ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
September 18, 2026
รถเบนซ์คันหรูชะลอเข้าจอดนิ่งในโรงจอดรถกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของประดู่ต้นใหญ่ แผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาอีกชั้นให้กับหลังคาโรงรถที่มุงด้วยกระเบื้องสีเขียวมะกอก
“สวัสดีครับ มาหาใครครับ”
ลุงชมซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานในไร่เดินออกมาถามผู้มาเยือนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม ตอนนั้นแกกำลังจัดแจงให้คนงานรื้อหญ้าเก่าออกจากสนามหน้าบ้าน แลเห็นหญ้าใหม่ซึ่งยังเป็นแผ่นสีเขียวๆ กองเทินทับกันอยู่กลางสนาม มีคนงานชายสามคนกำลังช่วยกันลงมือปลูกหญ้าอย่างขะมักเขม้น
“ไอ้... เอ่อ นายตะวันเจ้าของไร่อยู่ไหม ช่วยไปบอกทีว่าคุณนายชดช้อยมาหา”
คุณนายเกือบจะโพล่งเรียกเจ้าของไร่ว่า ‘ไอ้’ เพราะความชินปาก แต่ก็ระงับไว้ได้ทันท่วงที
“อ๋อ... ผมนึกออกละ”
ลุงชมหรี่ตาครุ่นคิดถึงเหตุการ์เมื่อสี่ปีก่อน คุณนายชดช้อยคนนี้นี่เองที่เคยทะเลาะกับพ่อเลี้ยงตะวันเจ้าของไร่ส้ม เหตุเพราะว่ามาตามลูกสาวกลับบ้าน แต่ไม่สำเร็จ เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศตัดแม่ตัดลูกกันนับแต่วันนั้น
“ตอนนี้พ่อเลี้ยงตะวันอยู่ในบ้านครับ เชิญครับคุณนาย”
ลุงชมเดินนำหน้าสตรีทั้งสองเข้าไปในบ้าน ทว่าไม่ทันจะเข้าไปข้างใน ร่างสูงใหญ่เกินกว่าร้อยแปดสิบเซนมิเมตรก็ปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตู
สองแม่ลูกจ้องมองเจ้าของไร่ สายตาจับอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ กำลังเดินตรงเข้ามาหา
วันนี้พ่อเลี้ยงตะวันช่างหล่อเหลา เขาสวมเสื้อลายสก๊อตสีน้ำตาลสลับเทา เข้ากับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีด บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างสีน้ำตาล บุคลิกท่าทางองอาจของเขาช่างเหมือนกับชาวไร่ในหนังคาวบอยไม่มีผิดเพี้ยน
“สวัสดีครับคุณแม่ยาย”
ตะวันเชิดใบหน้า กล่าวทักทายสตรีผู้อาวุโสกว่า รองเท้าบูทสีน้ำตาลเข้มช่วยส่งให้ร่างซึ่งสูงตระหง่านเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรนั้นยิ่งแลดูสูงเด่นขึ้นไปอีก มองไวๆ คลับคล้ายพระเอกหนังคาวบอยรุ่นใหญ่ยังไงยังงั้น
“เอากองไว้ตรงนั้นแหละ... แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่า ‘แม่ยาย’ เพราะฉันไม่เคยมีลูกเขยอย่างแก”
ครั้นพอเห็นท่าทางยียวนกวนอารมณ์ของพ่อเลี้ยงตะวันซึ่งไม่เคยยอมก้มศีรษะให้หล่อนสักครั้ง คุณนายชดช้อยก็มีอันความดันพุ่งปรี๊ด ใบหน้าหยิ่งยโสของลูกเขยสะกิดต่อมเดือดของแม่ยายจนเกิดอาการตั้งแง่ในทันทีที่เจอหน้ากัน
“คุณแม่คะ... ไหนว่าจะไม่... ”
ปรางค์วลัยผู้เป็นลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง สะกิดแขนให้สติมารดา เพราะว่าก่อนจะเดินทางมาไร่ส้ม คุณนายก็สัญญากับปรางค์วลัยเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าจะอโหสิกรรมให้กับเรื่องราวความบาดหมางทุกๆ อย่างที่ผ่านมาแล้ว
“สี่ปีมาแล้ว... แต่คุณนายยังเหมือนเดินไม่ยอมเปลี่ยน ผมคิดว่ากาลเวลาจะช่วยทำให้อะไรๆ ดีขึ้น”
ตะวันตั้งใจกระทบกระเทียบ คำพูดนั้นสะกิดใจคุณนายชดช้อยเข้าอย่างจัง หล่อนจึงพยายามสะกดเก็บอารมณ์ หลังจากสังเกตเห็นว่าตะวันเองก็ดูสุขุมขึ้นมาก
“ปากร้ายๆ ของแกก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกันนั่นแหละ แต่ช่างเถอะ... วันนี้ฉันไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากก่อสงคราม ฉันตั้งใจมาเยี่ยมหลานๆ”