ตอนที่ 196
ตอนที่ 196 ปัจจัยชี้ขาดเรื่องราชบัลลังก์
October 28, 2026
ตอนที่ 196 ปัจจัยชี้ขาดเรื่องราชบัลลังก์
“เป็นข่าวที่จ้าวซินซินด้านโน้นส่งมา ตอนนี้หล่อนได้รับความไว้วางใจจากจางยวี่โหร่วแล้ว แน่นอนสามารถล้วงเอาความลับมากมายจากนางมาไม่น้อย” เป่ยจื่อห้าวกล่าวตามความเป็นจริง
“อะไร? จางยวี่โหร่วนั่นไม่ใช่ฉลาดมากหรือ ความลับที่ยิ่งใหญ่สำคัญเช่นนี้ ทำอย่างไรจึงสามารถทำให้หล่อนล่วงรู้ได้ คงไม่ใช่เป็นของปลอมน่ะ” หลี่เฟยเริ่มสงสัยความเป็นจริงในวาจานี้ตามสัญชาตญาณ
เป็นไปไม่ได้ จ้าวซินซินไม่ได้รู้เรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าหล่อนคิดจะส่งข่าวสารเท็จก็คงไม่น่าเป็นข่าวสารที่เป็นเท็จเช่นนี้ เชื่อว่ามีเรื่องนี้ดีกว่าที่จะไม่เชื่อว่าไม่มีน่ะ ถ้าจางยวี่โหร่วได้รู้ความลับของเราจริง ๆ แล้ว คาดไม่ถึงว่าเรายังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่ได้รู้เรื่อง นี่ไม่ใช่น่ากลัวเกินไปแล้วหรือ?”
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้กระทบใส่เขาอย่างแรง แต่ถ้าเขาไม่รู้ ไม่ได้มีการเตรียมใจสักนิดเลย รอจนภัยพิบัติมาถึง ทุกสิ่งก็สายเกินไปแล้ว
ดังนั้นตอนนี้เขารู้สึกว่าจ้าวซินซินยังเป็นประโยชน์ และจะไม่สงสัยในความจริงของวาจานี้ด้วย
“นั่น...ตอนนี้ทำยังไงดี?” จางยวี่โหร่วนางยังเป็นมนุษย์ นางคงไม่ค่อยน่ากลัวเกินไปนัก ความลับนี้นางรู้ได้อย่างไร ข้าไม่สามารถจินตนาการได้”
ตอนนี้พวกเขาพูดถึงจางยวี่โหร่ว ต่างรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่สามารถอธิบายได้จากในใจ ทั้งยังมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีชนิดหนึ่งด้วย
คิดให้ดี ๆ ตั้งแต่วันอภิเษกสมรสครั้งใหญ่ หลังจากที่จางยวี่โหร่วขึ้นเกี้ยวผิดคันไปแล้ว ดูเหมือนว่าก็ได้บ่มเพาะกำลังพอที่จะต่อสู้กับพวกเขาแล้ว
ที่แท้พวกเขาได้กระทำผิดสถานใดต่อนาง ทำไมนางต้องเป็นปฏิปักษ์กับพวกเขาขนาดนี้น่ะ?
“ก็ต่อให้คิดจะกำจัดนาง เกรงว่าจะสายเกินไป บางทีนางอาจจะบอกข่าวเรื่องนี้แก่อ๋องชิงผินแล้ว บางทีพระเชษฐาสองด้านนั้นก็ทรงทราบแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นระบายลมปราณผ่านรูจมูกเดียวกันทั้งหมด อ๋องชิงผินมือกุมอำนาจสำคัญด้านทหาร แข็งต่อแข็งชนกัน เราไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้น ตอนนี้เราได้แต่เพียงใช้ปัญญาเข้าชิงเอาแล้ว” เป่ยจื่อห้าวมือกำกำปั้นไว้แน่น เส้นเอ็นเขียวปูดโปนปรากฏบนหลังมือ
“นั่น...ตอนนี้เราต้องทำอย่างไร ลูกเอ๋ยเจ้ารีบคิดหาวิธีโดยเร็ว เมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผยออกมา พวกเราก็ต้องจบเห่ทั้งหมดแล้ว” สติหลี่เฟยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวถึงที่สุดแล้ว ทั่วร่างสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
“ไม่ต้องรีบ เปิ่นหวังได้คิดแผนสำรองไว้แล้ว แม้ว่าจางยวี่โหร่วรู้เรื่องนี้แล้วเป็นอย่างไร ถ้านางมีหลักฐานจริง ๆ น่าจะได้ไปเปิดเผยต่อพระพักตร์เสด็จพ่อแล้ว แทนที่จะรอจนถึงตอนนี้ ดังนั้นนางอาจจะเพียงแค่รู้สึกสัมผัสอะไรบางอย่างเท่านั้น แต่ไม่มีหลักฐาน นางอาจคิดว่ากองทัพลับของเปิ่นหวังไหนเลยจะถูกค้นพบได้อย่างง่ายดายหรือ? ช่วงเวลาก่อนที่นางจะเข้าใจถึงที่สุดในสิ่งที่พวกเขาเคลื่อนไหวกระทำ ก็เพียงพอสำหรับเปิ่นหวังไปทำบางสิ่งบางอย่างแล้ว”
ในช่วงเวลาที่ฉุกเฉิน เขากลับนิ่งสงบลงมาแล้ว
ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรีบ การตื่นตระหนกยิ่งไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ยังไง ๆ ก็มาถึงจุดวิกฤติฮึดสู้สุดแรงสักตั้งแล้ว ถ้าคิดจะบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็ต้องใจเหี้ยม
“ลูกเอ๋ย หรือว่าเจ้าได้คิดแผนสำรองเรียบร้อยแล้ว?”
