ตอนที่ 231
ตอนที่ 231 เรื่องในใจที่ซ่อนเอาไว้ไม่อยู่
October 28, 2026
ตอนที่ 231 เรื่องในใจที่ซ่อนเอาไว้ไม่อยู่
ฝนปรอยๆ ด้านนอกหน้าต่างตกลงมาเปาะแปะๆ นำความสดชื่นมาให้กับวันในฤดูร้อนที่ร้อนจัด
เม็ดฝนกลิ้งหล่นลงมาตามยอดใบหลิวที่อยู่ข้างทะเลสาบ ตกลงมาในน้ำทะเลสาบที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดคลื่นเล็กๆขึ้นมาเป็นระลอก
อุทยานพระราชวังแห่งเมืองหลวงนี้ได้ชื่อว่าเป็นการดำเนินงานสร้างเพื่อรับรองแขกพิเศษ ก็ต้องวิจิตรตระการตามากเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ด้านในทุกๆที่ล้วนเป็นทิวทัศน์ที่งดงามอย่างไร้ที่เปรียบ
ทุกจุดชมวิว ทุกตำหนักที่อยู่ด้านข้างห้องโถงใหญ่ ล้วนสั่งให้ช่างฝีมือดีออกแบบและก่อสร้าง นอกเสียจากความงดงามเรืองรองจะไม่สามารถสู้วังหลวงได้ แต่ก็สามารถพูดได้ว่าวิจิตรงดงาม ฝีมือปราณีตเหนือธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง
ในตำหนักด้านข้างห้องโถงใหญ่ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามหลังหนึ่ง บานหน้าต่างเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าหญิงสาวที่งดงามอ่อนหวานออกมา
ลมเย็นๆ ฝนปรอยๆ ประกอบกับสาวงามที่งามหาใดเปรียบได้ในใต้หล้า ช่างทำให้คนรู้สึกจิตใจเบิกบานจริงๆ
“แปะ!” หยาดน้ำหยดหนึ่งตกลงมาบนขอบหน้าต่างอย่างแรง เดิมที่คิดว่าเป็นน้ำฝนที่ถูกลมพัดเข้ามา แต่ว่าเมื่อมองเห็นบนใบหน้าที่งดงามสะดุดใจคนนั้นมีน้ำตาใสๆ ร่วงหล่นลงมาเป็นทางสองทางอย่างช้าๆ ก็ต้องทำให้ใจของคนอดไม่ได้ที่จะขมวดรวมกันเป็นก้อน
“โธ่เอ๋ย องค์หญิง ทำไมพระองค์ถึงทรงเปิดหน้าต่างออกล่ะเพคะ? ยังไม่ทรงรีบปิดอีก หากทรงเป็นหวัดขึ้นมาจะทำเช่นไรถึงจะดีล่ะเพคะ?” จูเอ๋อนางกำนัลที่เปิดประตูนำชาเข้ามาให้พอเห็นสถานการณ์ที่อยู่ต่อหน้านี้ ก็ร้อนรนเป็นอย่างยิ่งในทันที รีบวางถ้วยชาลง จากนั้นก็จะรีบเดินเข้ามาปิดหน้าต่างลง แต่ว่ามือเล็กๆที่ขาวสะอาดราวกับหยกคู่นั้นกลับหยุดรั้งนางเอาไว้
“อากาศร้อนอบอ้าว ไม่ง่ายเลยที่จะมีฝนตกลงมาสักครั้งหนึ่ง ข้าอยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อย” นางเอ่ยอธิบายขึ้นอย่างช้าๆ
“แต่ว่า...ตั้งแต่ที่พระองค์เสด็จมายังหนานหชู่ ก็ทรงมีพระอาการพระวรกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานที่แปลกใหม่ได้ วันก่อนนี้หลังจากกลับมาจากฐานล่าสัตว์ ตกดึกก็ทรงพระประชวรติดเชื้อลมหนาว หมอหลวงเคยพูดเอาไว้แล้วว่า องค์หญิงในช่วงสองสามวันนี้ อย่างไรก็ต้องรักษาดูแลตนเองให้ดี ไม่ต้องลมเลยจะดีกว่านะเพคะ” จูเอ๋อเอ่ยเตือนขึ้นอย่างสุดกำลัง
พระวรกายขององค์หญิงทรงอ่อนแอมาโดยตลอด ตอนอยู่ที่แคว้นเหลียงก็เป็นเช่นนี้
ตอนที่พวกเขามานั้นเป็นการเดินทางไกลที่ยากลำบากตลอดทาง พระวรกายขององค์หญิงก็เริ่มรับไม่ได้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่พวกเขามาถึงยังสถานที่อันไม่คุ้นเคย พระวรกายที่แต่เดิมก็อ่อนแอ เพิ่มความรู้สึกทรงคิดถึงบ้านเข้าไปอีก องค์หญิงจะทรงสามารถทนได้อย่างไรกัน?
