ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 แต่งงานแก้เคล็ด
September 29, 2026
เมื่อวานตอนเย็น ฮ่องเต้เสด็จไปเยี่ยมเหล่าไท่จวินที่จวนเยี่ยนด้วยพระองค์เอง
แต่กลับเห็นหญิงชราที่ควรจะนอนอยู่บนเตียง ลุกขึ้นหยิบกรรไกรมาจ้วงแทงไหล่ซ้ายของเยี่ยนเจิง
เลือดสด ๆ ไหลนองพื้นทันที
เหล่าไท่จวินยังตะโกนโวยวายคลุ้มคลั่งว่าจะล้างแค้น จะต้องฆ่าตัวกาลกิณีอะไรทำนองนี้ จนทำให้ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยจนต้องรีบเสด็จกลับเข้าวังในตอนนั้นทันที และยังทรงเรียกประชุมเหล่าขุนนางคนสำคัญเพื่อหารือราชการอย่างเร่งด่วนในคืนนั้นด้วย
“ฮ่องเต้ตรัสว่าครั้งนี้ราชสำนักเป็นฝ่ายติดค้างตระกูลเยี่ยน ดังนั้นนอกจากจะจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติแล้ว ยังเตรียมจะพระราชทานบรรดาศักดิ์โหวให้สืบทอด พร้อมทั้งมอบสิทธิกินส่วยภาษีให้อีกด้วย”
ฉู่หวยซานพูดจบ เสี่ยวเจียงซื่อก็มีแววอิจฉาในดวงตา
อ๋อง กง โหว ป๋อ
แม้ว่าโหวจะเป็นขุนนางชั้นสาม แต่คุณชายสามเยี่ยนอายุยังน้อย ได้เป็นโหวตั้งแต่อายุน้อยขนาดนี้ ในต้าเซี่ยอาจจะเป็นคนแรกเลยก็ได้
แต่ใจของฉู่รั่วเหยียนไม่ได้อยู่กับเรื่องนี้
เหล่าไท่จวินยังมีแรงแทงคนได้ แปลว่าคงรอดชีวิตแล้วใช่หรือไม่?
ฉู่หวยซานเหมือนจะอ่านใจลูกสาวออก “ไม่ต้องห่วง โสมป่าพันปีได้ผลดีจริง เพียงแต่เหล่าไท่จวินถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก สติไม่สมบูรณ์ ดังนั้นฮ่องเต้จึงมีรับสั่งอีกเรื่อง...”
“ให้เร่งจัดงานแต่งสองตระกูล เพื่อเป็นการแก้เคล็ดให้เหล่าไท่จวิน และอีกอย่างตระกูลเยี่ยนก็ขาดนายหญิงดูแล”
ฮูหยินเยี่ยนเสียชีวิตในสนามรบ เหล่าไท่จวินก็เสียสติ สะใภ้อีกสองคนก็ร้องไห้จนเป็นลมอยู่หน้าหีบศพ สะใภ้อีกคนก็ถูกบ้านเดิมพากลับไป
จึงขาดนายหญิงที่ดูแลจวนจริง ๆ
ฉู่รั่วเหยียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ฉู่หวยซานกลับจับแขนนางไว้แน่น
“เหยียนเอ๋อร์ พ่อรู้ว่าเจ้ามีเหตุผลของตัวเอง แต่ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น พ่อขอถามแค่ข้อเดียว เจ้าตั้งใจแน่วแน่จะออกเรือนไปกับเยี่ยนซานหรือไม่?”
สายตาของบิดาแน่วแน่
รอคอยให้นางพูดคำว่าไม่คำเดียวออกมา
แต่ฉู่รั่วเหยียนกลับตอบหนักแน่น “ท่านพ่อ ลูกจะออกเรือนไปเจ้าค่ะ!”
ฉู่หวยซานปล่อยมือด้วยสีหน้าผิดหวัง
ขันทีอาวุโสอิ่นชุ่นที่ตามเสด็จฮ่องเต้เข้ามายิ้มพลางกล่าว “ขอแสดงความยินดีท่านกั๋วกง คู่บ่าวสาวเหมาะสมกันยิ่ง ฮ่องเต้ตรัสว่าสิ่งของเหล่านี้ถือเป็นของขวัญแต่งงานให้คุณหนูใหญ่ฉู่”
พูดจบก็ให้คนยกเครื่องประดับทองคำฝังพลอยล้ำค่าเข้ามาทีละชิ้น ล้วนแต่มีค่าอย่างยิ่ง
ฉู่หวยซานสีหน้าเคร่งขรึมไม่พูดอะไร
ฉู่รั่วเหยียนรีบคำนับ “ขอบพระทัยฝ่าบาท หม่อมฉันจะจดจำคำสั่งสอนของฝ่าบาทไว้เสมอ จะช่วยเหลือสามี ดูแลเรือนหลัง ไม่กล้าละเลยหน้าที่แม้แต่น้อย”
อิ่นชุ่นพยักหน้าด้วยความพอใจ
สาวน้อยคนนี้รู้จักวางตัวดีนัก ต้องรู้ไว้ว่าฮ่องเต้แม้จะให้ความสำคัญกับจวนฉู่กั๋วกง แต่ถ้าขุนนางคนไหนขัดพระทัยบ่อย ๆ ฮ่องเต้ก็ไม่มีความอดทนมากนักหรอก
“ในเมื่อทางจวนฉู่กั๋วกงไม่มีปัญหาอะไร ข้าก็จะไปประกาศพระราชโองการที่จวนเยี่ยนต่อ ฮ่องเต้ตรัสว่างานมงคลนี้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จึงกำหนดให้เป็นวันพรุ่งนี้ ให้กรมพิธีการกับสำนักโหรหลวงเป็นผู้จัดการ สองตระกูลจะได้ไม่ต้องลำบากใจ”
พรุ่งนี้?!
นี่มันรีบเกินไปแล้ว!
ฉู่หวยซานขมวดคิ้วจะพูดอะไร แต่ฉู่รั่วเหยียนรีบขัดไว้ “ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบคุณอิ่นกงกง”
นางหยิบซองแดงออกมาอีกสองซองแล้วยัดใส่มือเขาพร้อมกล่าวว่า “ถือเสียว่าเป็นค่าชามงคลที่ข้าขอเลี้ยงกงกงนะเจ้าคะ โปรดรับไว้ด้วยความเต็มใจเถิด”
อิ่นชุ่นเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ ปกติขุนนางทั้งหลายส่งของให้ก็มักถูกเขาปฏิเสธ
แต่วันนี้กลับรับไว้เป็นกรณีพิเศษ “ได้ เช่นนั้นข้าก็ขอรับโชคดีจากคุณหนูใหญ่ฉู่ด้วยแล้วกัน!”
พอคนออกไป ฉู่หวยซานก็โกรธจนตบโต๊ะ “นี่รังแกกันเกินไปแล้ว!”
ลูกสาวของกั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ ต้องแต่งงานแก้เคล็ดอย่างเร่งรีบ ถ้าเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางคนไหนก็ถือเป็นการดูถูกอย่างร้ายแรง!
ฉู่รั่วเหยียนกลัวว่าท่านพ่อจะเผลอพูดอะไรไม่ควร รีบยิ้ม “ท่านพ่อจะโกรธไปทำไมกัน ลูกสมหวังในสิ่งที่ต้องการ ควรจะดีใจสิเจ้าคะ”