ตอนที่ 8
ตอนที่ 6 น้ำปรุงผักงาน้ำผึ้ง 1/2
September 18, 2026
แสงอ่อนยามเช้าเพิ่งคลี่ตัวลอดผ่านแนวไม้ไผ่ สายลมบางเบาพัดพากลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยที่ปลูกริมรั้วเข้ามาในสวน เสียงนกร้องประสานกับเสียงน้ำจากอ่างหินหยดลงเป็นจังหวะ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบจนเหมือนเวลาหมุนช้าลง
ไป๋เล่อนั่งจิบชาช้า ๆ ดวงตาเหม่อมองไอหมอกบางที่ลอยเหนือสระบัว ครู่หนึ่งเสียงฝีเท้าก็แว่วดังมาจากทางเดินไม้ด้านหน้า ตามด้วยเสียงใสของเด็กชาย
“อี้เหนียง…ลูกมาคารวะ ก่อนออกไปเรียนขอรับ”
เผยซ่งเหยาในชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้าน เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก้มศีรษะให้ตามมารยาท แววตาใสซื่อยังคงมีรอยเกรงใจอยู่เล็กน้อย หลังจากเมื่อวานได้พูดคุยกับมารดาวันนี้เขาถึงได้ใจกล้ามาคารวะอีกฝ่าย
ไป๋เล่อวางถ้วยชาแล้วพยักหน้ายิ้ม
“ไปเถอะ ตั้งใจเรียนให้มาก”
“ขอรับ” เด็กชายตอบเสียงใสด้วยความดีใจ
เสียงฝีเท้าของเด็กชายเพิ่งลับหาย อาเหมยที่ยืนรออยู่ไม่ไกลก็เดินเข้ามาโค้งตัวเล็กน้อย
“คุณหนู ข้าจะไปยกอาหารมื้อเช้ามาให้เจ้าค่ะ”
ไป๋เล่อพยักหน้ารับ “อืม…เอามาที่ศาลาหน้าสวนก็แล้วกัน”
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ไป๋เล่อกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว นางเปิดตู้ไม้ขนาดใหญ่ เมื่อวานไปเดินตลาดชุดของนางเด่นเกินไป นางสำรวจทีละชุด พลางพึมพำกับตัวเอง
“เรียบง่าย…เรียบง่ายที่สุด…”
สุดท้ายนางก็หยิบชุดผ้าไหมสีงาช้างปักลายดอกเหมยเล็ก ๆ ที่ชายกระโปรงด้วยด้ายเงิน แม้ไม่มีลวดลายฟุ้งเฟ้อเช่นชุดงานเลี้ยง แต่เนื้อผ้ากลับมันวาวละมุนราวผิวหิมะ เสื้อคลุมด้านนอกตัดจากผ้าลินินเนื้อดี สีฟ้าหม่นตัดขอบด้วยดิ้นทองเส้นบาง สะพายสายคาดเอวผ้าแพรสีครามอ่อนผูกปมเรียบง่ายแต่ประณีต
ไป๋เล่อถอนหายใจยาว “นี่คือชุดที่เรียบง่ายที่สุดแล้ว”
วันนี้นางคงต้องจัดการเรื่องอาภรณ์ด้วย
ขณะเดินออกจากประตูเรือน ไป๋เล่อก็เอ่ยขึ้น
“พวกเราไปร้านขายอาภรณ์ก่อน”
ก่อนที่นางจะเดินเข้าประตูร้าน ก็พลันเหลือบเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งยืนสนทนาอยู่กับผู้ดูแลร้านอาภรณ์
“แม่นางหวัง…ผ้าปักผ้าเช็ดหน้าของท่าน ให้ราคาได้เท่านี้จริง ๆ หากอยากได้มากกว่านี้ ท่านลองปักฉากกั้นแทนดีหรือไม่”
เพียงได้ยินเท่านั้น ไป๋เล่อก็เดาออกทันที หวังเจียวจิงอี้เหนียงสามคงนำผ้าปักฝีมือตนมาขายที่นี่