ตอนที่ 157
ตอนที่ 157 ฝีมือการแสดงเป็นเลิศ
October 28, 2026
ตอนที่ 157 ฝีมือการแสดงเป็นเลิศ
“ฮ่า กล่าวได้ดีจริง เจ้าน่ารู้เจ้าทำแบบนี้ถ้าถูกคนพบเห็นเข้า ต้องเป็นโทษทัณฑ์มหันต์ฆ่าล้างเก้าชั่วโคตร กระทั่งเปิ่นหวางก็ยากที่จะหนีพ้นการพัวพัน เฉินกั๋วกง เจ้าขวัญกล้าบังอาจนัก!” เป่ยจื่อห้าวกล่าวพลางยิ้มอย่างเย็นชา
“นี่...เรื่องนี้มีเพียงเจ้ารู้ข้ารู้สวรรค์รู้แผ่นดินรู้ ขอเพียงเจ้าไม่พูดแล้วจะมีใครรู้ได้อย่างไรเล่า องค์ชายสาม ขอเพียงเจ้าช่วยกระหม่อมแก้ไขเรื่องราวในครั้งนี้ ให้ธิดาน้อยหลุดพ้นความทุกข์ยากได้สำเร็จ ข้าสัญญา อนาคตตระกูลเฉินจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ฝ่าอันตรายไม่บ่ายเบี่ยงเพื่อองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ”
คำชมป้อยอกล่าวไปพอสมควรแล้ว สัญญารับประกันก็ได้ตั้งมั่นไว้แล้ว ต่อมา ก็ต้องดูท่าทีขององค์ชายสามเป็นอย่างไรแล้ว
เขาเข้าประตูมาพูดไปแล้วครึ่งวันขนาดนี้ องค์ชายสามยังไม่ได้แสดงสีหน้าดีใดๆ ให้เขาเลย แต่เมื่อได้ยินถึงประโยคสุดท้ายนี้ ก็มีรอยยิ้มแปลกๆ ชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างคาดไม่ถึง
น่าสงสารเฉินกั๋วกง กลับยังคิดว่าพระองค์ทรงเปลี่ยนท่าทีทัศนคติเพราะพระองค์ทรงเชื่อในสิ่งที่เขาพูดแล้ว
อารามดีใจยิ่งใหญ่ของเขายังไม่ทันรักษาไว้ได้กี่วินาที จู่ๆ เสียงเย็นยะเยือกมากสุดๆ เสียงหนึ่งได้ดังมาจากหลังม่านบังตา
“เฉินกั๋วกงขวัญกล้าบังอาจนัก คาดไม่ถึงกล้าฆ่าองค์รัชทายาท ก่อกวนประเทศชาติ นับเป็นโทษที่มิอาจอภัยได้!”
เสียงนี้! เฉินกั๋วกงตกใจอึ้งไปทั้งคนแล้ว เกือบจะตกตะลึงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ขวัญกระเจิงไปหมด
เสียงที่คุ้นเคยนี้ ทำไมเขาจึงไม่สามารถฟังออกมาได้ ทุกวันในท้องพระโรงงานราชสำนัก เขาสามารถได้ยินทั้งหมด!
