ตอนที่ 172
บทที่ 172 ไว้ชีวิตพวกคุณสักครั้ง
October 28, 2026
บทที่ 172 ไว้ชีวิตพวกคุณสักครั้ง
“ใครอนุญาตให้พวกคุณยืนขึ้นมา?”
เนี่ยเฟิงหรี่ตา
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืนแบบแกอย่ารังแกคนอื่นให้มันมากนัก หรือแกจะให้พวกเราคุกเข่าลงหรือไง?!”
“คนอื่นก็คุกเข่ากันหมดแล้ว ลูกชายของคุณนอนกองอยู่ตรงนั้น แล้วทำไมคุณถึงไม่คุกเข่าล่ะ? หือ?”
เนี่ยเฟิงถามออกไป
“พวกเราอาวุโสกว่าแกนะ!”
“ทานโทษนะครับ คนตระกูลเนี่ยของพวกเราตายไปหมดแล้ว บรรพบุรุษผู้อาวุโสต่างๆก็ไม่มีแล้ว ตอนนี้คนที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลเนี่ยก็คือผม อีกอย่างพวกคุณกล้าดียังไงเรียกตัวเองว่าเป็นผู้อาวุโส ไปเอาความกล้ามาจากไหน?”
พอเนี่ยเฟิงพูดออกมาแบบนี้ หลันหยิงกับโหวฟู่กุ้ยทั้งสองคนก็ไม่กล้าพูดแย้งต่อ
“ความอดทนของผมมีจำกัด พวกคุณยิ่งยืดเยื้อเท่าไร ความเจ็บปวดทรมานที่ลูกชายของพวกคุณได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อย่ามาโทษว่าผมไม่ให้โอกาสพวกคุณก็แล้วกัน”
พวกเขาสองสามีภรรยามองตากัน หลังจากผ่านไปอยู่นานสองนานจึงได้คุกเข่าลงด้วยความอับอายถึงขีดสุด
“ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบไปนานแล้ว ผมไม่ค่อยชอบพูดคุยจ้องตาในระดับเดียวกันกับคนอื่นเท่าไร โดนเฉพาะคนแบบพวกคุณ ผมไม่ชอบแววตาที่มองผม”
เนี่ยเฟิงยิ้มกว้าง รอยยิ้มนี้ทำให้เห็นแล้วชวนขนลุกสุดๆ
“เอาล่ะ ตอนนี้ผมจะถามพวกคุณสองสามคำถาม ถ้าให้ดีพวกคุณยอมบอกผมอย่างตรงไปตรงมาซะ ตอนที่ผมมีความอดทนก็เป็นคนปกติคนหนึ่งนี่แหละ แต่ตอนที่หมดความอดทนเมื่อไรผมก็จะเหมือนกับสัตว์ป่าดุร้ายทันที ถึงตอนนั้นรับรองเลยว่าผมจะต้องพลั้งมือทำอะไรลงไปอย่างแน่นอนแน่นอน ดังนั้นพวกคุณต้องซื่อสัตย์หน่อยนะ อย่าถ่วงเวลาคนอื่นเขา”
เนี่ยเฟิงไอกระแอมๆ ก่อนจะพูดขึ้น“สถานฝึกยุทธเฮยหลงมีความเกี่ยวข้องกับพวกคุณใช่ไหม?”
“ใช่……”
“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณรู้จักสี่ตระกูลตัวพ่อแห่งเมืองจินไห่ใช่ไหม?”
โหวฟู่กุ้ยกับหลันหยิงทั้งสองสบตากัน จากนั้นก็พยักหน้า พวกเขาเป็นคู่หูทางธุรกิจกัน แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาสี่ตระกูลยักษ์ใหญ่เผชิญกับภัยพิบัติร้ายแรง ทยอยกันล้มละลายลงไป จากนั้นพวกเขากับเมืองจินไห่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก
“ในเมื่อรู้จักพวกเขา พวกคุณก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลเนี่ยสิ ถ้าอย่างนั้นผมมีเรื่องเรื่องหนึ่งที่อยากถามพวกคุณสักหน่อย เรื่องคดีร้ายแรงบนทะเลของตระกูลเนี่ย พวกคุณได้มีการเข้าร่วมด้วยไหม?”
โหวฟู่กุ้ยสีหน้าสับสนมึนงง“คดีร้ายแรงบนทะเลอะไร? เรื่องที่ตระกูลเนี่ยของพวกแกเจอกับเรื่องเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับพวกฉันด้วย? หรือแกคิดว่าพวกฉันเป็นศัตรูคู่อริที่ฆ่าล้างทั้งตระกูลของพวกแก?”
“ใช่น่ะสิ ไม่อย่างนั้นผมจะกล้าไปท้าทายทำไมล่ะ?”
เนี่ยเฟิงยกไหล่“สถานฝึกยุทธเฮยหลงเป็นข้อมูลสุดท้ายที่ตระกูลฟางให้กับผม ฟางหลงเทียนบอกกับผมไว้แล้ว ว่าคนที่เขาติดต่อคนนั้น ถึงแม้ว่าจะอำพรางตัวตนในตอนแรก แต่เขาก็รู้ว่าอีกฝั่งสนิทสนมกับสถานฝึกยุทธเฮยหลงอย่างมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกคุณก็ต้องเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรงบนทะเลแน่ๆ”
หลันหยิงกับโหวฟู่กุ้ยทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหัวพร้อมกัน“พวกฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยสักนิด พวกฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคดีร้ายแรงบนทะเลเลย!”
เนี่ยเฟิงหรี่ตา“มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกคุณยังคิดที่จะโกหกอีกเหรอ?”
“เปล่านะ!พวกฉันไม่มีเจตนาจะโกหก!”
ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาทั้งสองคนตอนนี้ถูกทับอยู่ใต้เตียงผู้ป่วย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง พวกเขาทั้งสองคนจะโกหกไปทำไม?
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นข้อมูลและสมาชิกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสถานฝึกยุทธเฮยหลงพวกคุณก็ไม่จำเป็นต้องรายงานให้ผมทราบแล้ว”
หลังจากที่เนี่ยเฟิงพูดจบก็เอาเท้าออก“แม้ว่าผมจะเกลียดโหวหย่ง แต่ผมก็เป็นคนที่เจรจากันดีๆได้ ขอแค่พวกคุณยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ผมก็จะไว้ชีวิตโหวหย่งไปสักครั้งก็แล้วกัน”
เนี่ยเฟิงพูดจบก็ก้มตัวลงไปเล็กน้อย ให้พวกเขาทั้งสองสามีภรรยารู้สึกกดดันมากขึ้น
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?”
สองสามีภรรยาทำงานหาเลี้ยงชีพมาเกินครึ่งชีวิต ความลำบากและอุปสรรคต่างๆก็ไม่เคยเจอมาก่อน แต่พอมาเจอกับเนี่ยเฟิง พวกเขาทั้งสองจึงเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาในใจ
พวกเขาทั้งสองพยักหน้าอย่างทันที