ตอนที่ 327
ตอนที่ 327 ค่ำคืนแห่งการเกิดอาชญากรรม
October 28, 2026
ตอนที่ 327 ค่ำคืนแห่งการเกิดอาชญากรรม
เหตุการณ์เก่ายังไม่ทันได้สงบสุข เหตุการณ์ใหม่ก็ตามมาอีกแล้ว
จางยวี่โหร่วไม่รู้ว่าหวงเย่บาดเจ็บถึงขั้นไหน แต่ตอนเห็นสีหน้าอันขาวซี้ดของเขาก็รู้ว่าเขาคงได้รับบาดเจ็บไม่เบา แล้วอยากจะให้เขากลับห้องไปพักฟื้น
ชายผู้นี้ถึงแม้ปากของเขาจะตอบตกลง แต่ตอนนี้นางสั่งให้เสี่ยวเฟิงส่งยาไปที่ห้อง ก็กลับเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้อง
ตั้งแต่ที่เขาพานางเข้าไปในตำหนักอ๋องชิงผิง และให้นางเห็นทุกอย่างกับตา เขาก็เหมือนจะไม่ปิดบังตัวตนของตนเองอีก จะทำอะไรก็เปิดเผยมากยิ่งขึ้น
จางยวี่โหร่วก็เอาเขาไม่อยู่ อีกอย่างเขาจะทำอะไรก็ไม่ได้เกี่ยวกับนาง ไหนๆก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่อาจารย์ที่สอนดีดกู่เจิง พวกเขาไม่ได้มีอะไรที่คล้ายคลึงกัน แม้กระทั่งเป็นเพื่อนกันยังยาก
ก็ไม่รู้เป็นเพราะสิ้นหวังจนจิตใจถูกทำร้าย จนทำให้จางยวี่โหร่วรู้สึกนิ่งสงบไปเยอะ หรือว่าคำพูดของหวงเย่ทำให้นางเปลี่ยนมุมมอง ทำให้จิตใจที่ทั้งเสียใจและโกรธเคืองกลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้นางอยากแก้แค้น
ตอนนี้นางรู้สึกไม่มีสิทธิ์ไปเสียใจอีกต่อไป เพราะว่านางยังมีเรื่องอีกมากมายที่รอไปจัดการ
หลิงจือได้สั่งคนไปสืบข่าวมา ได้ยินว่ามู่โหรงจิ๋วเริ่มแผนการของพวกเขาแล้ว
นอกจากนี้ ไป๋หลิงกวงก็ได้ออกจากตำหนักอ๋องชิงผิงแล้วกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมของเมืองจิงตู และเหตุผลที่นางได้ออกไปนั้นมันกลายเป็นสิ่งที่จางยวี่โหร่วไม่อยากรับรู้
เพราะหลังจากที่นางเห็นพวกเขาสองคนได้กอดกัน นางก็ได้ตายใจไปแล้ว
จางยวี่โหร่วเขียนหนังสืออยู่ตรงโต๊ะ ตอนนี้ข้างหน้าต่างของนางมีนกพิราบตัวหนึ่งปีนอยู่
พอนางเขียนจดหมายเสร็จก็ผูกตรงขาของนกพิราบตัวนั้น และส่งไปยังจุดหมายปลายทาง
พอเห็นจดหมายเสร็จ นางพึ่งจะเปิดหน้าต่างขึ้น ยังไม่ทันได้ปล่อยนกพิราบไป ทันใดนั้นนางก็ได้เห็นแสงบางอย่างผ่านสายตาของนาง
ด้วยไหวพริบในการเลี่ยงความอันตรายของนางนั้นทำให้นางมุดหัวลง ทันใดนั้นก็มีดาบยาวพุ่งเข้ามาเสียบบนหัวของนาง
เมื่อครู่ถ้าไม่ใช่เพราะนางตาไวแล้วมีไหวพริบ ดาบยาวเล่มนั้นคงเสียบทะลุลำคอของนาง แล้วทำให้นางตายคาดาบได้
ยังไม่ทันได้หวาดกลัวอะไรใดๆ จางยวี่โหร่วได้เงยหน้าขึ้น และเห็นตรงนอกหน้าต่างมีผู้ร้ายสวมใส่ชุดดำ ทั้งตัวของเขาห่อหุ้มไปด้วยผ้าสีดำ และปิดบังใบหน้าไว้ ได้แค่เห็นสายตาอันเลือดเย็นของเขา ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“เจ้าเป็นใคร? ถึงได้ช่างกล้าบุกเข้ามาในตำหนักไท่ซือ เจ้าไม่คิดจะเอาชีวิตตนเองแล้วหรือ?” จางยวี่โหร่วไต่ถามขึ้นอย่างเย็นชา
แต่อย่างไรก็ตามตำหนักไท่ซือยังคงอาศัยอยู่ซึ่งขุนพลยศสูงของราชสำนัก ในนั้นก็มีแค่ผู้รู้ยุทธภพอาศัยอยู่ ผู้ร้ายนี้ฝ่าฟันคนเหล่านั้นมาได้เยี่ยงไร แล้วมาถึงห้องของนางเยี่ยงไร นั้นหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามต้องมีวิชาการต่อสู้ที่เก่งกาจมาก
อีกอย่าง ตนเองยังกลายเป็นผู้ที่ถูกฆ่า ใครกันแน่ที่อยากจะฆ่านาง
มู่โหรงจิ๋วหรือว่าเป่ยจือห้าว? ตอนนี้นางนึกออกแค่สองคนนี้เท่านั้น
ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ตอบคำถามของนาง ได้แค่ยิ้มเยาะเบาๆ และยกดาบขึ้นจะแทงนางอีกครั้ง
จางยวี่โหร่วตกใจจนถอยไปหลบอยู่ตรงโต๊ะ แล้วปาตะเกียงให้ตกลงบนพื้น และกรีดร้องเสียงดัง
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!” แต่ว่านางตะโกนเสียงดังไปสักพักก็ไม่มีใครปรากฎตัวเลย มันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนๆนี้กระทำทุกอย่าง
จางยวี่โหร่วรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง วันนี้นางต้องตายจริงๆหรือ?
ไม่ได้ตายไปพร้อมศัตรู แต่กลับตายคนเดียวโดยที่ไม่รู้ผู้ร้ายนี้เป็นใคร
ไม่ นางรู้สึกไม่พอใจ!
แต่ว่านางไม่มีวิชาการต่อสู้ อีกอย่างแรงต่อต้านก็แทบจะไม่มี
สุดท้าย นางก็ล้มลงกับพื้น แล้วลืมตาโตมองไปยังดาบยาวนั้นกำลังจะแทงลงกลางอกของนาง สุดท้าย นางก็ได้แต่หลับตารับมันอย่างสิ้นหวัง
ความทรมานที่นางคิดว่าจะมาเยือนกลับไม่ได้มาถึง ข้างหูนางกลับมีเสียงกู่เจิงดังขึ้น