ตอนที่ 9
ตอนที่ 6 น้ำปรุงผักงาน้ำผึ้ง 2/2
September 18, 2026
อาเหมยลอบกวาดตามองรอบร้าน
“นั่งลงกินด้วยกันเถอะ” ไป๋เล่อเอ่ยขึ้น
“เจ้าค่ะ....คุณหนู...ท่านต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ข้าจะไปซื้อให้เอง”
ไป๋เล่อส่ายหน้า นางเองก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองต้องการสิ่งใด นางหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ “แต่ข้าต้องไปขายเครื่องประดับเพิ่มอีก...ไม่งั้นเงินคงไม่พอทำครัวให้เสร็จ”
อาเหมยลอบกังวล เกรงว่าเครื่องประดับจะไม่พอขาย เพราะคุณหนูนางซื้ออะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด
เกือบจะยามโหย่วแล้ว สตรีทั้งสองถึงได้เวลากลับเรือน ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านกำแพงตระกูลเผย เมื่อก้าวเข้ามาในลานก็เห็นบ่าวชายสามคนกำลังขะมักเขม้นตอกไม้และเรียงอิฐเป็นผนังครัว
ไป๋เล่อเดินเข้าไปใกล้พลางถามเสียงเรียบ
“นี่ใกล้จะเสร็จแล้วหรือ”
หนึ่งในบ่าวเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ขอรับ…คงเหลืออีกไม่กี่วัน”
ไป๋เล่อพยักหน้ายิ้มพอใจ “ดี ๆ” ก่อนหันกลับเข้าเรือนครัวเล็กด้านใน แม้ยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็พอมีพื้นที่ให้ทำงานได้ นางหยิบถุงงาขาวที่ซื้อมาเมื่อวานวางลงบนโต๊ะ จากนั้นเทงาลงกระทะดินเผา คั่วด้วยไฟอ่อน กลิ่นหอมอุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้อง
อาเหมยเข้ามาถาม “คุณหนูให้บ่าวช่วยอะไรหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าไปล้างผักพวกนั้น”
นางชี้ไปยังผักที่ซื้อมาจากตลอดพลางใช้ตะเกียบไม้คนช้า ๆ จนเมล็ดงาเริ่มแตกส่งเสียงเบา ๆ แล้วจึงเทลงครกหิน โขลกด้วยสากจนงาละเอียดเป็นครีมมันเงา เติมน้ำผึ้งป่าเกาะหินที่ได้จากตลาด บีบน้ำมะนาวป่าเพียงเล็กน้อยเพื่อตัดรส จากนั้นใส่เกลือเม็ดบดหยาบ ๆ และน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ ค่อย ๆ คนให้เข้ากันจนเนียน
สีทองนวลของน้ำงาสลัดตัดกับแสงตะวันยามเย็นที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ไป๋เล่อจิ้มปลายช้อนชิมเพียงนิด รสหวานละมุนตัดกับความมันของงาและกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวป่า นางยิ้มอย่างพึงใจ ก่อนจะเทใส่ขวดดินเผาขนาดเล็กได้ห้าขวด
แล้วก็หันไปรับผักที่อาเหมยล้างมา
มือเรียวยาวหยิบมีดเล่มเล็กหั่นแตงกวาเป็นชิ้นพอดีคำ แครอทป่าถูกฝานเป็นแผ่นบางจนเห็นลวดลายเส้นใยอ่อน ๆ แล้วจัดเรียงทั้งหมดลงในจานเคลือบสีขาวนวล จากนั้นเทน้ำปรุงงาน้ำผึ้งราดลงไป
“อาเหมยหยิบตะเกียบมา ลองชิมดู”