ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 มอบทายาทให้พี่สะใภ้
September 21, 2026
“ท่านจะช่วยพี่สะใภ้ให้กำเนิดทายาทหรือเจ้าคะ... จะช่วยอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
ขนตาของลู่เจาหนิงสั่นระริก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาคือสามีของนาง... กู้ฉางยวน
กู้ฉางยวนเพิ่งเดินทางกลับมาอย่างผู้มีชัยในวันนี้ เขายังคงสวมชุดเกราะอันแข็งแกร่งและเย็นเยียบ
เขาทอดสายตาไปเบื้องหน้า น้ำเสียงแฝงความเย็นชาเด็ดขาดอันเป็นลักษณะเฉพาะของขุนศึก “นับแต่คืนนี้ ข้าจะไปค้างที่เรือนสดับพิรุณของนาง จนกว่านางจะตั้งครรภ์”
หัวใจของลู่เจาหนิงดิ่งวูบ “มิน่าเล่า... พี่ใหญ่สิ้นลมไปเดือนกว่าแล้ว แต่ท่านพ่อสามีกับท่านแม่สามีกลับปกปิดเรื่องนี้ไว้ จนป่านนี้ยังไม่ประกาศจัดงานศพ...”
นางแค่นยิ้มหยัน “เช่นนั้น พวกท่านก็ปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว... ตอนนี้เพียงแค่มา ‘แจ้งให้ข้าทราบ’ เท่านั้นหรือเจ้าคะ”
หลังพิธีสมรส กู้ฉางยวนก็มุ่งหน้าไปยังชายแดน พวกเขาทั้งสองจึงยังไม่ได้เข้าหอ คืนนี้...ควรเป็นคืนเข้าหอที่ขาดหายไปของนาง ทว่าเขากลับจะไปพลอดรักกับสตรีอื่น สตรีผู้นั้นยังเป็นพี่สะใภ้ของเขาอีก... ช่างเหลวไหลสิ้นดี
กู้ฉางยวนฟังน้ำเสียงประชดประชันของนางออก “ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เดิมทีไม่จำเป็นต้องมาถามความเห็นของเจ้า แต่เป็นพี่สะใภ้ที่ยืนกรานให้ข้ามาถาม ‘ความสมัครใจ’ ของเจ้า”
ลู่เจาหนิงเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชา “พี่สะใภ้ช่างใส่ใจเสียจริงนะเจ้าคะ... เพียงแต่ เรื่องที่ผิดหลักมนุษยธรรมเช่นนี้ พี่สะใภ้ก็ยินยอมด้วยหรือเจ้าคะ?”
กู้ฉางยวนแสดงสีหน้าขุ่นเคืองทันที “พี่สะใภ้เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง นางทำเพื่อจวนจงหย่งโหว เพื่อสืบสายเลือดให้พี่ใหญ่ เจ้าอย่าได้ไร้เหตุผลอีกต่อไปเลย เพียงแค่เจ้าตกลง พี่สะใภ้จะได้สบายใจ”
ลู่เจาหนิงย้อนถาม “หากข้าไม่ยินยอมเล่าเจ้าคะ”
กู้ฉางยวนกล่าวเสียงเย็น “ข้าก็จะเขียนหนังสือหย่าให้เจ้า แล้วแต่งภรรยาใหม่”
นัยน์ตาของลู่เจาหนิงสั่นสะท้าน หย่านางหรือ? การทุ่มเทและเฝ้ารอตลอดสองปีของนาง กลายเป็นเรื่องตลกสิ้นดีไปแล้ว...
ลู่เจาหนิงไม่เหลือความคาดหวังใด ๆ ต่อเขาอีก “ดีเจ้าค่ะ... ข้าตกลง”
เมื่อกู้ฉางยวนสบเข้ากับแววตาผิดหวังของนาง พลันรู้สึกอึดอัดในใจอย่างประหลาด เขาจึงปรับอารมณ์ให้สงบแล้วกำชับนาง “เรื่องนี้ห้ามบอกผู้ใดเป็นอันขาด โดยเฉพาะบิดาของเจ้าที่มาจากตระกูลพ่อค้า... ในหัวมีแต่เรื่องการคำนวณผลประโยชน์”
ลู่เจาหนิงแค่นเสียงหัวเราะ “ครานั้นที่จวนจงหย่งโหวของท่านขาดแคลนทองหนึ่งแสนตำลึง เป็นตระกูลลู่ของข้ามิใช่หรือที่ยื่นมือเข้าช่วย? สองปีมานี้ ตระกูลลู่ก็ช่วยเหลือท่านในเส้นทางขุนนางไม่น้อย ท่านไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นภรรยาเอกก็ช่างเถิด แต่นี่ยังมาดูแคลนบิดาของข้า... ท่านพ่อตาของท่าน ผู้มีพระคุณของจวนโหวอีกหรือเจ้าคะ”
กู้ฉางยวนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง แก้ไขคำพูดของนาง “เรื่องในอดีต เจ้าจำเป็นต้องขุดคุ้ยมันทุกวี่ทุกวันหรือไม่? สำหรับเส้นทางขุนนางของข้า บิดาของเจ้าเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา จะทำอะไรได้ บิดาของพี่สะใภ้คือท่านเสนาบดี เขาต่างหากคือผู้มีพระคุณในหน้าที่การงานของข้า”
ท่านพ่อตาผู้นั้น แค่ไม่สร้างภาระให้จวนโหวต้องไปช่วยเหลือก็ดีถมไปแล้ว จะนำไปเทียบกับท่านเสนาบดีได้อย่างไร
ดวงตาของลู่เจาหนิงแดงก่ำเล็กน้อย การที่กู้ฉางยวนสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ล้วนพึ่งพาตระกูลลู่ของนาง เป็นตระกูลลู่ที่ใช้เงินทองปูทางไต่เต้าให้เขาทั้งสิ้น นอกจากการใช้เงินตบแต่งเส้นสายบนล่างในเมืองหลวงแล้ว ยังมีเรื่องเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์อีก หากตระกูลลู่ไม่ยื่นมือช่วย กว่าจะถึงชายแดน ของเหล่านั้นก็คงถูกรีดไถจนไม่เหลือสิ่งใดแล้ว
แต่บัดนี้ พอออกจากปากของเขา กลับกลายเป็นว่าไม่มีความดีความชอบใด ๆ มีเพียง ‘การคำนวณผลประโยชน์’... นางแทบจะทนไม่ไหว อยากจะตบหน้าเขาสักหลายฉาด