ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
September 18, 2026
คุณนายเป็นกังวล ด้วยครั้งหนึ่งเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่ไปเหยียบไร่ของตะวัน ถ้าไปก็เท่ากับว่ากลืนน้ำลายตัวเอง
“หนูคิดว่าเวลาเปลี่ยน... อะไรๆ ก็เปลี่ยน ไหนคุณแม่เคยบอกว่าจะลดทิฐิ จะอโหสิกรรมต่อกันยังไงล่ะคะ เรื่องมันก็นานมาแล้ว บางอย่างลืมๆ มันไปบ้างก็ได้นะคะ”
ปรางค์วลัยว่าให้มารดาฉุกคิด คุณนายชดช้อยนิ่งงันไปชั่วขณะ ครุ่นคิดตามที่ลูกสาวบอก
“ไปนะคะแม่ พรุ่งนี้เราไปหาหลานๆ นะคะ”
หญิงสาวกุมมือมารดาแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ สีหน้าคะยั้นคะยอของปรางค์วลัยทำให้คุณนายชดช้อยใจอ่อนในที่สุด
“เอางั้นก็ได้... ”
คนที่อยากได้หลานมาเลี้ยงดูเอง พยักหน้าให้ลูกสาว คราวนี้ก็เข้าตำราสุภาษิตโบราณที่ว่า ‘เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง’ เพราะอยากเห็นหน้าเด็กๆ ใจจะขาด อยากได้เด็กๆ มาอยู่ในความปกครองดูแลของตน แม้ใจจะเกลียดพ่อเด็กราวกับไส้เดือนกิ้งกือก็ตามที
ปรางวลัยค์ยิ้มกว้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณนายชดช้อยซึ่งครั้งหนึ่งเคยแรงไปด้วยทิฐิและความต้องการเอาชนะลูกเขย วันนี้ท่าทางของหล่อนดูอ่อนลงมาก บางทีอาจเป็นเพราะการตายของรินรดาผู้เป็นลูกสาว ที่ช่วยตอกย้ำให้คนเป็นมารดาเริ่มตระหนักว่าชีวิตมนุษย์ทุกวันนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ความใส่ใจดูแลและทำดีต่อกันเอาไว้... คือสิ่งสำคัญที่ควรตระหนัก ในยามที่ยังมีชีวิตอยู่
วันรุ่งขึ้น ที่จังหวัดเชียงใหม่
รถเบนซ์คันใหญ่ซึ่งมีร่างอรชรของปรางค์วลัยนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ เคียงคู่มากับคุณนายชดช้อยผู้เป็นมารดาก็แล่นมาถึงไร่ส้มอันเป็นจุดหมายของการเดินทางไกลในครั้งนี้
“ถึงแล้วค่ะคุณแม่”
ใบหน้าสะสวยชำเลืองมองมารดาที่นั่งข้างๆ
คุณนายชดช้อยย่นหน้าผาก จากนั้นก็เปิดกระจกพลางชะโงกใบหน้าออกมามองไร่ส้มที่เห็นอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาฉงนฉงาย เพราะไร่ส้มที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ช่างแตกต่างกันลิบลับกับที่หล่อนเคยเห็นเมื่อในอดีต
ก่อนเดินทางมาเชียงใหม่หล่อนแอบภาดภาพเอาไว้ในใจว่ามันจะต้องร้อนและแห้งแล้งเหมือนชนบทบ้านนอกที่หาความเจริญไม่ได้ หากสีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า รวมทั้งดอกไม้หลากสีสันที่ชูช่อสะพรั่งอยู่ตรงปากทางเข้าไร่ก็ลบล้างความรู้สึกของภาพไร่ในแบบเดิมๆ ที่คุณนายชดช้อยเคยเห็น
“ทางเข้าไร่ดูร่มรื่นสวยงามเหมือนรีสอร์ตเลยนะ แกแน่ใจนะยัยปรางค์... ว่าเราไม่ได้หลงทาง แม่คิดว่ามันไม่น่าจะใช่ไร่นี้นะ ถอยรถกลับเถอะลูก”
คุณนายยังคงไม่เชื่อ เพราะว่าเมื่อนานมาแล้วที่หล่อนเคยตามมาราวีเจ้าของไร่ถึงเชียงใหม่ ตอนนั้นสภาพของไร่ส้มยังเล็กๆ อยู่เลย
หากภาพที่เห็นตรงหน้านี้ช่างกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา เนื้อที่น่าจะถึงพันไร่ ทุกๆ อย่างดูแปลกตาจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไร่ส้มของไอ้หนุ่มตัวแสบผู้เย่อหยิ่งและอวดดี สามารถปั่นหัวจนลูกสาวของหล่อนลุ่มหลงถึงขั้นยอมทิ้งครอบครัวแล้วหนีมาอยู่ด้วยกัน
“ไม่ผิดหรอกค่ะคุณแม่... โน่นไงคะ”