ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 บ่าวนำนมวัวมาให้ท่านเจ้าค่ะ
September 30, 2026
แม้หญิงสาวจะไม่เต็มใจ แต่นางกลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วสะอื้นไห้วิ่งหนีไป
ยังไม่ทันที่เสิ่นโย่วหนิงจะได้สติ มือของนางก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้ง
ที่แท้ก็ถ้วยกระเบื้องเคลือบที่เต็มไปด้วยน้ำ
“ที่เหลือก็ฝากด้วย เจ้ารู้อยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร จำไว้ว่านี่คือนมวัว อย่าเผลอพูดอะไรผิดล่ะ” ภายในลานกว้างมืดสลัว ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่นมซุยดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปในเรือนอย่างอาจหาญ
“ต๊อก ต๊อก ต๊อก...”
เสียงเคาะปลาไม้[1]ที่เร็วรัวและยุ่งเหยิงทำให้นางรู้สึกอึดอัด
ภายใต้แสงเงา ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนตั่งมีรูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังตั้งตรงตระหง่านราวกับขุนเขา ชายเสื้อคลุมตัวยาวสีทองเข้มแผ่สยายกางออก
ควันธูปสีเทาลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
บรรยากาศที่เคร่งเครียดขัดแย้งกับเปลวเทียนและพระพุทธโบราณอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับเข้ากันกับเจ้าของร่างได้อย่างลงตัว
เช่นนั้นแล้ว... เขาได้พบเจอกับสิ่งใดมา ถึงได้เปลี่ยนไปเยี่ยงนี้
ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวของอ๋องติ้งหนานก็ดังกระแทกขึ้นมา “บอกให้ไสหัวไป ไม่ได้ยินหรือ!”
ความรู้สึกจุกแน่นพุ่งขึ้นในลำคอ มือที่กำลังแหวกกระโปรงบางพลิ้วชะงักหยุด ในขณะเดียวกัน นางก็เหลือบไปเห็นคราบเลือดที่ยังไม่แห้งบนบานหน้าต่าง
คราวนี้ เสิ่นโย่วหนิงไม่กล้าทำอะไรเกินเลย
เวลานี้ หากยังฝืนยั่วยวนเขาอยู่อีก เกรงว่าจุดจบคงจะเลวร้ายยิ่งกว่าหญิงสาวเมื่อสักครู่นี้เสียอีก
นางจะตายก่อนทำการศึกไม่ได้
“ท่านอ๋อง บ่าวนำ...นมวัวมาให้ท่านเจ้าค่ะ”
เสิ่นโย่วหนิงลดสายตาลงและเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบในมือลงบนโต๊ะเล็กๆ ข้างตั่ง
นางมีน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งในยามนี้ ความระมัดระวังกลับเพิ่มจริตยั่วยวนลงไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหรงเชวียที่กำลังหลับตาแน่นได้ยิน เขาสัมผัสได้ถึงเลือดลมที่ไหลเวียนอยู่ในกายกำลังเดือดพล่านชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บริเวณท้องน้อยก็เกร็งหน่วงขึ้นมาดื้อๆ
ให้ตายเหอะ!
เขาเกร็งไปทั้งร่างกาย มือที่หมุนลูกประคำไม้จันทน์แดงก็ขยับเร่งความเร็วขึ้นทันทีเช่นกัน
เมื่อไม่ได้ยินปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ เสิ่นโย่วหนิงจึงเงยหน้าขึ้น
โดยไม่คาดคิด นางสบสายตาเข้ากับหรงเชวียที่ลืมตาขึ้นมาพอดี
ดวงตาดำขลับ เรียวยาว ปลายหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ในยามนี้ถูกฉาบย้อมกลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับปีศาจร้ายที่ไร้ถ้อยคำจะพรรณนา