ตอนที่ 250
บทที่250 ทำให้แกกลายเป็นคนพิการ
October 28, 2026
“พี่ ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
หลังจากที่เนี่ยเฟิงตามขึ้นมาทันจึงมองเห็นโจวลี่ซือ เธอนั่งอยู่ใต้ต้นไม่ต้นหนึ่ง โจวลี่ซือเช็ดคราบน้ำตาที่หางตา ดูไปแล้วเธอคงจะร้องไห้เสียใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
เธอส่ายหน้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ“ไม่เป็นไร ฉันแค่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ พวกเรากลับกันเถอะ”
โจวลี่ซือพูดจบก็ลุกขึ้นยืน อาจจะเป็นเพราะนั่งไปครู่หนึ่ง เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย โจวลี่ซือรู้สึกแค่ว่านัยน์ตาของเธอมืดดับเกือบจะล้ม แต่โชคยังดีที่เนี่ยเฟิงหูตาไว้รีบคว้าคนเข้ามาไว้ในอ้อมกอด“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
โจวลี่ซือรู้สึกอับอายมาก คิดไม่ถึงว่าจะร้องไห้ต่อหน้าเนี่ยเฟิงแบบนี้
“ผมว่าพี่น่าจะน้ำตาลในเลือดต่ำนะ ผมพาพี่ไปดื่มขอหวานๆดีกว่า”
เนี่ยเฟิงเป็นห่วงมาก จึงไปหาร้านของหวานนั่งกับโจวลี่ซือ และช่วยโจวลี่ซือหยิบโกโก้ร้อนมาหนึ่งแก้ว
โจวลี่ซือมองดูโกโก้ร้อน บนใบหน้าเผยให้รอยยิ้มขมขื่น“นายรู้อะไรไหม?ตอนที่ฉันเป็นแอร์หญิงเขาไม่ให้ดื่มอะไรพวกนี้เลย เพราะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องเข้มงวดกับตัวเองมาก จะปล่อยให้ตัวเองอ้วนไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกเราเลยจำเป็นต้องควบคุมปริมาณอาหาร และเครื่องดื่ม”
“ห้ะ?งั้นทำยังไงดีล่ะ?เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนของที่ไม่หวานให้พี่แล้วกัน แคลอรี่ที่ต่ำกว่า?”
“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงฉันก็ถูกบริษัทสายการบินไล่ออกอยู่ดี จะลดน้ำหนักหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว”
โจวลี่ซือดื่มโกโก้ร้อนไปหนึ่งอึก หลังจากที่ก็พ่นลมหายใจออกยาวๆ เมื่อกี้เธอรู้สึกเสียใจมาก เพราะฉะนั้นเลยร้องจนดวงตาแดงก่ำ จมูกยังแดงอีกด้วย
“ผมรู้ว่าพี่เสียจาก เมื่อกี้ผมก็ใจร้อนเกินไปจริงๆที่ไม่ปรึกษาพี่ก่อนเรื่องเปิดโปงพวกเขา แต่พวกเขาทำแบบนั้นกับพี่มันทำให้ผมโกรธมากจริงๆ มีเพียงแค่พี่คนเดียวที่ยังอยู่ในกะลา มันน่าโมโหจริงๆ”
โจวลี่ซือฝืนหัวเราะอย่างขมขื่น“ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกเขาจะทำแบบนี้กับฉัน ถามใจตัวเองดู ฉันทำดีกับพวกเขามากเลยนะ”
โจวลี่ซือสูดอากาศหายใจเข้าลึกๆ“ช่างเถอะ ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะ อย่าไปคิดมากอะไรอีกเลย”
โจวลี่ซือเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี แค่เพียงความรู้สึกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะได้รับค่าตอบแทนอย่างผิด ๆ เธอพยายามรักษาครอบครัวนั้นอย่างระมัดระวัง ยังให้เงินพวกเขามากขนาดนั้น แต่พวกเขากลับหลอกใช้ความรู้สึกผิดของโจวลี่ซืออย่างโลภมากไม่รู้จักพอ
ถึงแม้โจวลี่ซือจะบอกว่าไม่คิดจะตามเรื่องนี้ต่อแล้ว แต่เนี่ยเฟิงกลับไม่อยากปล่อยทั้งครอบครัวของพวกเขาไป
เนี่ยเฟิงหรี่ตาลง“พี่ห้าครับ ใจดีเกินก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรนะครับ ”
โจวลี่ซือกินเค้กไปหนึ่งคำ เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เพียงแต่บาดแผลนี้จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานานในการรักษา
“เจ้าเด็กบ้า ไม่ต้องให้นายมาสอนฉันหรอกหน่า ฉันรู้ดี!เอาล่ะ หลังจากกินอะไรเสร็จ เรากลับบ้านกันเถอะ เรื่องนี้ทำให้ตอนนี้ฉันรู้สึกสับสนวุ่นวายมาก ฉันอยากกลับไปพักผ่อนหน่อย ถึงเวลาค่อยหางานใหม่ ถ้างานสายการบินไม่มีที่ให้ฉันยืน งั้นฉันก็จะไปหางานสายอื่นทำ โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีสถานที่หนึ่งเหมาะกับฉันแน่!”
ทั้งสองทานของหวานเสร็จ ก็เดินทางกลับไปบ้านของชิวมู่เฉิง
เพราะอารมณ์ของโจวลี่ซือยังไม่แน่นอน ฉะนั้นจึงเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อนเพียงลำพัง เธอมองไปที่สมุดโทรศัพท์ในมือถืออย่างลังเลเล็กน้อย สุดท้ายยังคงลบเบอร์โทรติดต่อทั้งหมดของคนในครอบครัวทิ้งไปจนหมด
เธอยังคงปล่อยวางไม่ได้ เธอตั้งใจดูแลครอบครัวนั้นอย่างดีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของครอบครัวนี้เหมือนพ่อแม่ของตัวเอง แต่พอถึงสุดท้ายกลับต้องมาพบกับจุดจบโดนหลอกแบบนี้
แต่อีกด้านหนึ่งโจวเหวินซูด่ากราดเฝิงซิ่วเจียนกับลูกชายของตัวเองอย่างรุนแรง“สถานการณ์อย่างเมื่อกี้พวกแกควรจะรีบพุ่งตัวเข้ามา แล้วจัดการไอ้หมอนั่นให้ล้มซะ!ปล่อยให้ตัวทำเงินนั่นหนีไปไปแล้ว แกคิดดูสิว่าหลังจากนี้จะเอาเงินที่ไหนใช้อีก!”
“คุณคะ!โทษลูกชายเราไม่ได้นะคะ!ใครจะไปรู้ว่าไอ้คนที่ชื่อว่าเนี่ยเฟิงจะดูแวบเดียวก็ดูออกเลย ว่าคุณเสแสร้งน่ะ?”เฝิงซิ่วเจียนทุบโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย นี่เป็นการขโมยไก่ไม่สำเร็จยังต้องเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือ(เสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ ) จากนี้ไปโจวลี่ซือจะกลับมาที่นี่ได้อย่างไร?
“จะทำยังไงดีล่ะ อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดเธอแล้ว พอผ่านวันเกิดไปก็จะได้รับเงินก้อนใหญ่เลยนะ หรือพวกเราจะไม่ได้รับเงินก้อนนี้แล้วใช่ไหม?”
เสี่ยวเหม่ยยังหวังจะใช้เงินก้อนนี้ ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นฟองอากาศไปแล้ว!