แต่ ทำไมเขาถึง เป็นไปไม่ได้ที่จะคิดได้ เสียงนี้ กลับปรากฏขึ้นในพระตำหนักอ๋องสาม นอกจากนี้ยังอยู่ในห้องทรงพระอักษรนี้
การเปลี่ยนแปลงมาถึงเร็วเกินไป เขาแทบจะยอมรับไม่ได้ ทั้งคนตกตะลึงจนโง่เง่าไปแล้ว
เขามองดูเงาร่างในชุดเสื้อคลุมมังกรสีเหลืองสดใสทั้งตัวที่ได้เดินออกมาจากหลังฉากบังตาอย่างโง่งม ได้เห็นสายพระเนตรของพระองค์ที่ทรงทอดพระเนตรตนเองแค้นจนใคร่สับเขาเป็นหมื่นเป็นพันชิ้น
เวลานี้ เป่ยจื่อห้าวรีบเดินก้าวมาตรงเบื้องพระพักตร์พระองค์ ประสานมือโค้งคำนับกราบทูลว่า “เสด็จพ่อ กระหม่อมได้จับฆาตกรที่วางยาพิษทำร้ายพระเชษฐามาดำเนินคดี นอกจากนี้เมื่อครู่ เขาก็ได้เปิดเผยโทษทัณฑ์ที่เขาได้กระทำออกมาหมดสิ้นแล้ว”
ฮ่องเต้ทรงสั่นเทิ้มไปทั้งพระวรกายด้วยพระพิโรธ ทรงเตะไปยังร่างของเฉินกั๋วกงอย่างหนักหน่วงคราหนึ่ง เตะเขาล้มลงไปบนพื้นโดยตรง
“เจ้าสมควรตายนัก เจิ้นเชื่อใจเจ้ามากขนาดนั้น จึงได้พระราชทานให้ธิดาของเจ้าอภิเษกสมรสกับโอรสที่ประสูติจากพระมเหสีเพียงองค์เดียวของเจิ้น แต่เจ้ากลับ...กลับสมรู้ร่วมคิดกับธิดาของเจ้าวางแผนวางยาพิษทำร้ายองค์รัชทายาท เจิ้นต้องฆ่าล้างเจ้าเก้าชั่วโคตรแน่ๆ ให้เจ้าตาย โดยไร้ที่ฝังศพ!”
เฉินกั๋วกงนี่จึงได้สติกลับมา ตกใจกลัวจนสั่นเทิ้มไปหมดทั้งตัว รีบลุกขึ้นคุกเข่าให้ดี ร้องขอความเป็นธรรมเสียงดัง
เขาเข้าใจแล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว ทุกอย่างในวันนี้ ก็เป็นแผนการอำมหิตแผนหนึ่งชัดๆเป็นการหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่เท่าฟ้าฉากหนึ่ง
องค์ชายสามเรียกเขามาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อช่วยเขาทั้งสิ้น แต่เพื่อใส่ร้ายเขา
เขาและพระองค์ไม่มีเรื่องจองล้างจองผลาญกันไม่เป็นศัตรูกัน ที่แท้ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ กระบวนท่านี้โหดร้ายอำมหิตเกินไปแล้วจริงๆ !
เฉินกั๋วกงได้คิดว่าวาจาเหล่านั้นที่เมื่อครู่ตนเองได้กล่าวล้วนถูกฮ่องเต้ทรงสดับฟังหมดสิ้นแล้ว เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง ความกลัวหวาดผวาใหญ่ยิ่งหลั่งเข้าสู่จิตใจ
“ไม่ ฝ่าบาทพระองค์ทรงโปรดสดับฟังคำอธิบายของกระหม่อม ต่อให้ประทานขวัญนับร้อยให้กระหม่อม กระหม่อมก็ไม่กล้าวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาท ผู้ที่ฆ่าองค์รัชทายาทเป็นคนอื่น ฝ่าบาทฮ่องเต้โปรดพิจารณาตัดสินพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฮ่า...เมื่อสักพักเจิ้นได้ยินกับหูตนเองชัดๆ ว่าเจ้าวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาท ยังพยายามหยิบยืมใช้โอกาสใส่ร้ายเสียนเฟยซูเฟยและองค์ชายสองเป็นเรื่องจริง ตอนนี้เจ้ายังกล้าแก้ตัวอย่างเจ้าเล่ห์!”
อะไรที่เรียกว่าคนใบ้กินฮวางเหลียง ขมแต่พูดไม่ออก ประดุจความทุกข์ใจสุดระทมแต่ยากจะพูดได้ เชื่อว่าเฉินกั๋วกงได้ประสบอย่างลึกซึ้งแล้ว