“ฮ่าฮ่า...เปิ่นหวังได้เตรียมการไว้นานแล้ว เปิ่นหวังได้ส่งนกพิราบสื่อสารส่งข่าวสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับหนานหชู่ทุกอย่างให้แก่แคว้นเย่นกับแคว้นเชียว ตอนนี้ต้องการเพียงรอโอกาสหนึ่งเท่านั้น พวกเขาก็สามารถส่งทหาร ถึงเวลานั้นอ๋องชิงผินก็ต้องกลับไปแนวหน้าเพื่อนำกองทหารเข้าสู้รบ ถึงแม้ว่าเขาจะดุร้ายอีกก็จะเป็นอย่างไรเล่า ยังสามารถใช้วิชาแยกร่างมายุ่งเรื่องของเราหรือ? ฉวยโอกาสที่พวกเขาต่อสู้อย่างหนักที่ชายแดน เราก็สามารถเริ่มเคลื่อนกองทัพของเราเพื่อบีบคั้นพระราชวัง เมื่อเวลามาถึง ทั่วหล้าหนานหชู่ก็เป็นของเราแล้ว” ก้นบึ้งสายตาของเป่ยจื่อห้าวเต็มไปด้วยประกายแห่งความปรารถนาและความทะเยอทะยาน
“อะไร? เจ้าต้องการที่จะบีบคั้นพระราชวังจริง ๆ หรือว่าไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?” นี่เป็นก้าวหนึ่งที่พวกเขาถูกบีบคั้นจนอดไม่ได้ต้องทำในที่สุด แต่แน่นอนหลี่เฟยยังหวังว่าสามารถใช้วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา
“นอกจากนี้ เพราะเจ้าได้แก้ไขปัญหาฆาตกรที่วางยาพิษองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในราชสำนักหรือในหมู่ประชาชนก็ได้สร้างบารมีไว้แล้ว องค์รัชทายาทได้สวรรคตไปแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการสถาปนาองค์รัชทายาท บางทีเสด็จพ่อของเจ้าอาจจะต้องพระทัยในเจ้า ทรงคิดสถาปนาเจ้าเป็นองค์รัชทายาทแล้ว เราอย่าเคลื่อนไหวโดยพลการน่ะ”
เมื่อทำลงไปแล้ว ก็ไม่มีหนทางที่จะหันหลังกลับแล้วจริง ๆ แม้ว่าพวกเขาจะชนะได้ทั่วหล้าแล้วเป็นอย่างไรอีก ถึงเวลาก็ถูกจับในข้อหากบฏได้ครอบครองบัลลังก์อย่างไม่ถูกต้องเสียชื่อวาจาสัตย์ ก็ไม่เป็นที่เชื่อถือครองใจผู้คน เมื่อถึงเวลาต้องก่อให้เกิดเภทภัยมากกว่านี้แน่นอน
เป่ยจื่อห้าวขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูเหมือน...ยังไม่ได้คิดถึงปัญหาในเรื่องนี้เลย
เพราะวันเวลาเหล่านี้ เขาได้ใช้พละกำลังเข้าโรมรันกับองค์ชายสองทั้งในที่ลับและที่แจ้งมาตลอด บางทีก็ลากหาพรรคพวกขุนนางใหญ่เป็นการส่วนตัว เล่นพรรคเล่นพวกโดยส่วนตัว แต่เขากลับลืมเรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป็นพื้นฐานที่สุดไปแล้ว