ตอนที่ 389
บทที่389 ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
October 28, 2026
“ในเมื่อเสี่ยวเฟิงตัดสินใจทำเรื่องนี้แล้ว เขาก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง ในเมื่อเขามั่นใจ แล้วทำไมพวกเราต้องห้ามไม่ให้เขาไปด้วยล่ะ? มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลย จะว่าไปแล้วเสี่ยวเฟิงก็เป็นผู้ใหญ่เหมือนพวกเรา อย่าทำเหมือนเขาเป็นเด็ก เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร”
หมิงอี๋หานพูดดังนี้ทำให้พี่สาวทุกคนหุบปากทันที แน่นอนว่าพวกเธอรู้ว่าเนี่ยเฟิงไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เนี่ยเฟิงสามารถเลือกเองได้ เพียงแต่มันไม่ง่ายเลยกว่าพวกเธอจะได้ตัวเนี่ยเฟิงกลับมา ดังนั้นพวกเธอจึงเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเนี่ยเฟิง
“พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปที่เมืองหยางเฉิงด้วยกัน แต่นายต้องสัญญากับฉันเรื่องหนึ่ง”
หลังจากนั้นไม่นาน ชิวมู่เฉิงก็เอ่ยปากขึ้น เนี่ยเฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ว่ามาได้เลย ไม่ว่าเรื่องอะไร ผมจะบุกน้ำลุยไฟโดยไม่หวั่น!”
“ไม่ได้จะให้นายไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน ถ้าพรุ่งนี้นายไปกับฉัน นายต้องอยู่ในที่ที่ฉันมองเห็นได้ ห้ามออกไปจากสายตาของฉัน เพราะฉันอยากแน่ใจว่านายปลอดภัย พรุ่งนี้ฉันจะจ้างบอดี้การ์ดไปด้วย”
แม้ว่าพรุ่งนี้ในงานจะมีรปภ.อยู่ด้วย แต่ชิวมู่เฉิงก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี
“ผมเข้าใจแล้ว ผมจะอยู่ข้างๆ พี่ใหญ่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ!”
เนี่ยเฟิงยิ้มออกมา
เขาอยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายมาก แต่บรรดาพี่สาวของเขาต่างหนักใจกับเรื่องนี้ เพราะพวกเธอไม่รู้ว่ามันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ที่จะพาเนี่ยเฟิงไปที่เมืองหยางเฉิง ตอนนี้พวกเธอทุกคนอยากจะพาเนี่ยเฟิงไปซ่อนตัวเหลือเกิน
“เป็นไงบ้าง เมื่อกี้ฉันทำได้ไม่เลวใช่ไหม?”
ในเวลานี้บรรดาพี่สาวต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง มีเพียงพี่สี่เท่านั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนดอกไม้แก้วคริสตาลและพูดคุยกับเนี่ยเฟิง
“พี่สี่นี่ฉลาดจริงๆ รู้ว่าผมต้องการทำอะไร”
“แต่ฉันก็เหมือนกับพี่สาวคนอื่นๆ ยังกังวลเรื่องความปลอดภัยของนายเหมือนกัน หากอีกฝ่ายรู้ว่านายยังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีทางปล่อยนายไว้แน่ พอถึงตอนนั้นนายอาจจะจัดการยากขึ้น”
หมิงอี๋หานก็ไม่ได้ตามใจเนี่ยเฟิงทุกเรื่อง เธอรักเนี่ยเฟิงมาก ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร เธอก็เต็มใจทำให้ แต่เรื่องความปลอดภัยของเนี่ยเฟิงต้องมาก่อน
“ผมรู้ครับ จะว่าไปแล้ว ถ้ามีใครในโลกนี้ที่สามารถเอาชนะผมได้จริงๆ ผมก็ยินดียอมรับ เพราะผมรู้ว่าตอนนี้ผมแข็งแกร่งกว่าพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่มีทางทำอะไรผมได้เลย”
พอหมิงอี๋หานได้ยินเนี่ยเฟิงพูดเช่นนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ “ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดแบบนี้ อาจจะถูกฉันเยาะเย้ยอย่างไม่ปรานี แต่นี่เป็นนาย งั้นฉันจะไม่หัวเราะเยาะนายแล้วกัน”
เพราะหมิงอี๋หานนั้นรู้ดีว่า สิ่งที่เนี่ยเฟิงพูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่นอน แต่มันคือความจริง
“พี่สี่ ต่อไปอาจจะต้องการให้พี่มาคอยเป็นเกราะกำบังให้ผม ไม่รู้ว่าพี่สี่อยากได้ของอะไรหรือเปล่า บอกผมได้เลยนะ!”
เนี่ยเฟิงกะพริบตาปริบๆ พูดอย่างยิ้มแย้ม
“ถ้านายจะถามฉันว่าอยากได้ของอะไรไหม ฉันก็มีจริงๆ”
หมิงอี๋หานเป็นคนไม่เรียกร้องอะไรเสมอมา เนี่ยเฟิงจึงสนอกสนใจว่าหมิงอี๋หานอยากได้อะไร
“ฉันอยากให้นายอยู่รอดปลอดภัย”
เนี่ยเฟิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป เขายิ้มอย่างเขินอาย “ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด!”
หลังจากทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ก็ออกจากสวนดอกไม้คริสตาล พวกเขาทานอาหารเย็นร่วมกันในคืนนั้น แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ บรรดาพี่สาวอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เงียบไป
มีเพียงเนี่ยเฟิงเท่านั้นที่กินอาหารอย่างมีความสุข ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่ห้อง เนี่ยเฟิงรู้ว่าบรรดาพี่สาวเป็นห่วงเขา
วันถัดมาที่เนี่ยเฟิงตื่นขึ้น ทันทีที่เขาเปิดประตู ก็เห็นพี่สาวหลายคนรออยู่ข้างนอก
“ทำไมพวกพี่ตื่นเช้ากันจัง?”
“วันนี้นายจะไปเมืองหยางเฉิงกับพี่ใหญ่ พวกเราก็ยังไม่ค่อยวางใจ ดังนั้นจึงเตรียมของบางอย่างไว้ให้ นายต้องนำติดตัวไปด้วย”