ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 หนีต่อไปสิ
September 30, 2026
“หม่ามี้ เป็นอะไรไปฮะ เกิดอะไรขึ้น”
บังเอิญในเวลานี้ มั่วเป่าเห็นว่าแม่เข้าไปตั้งนานแล้วยังไม่ได้ออกมา จึงเข้ามาหาแม่ แต่กลับเห็นแม่กำลังโมโหแบบนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเด็กน้อยก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
ไอ้คนนิสัยไม่ดีคนนั้นรังแกหม่ามี้อีกแล้วหรือ เขาทำให้หม่ามี้โกรธมาก!
“ไม่มีอะไรจ้ะ มั่วมั่ว เอ่อ...หม่ามี้อยากจะปรึกษาลูกหน่อย ลูกและน้องกลับไปอยู่กับคุณยายก่อนไหมจ๊ะ”
เวินสวี่สวี่ย่อตัวลงตรงหน้าลูกชายพลางพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เขาเห็น และเริ่มพูดคุยเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป ต่อจากนี้ไป เธอต้องไปพบคนขี้ขลาดนั่นเพื่อช่วยชีวิตจงหว่าน
แล้วเด็กน้อยทั้งสองคนนี้ล่ะ
เธอพาพวกเขาไปด้วยไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งไว้ที่นี่ตามลำพัง ทำเช่นนี้อันตรายเกินไป ด้วยความร้ายกาจของไอ้กากเดนนั่น จะต้องไม่ให้เด็กสองคนนี้ถูกพบโดยเด็ดขาด
ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาตกไปอยู่ในมือของผู้ชายเลวคนนี้ ทางเดียวก็คือแบ่งกองกำลังออกเป็นสองทาง ส่งเด็กๆ กลับประเทศไปก่อน
ดวงตางดงามดังพระจันทร์เสี้ยวของมั่วมั่วจ้องมองแม่ “กลับไปหาคุณยายหรือฮะ แล้วหม่ามี้จะไปด้วยหรือเปล่า ได้ฮะ หม่ามี้กลับไปด้วยกันหรือเปล่าฮะ”
“อื้อ หม่ามี้ก็กลับจ้ะ แต่หม่ามี้ต้องกลับทีหลัง แม่จะให้คนส่งลูกและน้องกลับไป ดีไหมจ๊ะ”
“ได้ฮะ งั้นหม่ามี้รีบตามไปนะฮะ”
มั่วเป่าค่อนข้างพูดง่าย เมื่อได้ยินว่าหม่ามี้จะให้เขาและน้องสาวกลับไป เจ้าเด็กตัวน้อยก็รับปากทันที
ดังนั้น เวินสวี่สวี่จึงรีบจองตั๋วเครื่องบินให้เด็กน้อยทั้งสองทันที แล้วก็ติดต่อเพื่อนที่ไว้ใจได้อีกคนให้ช่วยส่งเด็กน้อยกลับไปอย่างสวัสดิภาพ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาที่ท่าเรือท้องถิ่น
หลังจากที่เวินสวี่สวี่เหนื่อยหอบรีบบึ่งรถมา ในที่สุด เธอก็ได้เห็นจงหว่านที่ถูกมัดและแขวนไว้ที่นอกดาดฟ้าบนเรือลำหนึ่ง ในเวลานี้ เธอกำลังดิ้นรนและร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวไม่หยุด
ไอ้เดรัจฉาน!
เวินสวี่สวี่โมโหแทบคลั่งแล้ว เธอลงจากรถและพุ่งไปที่หน้าเรือ
“ฮั่วซือเจวี๋ย! ไอ้สารเลว รีบปล่อยเธอซะ คุณบ้าไปแล้วหรือไง คนที่คุณต้องการคือฉัน คุณมัดเธอไว้ทำไม รีบปล่อยเธอซะ!”
เวินสวี่สวี่โกรธจนปวดหัวไปหมดแล้ว ถ้าเธอมีมีดอยู่ในมือ เธอคงจะขึ้นไปสับเดรัจฉานนี่เสียแล้ว!
หลังจากตะโกนออกไปไม่กี่คำ ในที่สุด ผู้ชายเลวก็ปรากฏตัวขึ้น
ในวันที่อากาศหนาวจัด ลมหนาวในทะเลส่งเสียงหวีดหวิวราวกับมีด และผู้หญิงที่แขวนอยู่นอกดาดฟ้าเรือก็กรีดร้องร่ำไห้อย่างไม่หยุดหย่อน แต่ไอ้คนฟั่นเฟือนนี่กลับออกมาพร้อมแก้วไวน์แดง
เขาสวมชุดสูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในเรียบกริบ ยิ่งทำให้ความสูงสง่าในตัวเขาดูโดดเด่นขึ้น เมื่อถึงดาดฟ้า เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมไว้ให้ ท่าทางเนิบนาบ ดวงตาไม่ยี่หระเหม่อมองมาที่เวินสวี่สวี่
“ในที่สุด คุณก็ยอมออกมาแล้วหรือ”