและคว้ามันมาดู
“นี่คือเครื่องอัดเสียงปากกาใช่ไหม เจ้าเด็กน้อย ดูเหมือนนายจะเตรียมตัวป้องกันพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้ว” เจ้าหัวแบนเอ่ยเสียงเรียบ แค่เหลือบมองก็เข้าใจทั้งหมดทันที
“แน่นอนสิ ถ้าไม่ทันระวัง มีหรือจะโทรหาพวกคุณเอาไว้ล่วงหน้า” หลี่ฝางยิ้มเจ้าเล่ห์
ก่อนที่เขาจะไปหาเซี่ยลู่ หลี่ฝางสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติดังนั้นเขาจึงไม่เพียงแต่เตรียมปากกาบันทึกเสียงเอาไว้ล่วงหน้า แต่ยังบอกกล่าวหลินชิงชิงเอาไว้ ให้พวกเขาซุ่มอยู่นอกโรงแรม
หลังเปิดไปฟังวรรคหนึ่ง หลินชิงชิงก็มีสีหน้าตื่นเต้น "น้องชาย นายฉลาดเกินไปแล้ว ถึงคิดได้ขนาดนี้"”
หลี่ฝางหัวเราะเบา ๆ "พี่สาว คุณคิดว่าสิ่งนี้มีค่าถึง 100000 หยวนหรือไม่? "
“แน่นอนว่าคุ้มค่า ถ้าของนี้ส่งไปถึงตำรวจ พวกนั้นจะต้องรับโทษทั้งหมด น้องชาย นายต้องการให้ฉันแนะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไหม?” หลินชิงชิงส่งปากกาบันทึกเสียงคืนให้หลี่ฝาง
หลี่ฝางครุ่นคิดสักครู่ "ทำแบบนั้นออกจะเหี้ยมไปหน่อยมั้ง"
“นายใจอ่อนเกินไป ฉันจะบอกนายให้ บนสังคมนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากนายยังใจอ่อนแบบนี้ต่อไป จะต้องทุกข์ทรมานยิ่งกว่านี้มากแน่ๆ " หลินชิงชิงเอ่ยแนะนำหลี่ฝาง
หลี่ฝางลังเลอยู่ครู่หนึ่งและเอ่ย "ผมจะคิดเรื่องนี้อีกครั้ง"
“ถ้าพวกเขายังไม่ปล่อยผมไป และหาเรื่องผมอยู่ ผมจะเอาบันทึกเสียงนี้ส่งให้แก่ตำรวจ” หลี่ฝาง กล่าว
“ได้ อย่างนั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปก่อน ได้ข่าวว่าอีกไม่กี่วันนี้ เศรษฐีลึกลับกำลังจะกลับมาตงไห่แล้ว พ่อให้พวกฉันไปรอที่สนามบิน” สีหน้าของหลินชิงชิงดูหดหู่เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการทำงานนี้
“ว่าไปแล้ว พี่ พี่รู้ไหมว่าเศรษฐีลึกลับคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร" หลี่ฝางเมื่อได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้น เขาแน่ใจเกือบ 100% "แล้วว่าเศรษฐีลึกลับก็คือพ่อของเขา
“ไม่รู้สิ"”
“ไม่รู้แล้วพวกกี่ไปทำไมกัน”
“เรื่องนี้มันไม่ง่ายขนาดนั้น พวกคนรวยก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ? มีรถหรูรับส่ง ด้านหลังตามด้วยกลุ่มบอดี้การ์ด เมื่อเขาออกจากสนามบิน คิดจะไม่รู้ยังยากเลย” หลินชิงชิงกลอกตา
“ฮ่าฮ่า อย่างนั้นพวกพี่ไปเถอะ ขอให้พวกพี่โชคดี จับเขาได้ล่วงหน้า" หลี่ฝางพูดจบ ก็คิดว่าตนจะต้องโทรหาพ่อแม่ของเขาสักหน่อยหรือไม่ เพื่อบอกพวกเขาล่วงหน้าว่าอย่าได้ไปแสดงอะไรใหญ่โตที่สนามบิน
กว่าจะต่อสายถึงหลี่ต๋าคางผู้รับโทรศัพท์หรือก็คือพ่อของหลี่ฝางนั้นไม่ง่ายเลย
“ลูก ทำไมจู่ๆ ถึงโทรหาพ่อล่ะ เงินหมดเหรอ"” หลี่ต๋าคางถามขึ้น
“พ่อ ยังกล้าพูดอีก ผมโทรหาพ่อทุกวัน จนกระทั่งตอนนี้เพิ่งจะต่อสายติด”
“ก็สัญญาณจากต่างประเทศไม่ค่อยดีนี่ ตอนนี้ฉันเพิ่งกลับถึงประเทศ”
หลี่ฝางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย "พ่อกลับมาแล้ว"?”
“ใช่"
“อย่างนั้นผมจะบอกอะไรให้ ตอนมาถึงพ่ออย่าได้ทำโอ้อวดเกินไป อีกทั้งอย่าได้ใช้พวกบอดี้การ์ดหรือรถหรู มีผู้คนมากมายในสนามบินกำลังจับตามองพ่ออยู่”
“ฮ่าฮ่า พ่อนำเงินลงทุนหลายหมื่นล้านกลับมา พวกเขาจะไม่จับตาดูได้หรือ! ” หลี่ต๋าคางหัวเราะ และไม่สนคำห้ามของหลี่ฝาง
“แต่ว่าลูกไม่ต้องกังวล พ่อเพิ่งมาถึงกวางตุ้ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวันเพื่อไปยังตงไห่” หลี่ต๋าคางเอ่ย
“ทำไมถึงได้ช้าขนาดนั้น?”
“ก็พ่อนั่งรถไฟกลับไปนี่ ตั๋วรถไฟถูกจะตาย ลูกว่าไหม? เด็กบื้อ” หลี่ต๋าคางพูดจบ หลี่ฝางก็พูดไม่ออก เขาเอาเงินหลายหมื่นล้านกลับบ้านเกิด แต่กลับไม่มีเงินจะซื้อตั๋วเครื่องบินหรือไง?
“อ้อใช่ บ้านที่ตงไห่ราคาเท่าไหร่ พ่อกับแม่ของลูกกลับไปคราวนี้ ยังไม่มีที่พัก ลูกไปช่วยพวกเราซื้อบ้านมาหน่อย”
หลี่ต๋าคางครุ่นคิดอยู่ครู่และเอ่ย “สิบล้านพอรึเปล่า?” "
“พอแล้ว พอแล้ว” หลี่ฝางเหงื่อตก จนแทบจะไหลเป็นน้ำตก เขาไม่รู้แล้วว่าสรุปพ่อของตนรวยหรือจนกันแน่ ด้านหนึ่งแม้เครื่องบินยังไม่นั่ง แต่อีกด้านกลับซื้อบ้านราคาสิบล้านหยวน
“ราคาบ้านในตงไห่นี่ถูกจริงๆ เลยนะ" เมื่อวางสายหลี่ต๋าคางก็ถอนหายใจอย่างสบาย ๆ
หลังวางสายโทรศัพท์ หลี่ฝางก็ไปร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือ
“พี่ชาย ถามหน่อย พี่ปลดล็อกมือถือได้ไหม?” หลี่ฝางหยิบโทรศัพท์มือถือสี่เครื่องออกมาจากกระเป๋าเสื้อ