ตอนที่ 198
ตอนที่ 198 ผู้สืบทอดราชบัลลังก์
October 28, 2026
ตอนที่ 198 ผู้สืบทอดราชบัลลังก์
เป่ยจื่อห้าวตกใจอึ้งไปอีกครั้งดูเหมือนว่าเขาจะรู้ชัดเจนว่าเขาคิดจะพูดอะไร แต่เขากลับไม่เข้าใจว่าที่แท้เขามีเป้าหมายอะไร
“เสด็จพ่อ พระองค์...ทรงคิดถึงพระมเหสีองค์ก่อนอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ? กระหม่อมมักจะได้ยินพระมารดาทรงเอ่ยถึงพระมเหสีองค์ก่อน พระมเหสีองค์ก่อนเป็นสตรีที่เสด็จพ่อทรงเคยรักมากที่สุด หลังจากที่พระนางทรงสิ้นพระชนม์แล้วทรงเหลือเพียงพระเชษฐาองค์โต ตอนนี้กระทั่งพระเชษฐาองค์โตก็...กระหม่อมสมควรตาย กล่าวถึงเรื่องโสมนัสของเสด็จพ่ออีกแล้ว ขอเสด็จพ่อทรงลงพระอาญาพ่ะย่ะค่ะ”
เขาจงใจทำท่าทีกล่าววาจาพลาดไปออกมา เพื่อดูปฏิกิริยาของฝ่าบาท
เพียงแต่ครั้งนี้ เขากลับไม่ได้แสดงสีหน้าเศร้าออกมาอีก แต่กลับมีรอยยิ้มปล่อยวางออกมาบนใบหน้า
“พอแล้ว ไม่มีอะไร ยังไงก็ในไม่ช้าเจิ้งก็จะได้ไปอยู่ด้วยกันกับพวกเขา บางที...นี่ล้วนเป็นมติสวรรค์!”
อะไร เขาไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับความตาย แต่กลับยังรู้สึกเป็นการปลดปล่อยชนิดหนึ่ง
เพราะทั้งอดีตพระมเหสีและองค์รัชทายาทได้ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้พระองค์ทรงคิดจะไปอยู่ร่วมกับพวกเขา
พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้พระองค์หนี่ง พระองค์ไหนเลยทรงตรัสวาจาที่ไม่รับผิดชอบเช่นนี้ออกมาได้ พระองค์ทรงบ้าแล้วหรือ?
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในใจของเป่ยจื่อห้าวยังเกิดความรู้สึกอิจฉา ใช่ เขาอิจฉามาก!
เป็นโอรสของพระองค์เช่นเดียวกัน ไยพระองค์จึงทรงลำเอียงเช่นนี้ ในสายพระเนตรของพระองค์ตลอดที่ผ่านมามีเพียงองค์รัชทายาทเท่านั้น ไหนเลยเคยมองดูเขาลูกคนนี้สักครั้ง ตอนนี้องค์รัชทายาทสวรรคตแล้ว ความหวังเพียงหนึ่งเดียวในโลกเขาก็ไม่เหลือแล้ว เขารู้สึกว่าตนเองล้มเหลวทุกอย่าง
ด้านความรู้สึก เขาแพ้แก่อ๋องชิงผิน ด้านความสามารถรูปโฉม เขาแพ้แก่องค์ชายสองแล้ว
พวกเขาทั้งสองก็แล้วไปเถิด ดีร้ายอย่างไร พวกเขาก็เป็นมังกรในหมู่มวลมนุษย์ที่แท้จริง บุคคลที่ยอดเยี่ยมมาก แต่องค์รัชทายาทเป็นเจ้าโง่ที่โง่งม ตัวหนึ่งอย่างสิ้นเชิง เขากลับไม่สามารถเทียบได้ ในใจเป่ยจื่อห้าวรู้สึกอัดอั้นเต็มที่แล้ว
“เสด็จพ่อ พระองค์อย่าทรงตรัสเช่นนี้ พระองค์ยังทรงมีกระหม่อม ยังทรงมีพระเชษฐาสอง พระอนุชาสี่และพระอนุชาห้า ยังมีพระกนิษฐาฉางเล่อ เสด็จพ่อพระองค์ทรงแข็งพระทัยทิ้งเราไปได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฝ่าบาทส่ายหน้าอย่างจนพระทัย ถอนพระทัยไม่หยุด
“เสด็จพ่อของเจ้าเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ความรู้สึกของเขาจริง ๆ ไม่มีวิธีการที่จะไปแบ่งปันความรู้สึกหลายส่วนนั้นไปให้แก่ผู้อื่น ดังนั้นเป็นเสด็จพ่อที่ต้องขออภัยพวกเจ้า เจ้าควรจะสามารถเข้าใจปัญหาความยากลำบากของเสด็จพ่อน่ะ ก็เหมือนที่เจ้ารู้สึกต่อจางยวี่โหร่วแบบนั้น เพราะเจ้าได้รักนางแล้ว ดังนั้นเจ้าก็สามารถไม่สนอะไรทั้งสิ้น รวมถึงนางได้เปลี่ยนใจอภิเษกสมรสกับชายอื่นแล้ว แต่ความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อนางยังคงเหมือนเดิม ภายหลังเจ้าอาจอภิเษกสมรสกับหญิงอื่นได้ แต่นางอยู่ในหัวใจของเจ้า เป็นมุมหนึ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถแตะต้องสัมผัสได้ชั่วนิรันดร์จริง ๆ”
นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อลูกได้เปิดใจพูดคุยกัน แต่ที่ถกประเด็นกันก็เป็นปัญหานี้จริง ๆ ดูเหมือนว่าเขากำลังมองหาความเห็นอกเห็นใจอย่างสิ้นเชิง
แต่น่าเสียดายที่พระองค์จะไม่มีวันรู้ว่าพระองค์ได้หาคนผิดแล้ว
แม้ว่าเป่ยจื่อห้าวไม่เข้าใจในน้ำเต้าเขาขายยาอะไร แต่เรื่องมาถึงวันนี้ ก็ยังได้แต่ตามวาจาเขาไป
“ใช่ ลูกรักจางยวี่โหร่วอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบนางก็ได้ตัดสินใจว่านางเป็นคนเดียวที่กระหม่อมรักไปชั่วชีวิตนี้ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีวาสนาอยู่ด้วยกัน แต่กระหม่อมยังคงไม่เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อนาง และจะอวยพรนาง ปกป้องนางไปอย่างเงียบ ๆ
ได้เห็นเขาสำนึกตัวเช่นนี้ การแสดงออกของฮ่องเต้โล่งใจมากอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เสียทีที่เป็นโอรสของเจิ้ง ได้ใจเจิ้งอย่างลึกซึ้งจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นต่อให้เจิ้งสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก็สามารถตายตาหลับได้แล้ว”