ตอนที่ 197
ตอนที่ 197 ไร้น้ำใจที่สุดคือครอบครัวราชนิกุล
October 28, 2026
ตอนที่ 197 ไร้น้ำใจที่สุดคือครอบครัวราชนิกุล
“แค๊ก...แค๊ก ๆ จื่อห้าวเจ้ามาพอดี เจิ้งยังคิด...ยังคิดส่งคนไปหาเจ้า เจิ้งมีวาจาคิดอยาก...คุยกับเจ้า”
เมื่อเป่ยจื่อห้าวเห็นเขาพูดจายากลำบากเช่นนี้ รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างกังวลทันที ลูบพระทรวงของพระองค์ให้ลมปราณโล่งสบายขึ้น
“เสด็จพ่อ พระองค์ทรงประชวรหนักมากเช่นนี้ ก็ทรงโปรดอย่าฝืนตรัสพระดำรัสแล้วพ่ะย่ะค่ะ มีเรื่องอะไรรอจนพระองค์ทรงหายพระประชวรแล้วจึงทรงตรัสกับกระหม่อม ดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?” เขาแบบนี้ กลับยังเป็นลูกกตัญญูคนหนึ่งจริง ดูไปแล้วให้ผู้คนซาบซึ้ง
แต่ถ้าไม่ใช่เพราะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว ก็จะถูกเขาหลอกไปจริง ๆ แล้ว
“ไม่...ไม่ต้อง วาจาบางอย่าง...ถ้าเจิ้งไม่กล่าวอีก ก็จะสายเกินไปแล้ว ซูเฟยเสียนเฟย พวกเจ้าถอยไปก่อน ให้เจิ้งคุยกับองค์ชายสามดี ๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ทรงเอื้อนพระโอษฐ์แล้ว เช่นนั้นพวกนางทั้งสองก็ได้แต่ต้องถอนตัวถอยไปแล้ว
เพียงแต่ว่าขณะนี้ฮ่องเต้ทรงกำลังประชวรสาหัสเช่นนี้ เวลานี้พระองค์ทรงรั้งองค์ชายสามไว้คนเดียวในเวลาแบบนี้จะทรงตรัสอะไรกับเขาน่ะ
“เสด็จพ่อ ที่แท้มีเรื่องอะไร ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ที่สำคัญยังเป็นอาการพระประชวรของพระองค์ แพทย์หลวงทูลว่าพระองค์ทรงกระเตื้องขึ้นมากแล้ว ทำไมยังสาหัสเช่นนี้ ช่างเป็นกลุ่มแพทย์เถื่อนจริง ๆ !” เป่ยจื่อห้าวทำให้ดูท่าไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้นเลย กล่าวอย่างโกรธมาก
“เอาล่ะ เจ้าอย่าโทษแพทย์หลวงเหล่านั้น ร่างของเจิ้ง เจิ้งรู้ตัวดี ดังนั้นจึงไม่คิดให้พวกเขาแพร่งพรายออกไป เพราะกลัวในราชสำนักวุ่นวายสาหัส เมื่อถึงเวลาศัตรูจะฉวยโอกาสจู่โจมบุกเข้ามา ดังนั้น...ก่อนจะมีการสถาปนาองค์รัชทายาทสืบต่อราชบัลลังก์สำเร็จ เจิ้งต้องไม่ล้มลงอย่างเด็ดขาด และต้องไม่ให้ผู้ใดรู้ว่าเจิ้งล้มอย่างเด็ดขาด”
ดังนั้นกล่าวว่าเป็นฮ่องเต้ทรงตั้งใจให้แพทย์หลวงเหล่านั้นปกปิดอาการพระประชวรของพระองค์ เพื่อให้ทุกคนต่างคิดว่าพระวรกายของฮ่องเต้ไม่ได้เป็นอันตรายมาก
แต่วาจาเหล่านี้สามารถหลอกคนโง่เหล่านั้นได้เท่านั้น หรือว่าเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเชื่อหรือ?
เมื่อเป่ยจื่อห้าวได้ยินพระองค์ทรงตรัสถึง “ว่าที่ฮ่องเต้” โดยสมัครใจออกมาเอง เขาเกือบจะเอ่ยปากโดยตรงออกมาด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนใจกระดอนออกมา
การแสดงก็ต้องแสดงทั้งชุดให้สมบูรณ์ เขาต้องไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงอยากได้มากสุด ๆ ในตำแหน่งว่าที่ฮ่องเต้เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นความสงสัยของเสด็จพ่อ
เขาทำท่าเจ็บปวดเสียใจอย่างมากมองดูพระองค์ “เสด็จพ่อ พระองค์ยังทรงหนุ่มแน่นวัยฉกรรจ์ อาการทรงพระประชวรของพระองค์ต้องดีขึ้นแน่ๆ พระองค์อย่าทรงทำให้กระหม่อมตกใจน่ะ พ่ะย่ะค่ะ”
สีพระพักตร์ฮ่องเต้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนทอดพระเนตรเขา แล้วเขาก็เอื้อมมือออกไปวางบนมือเขาเบา ๆ
“เจ้าช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ ในหมู่โอรสเหล่านี้ของเจิ้ง ก็มีแต่เจ้าคนเดียวที่รู้จักถ่อมตัวมีมารยาทกตัญญูที่สุด แม้ว่าจื่อหัวก็เป็นลูกที่ข้าได้อบรมบ่มเพาะอย่างหนักออกมา มีความหวังยิ่งนักต่อเขา แต่ในจุดนี้ ที่เขาทำเทียบไม่ได้กับเจ้ามาก”
วาจานี้มีความหมายสองชั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ฟังจะไปทำความเข้าใจอย่างไรแล้ว
ด้วยความรู้สึกที่ไวของเป่ยจื่อห้าว ก็จะสัมผัสได้เป็นธรรมดา เพราะพระมารดาของเป่ยจื่อหัวมีชาติตระกูลเป็นองค์หญิงเผ่าพันธุ์ สายเลือดสูงส่งส่วนพระมารดาของเขาเป็นเพียงหญิงสามัญชนคนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกเข้าวัง เขาและเป่ยจื่อหัว แม้ว่าต่างเป็นองค์ชาย แต่ตัวตนฐานะที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ดังนั้น คนที่โชคชะตากำหนดให้อยู่สูงคนหนึ่ง ไหนเลยจะรู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตนได้เล่า?
เสด็จพ่อนี่ดำริทรงตรัสว่าเขาถูกกำหนดให้ถูกเหยียบไว้ใต้เท้า มิอาจพลิกโชคชะตาได้ชั่วนิรันดร์หรือ?
แน่นอน วาจานี้ยังมีความหมายอีกหนึ่งชั้น นั่นก็คือฝ่าบาทกำลังทรงยกย่องเขาจริง ๆ