นางเดินไปยังเบื้องพระพักตร์ขององค์หญิง เห็นน้ำตาบนพระพักตร์ของพระองค์แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลขึ้นในทันที
“องค์หญิงอยู่ดีๆทำไมถึงทรงร้องไห้ล่ะเพคะ? เป็นเพราะพระวรกายรู้สึกไม่สบายขึ้นมาจริงๆแล้วใช่ไหมเพคะ ไม่เช่นนั้นหม่อมฉันให้คนไปตามหมอหลวงมาดูพระอาการอีกทีจะดีกว่ากระมัง? ดูแล้วฝีมือทางการแพทย์ของหมอหลวงในหนานหชู่นี้จะไม่ค่อยเท่าไร ล้วนเป็นแพทย์ที่ไม่มีความรู้จริงทั้งนั้น พวกเขายังบอกว่าพระวรกายขององค์หญิงไม่มีปัญหาอะไรเสวยยาสองชุดก็หายแล้ว ล้วนเป็นคำโกหกโดยสิ้นเชิง หม่อมฉันตอนนี้จะไปหาพวกเขา!” นางกำนัลผู้ที่ปกป้องเจ้านายด้วยใจที่ซื่อสัตย์ โกรธฟึดฟัด จากนั้นก็คิดที่จะเดินออกไปทางด้านนอก แต่ว่ากลับถูกนายหญิงรั้งเอาไว้
“ไม่ต้องไป นี่เจ้าจะทำอะไรกัน? ร่างกายของข้าไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงแล้ว จะลำบากไปทำให้หมอหลวงเหล่านั้นลำบากใจทำไมกัน? ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านึกว่าที่นี่คือแคว้นเหลียงหรือ พวกเรามาที่นี่ก็เป็นเพียงแค่หุ่นในการเจรจาสงบศึกก็เท่านั้นเอง ยิ่งไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจถึงจะยิ่งไม่ต้องเกิดเหตุยุ่งยากขึ้น เจ้าไม่กลัวว่าจะดึงดูดองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเย่นนั่นมาอีกหรือยังไงกัน?”
“แต่ว่า...” จูเอ๋อน้ำตาไหลออกมาด้วยความเศร้าใจ “สองสามวันนี้ หม่อมฉันเห็นสีพระพักตร์ขององค์หญิงนับวันจะยิ่งอับเฉาลง พระวรกายก็ผอมแห้งลงไปไม่น้อย ในใจของหม่อมฉันร้อนรนนะเพคะ”
องค์หญิงถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าที่งดงามสะดุดใจคนแสดงความรู้สึกโศกเศร้าอย่างหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาอยู่แวบหนึ่ง
“ตอนนี้อยู่ที่นี่ ก็มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เป็นห่วงข้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่ที่พวกเราออกมาจากเส้นแบ่งเขตแดนของแคว้นเหลียง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ล้วนไม่เป็นตัวของตัวเอง ในการแต่งงานเพื่อผูกสัมพันธ์นี้ ข้าไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเองเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะตายแล้วก็ตาม ก็ไม่มีใครจะมาใส่ใจเลยสักนิดกระมัง”
คืออะไรกัน คิดไม่ถึงว่าจะส่งผลให้พระองค์ทรงสิ้นหวังถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้จะยากลำบากกว่านี้ยังไง องค์หญิงก็ไม่เคยตรัสคำพูดที่ทำให้หมดกำลังใจเช่นนี้ออกมา
“องค์หญิง พระองค์ทรงคิดถึงบ้านแล้วใช่หรือไม่เพคะ? อย่าทรงคิดฟุ้งซ่านเลยนะเพคะ เพียงแค่พระองค์อยู่ที่นี่เลือกพระสวามีตามใจปรารถนาพระองค์หนึ่งขึ้นมาได้ พวกเราก็ยังคงสามารถกลับไปได้นะเพคะ”
ความคิดของนางช่างไร้เดียงสาจริงๆ แคว้นเหลียงเดิมทีก็อ่อนแอที่สุดในสี่แคว้น และนางก็ยังคงเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งก็เท่านั้น
ต่อให้ต้องเลือกพระสวามีพระองค์หนึ่งขึ้นมาจริงๆ อีกหน่อยก็คงจะต้องติดตามพระสวามีไป จะยังกล้าคิดถึงเรื่องกลับแคว้นที่ไหนกันล่ะ